Meta อาจเลื่อนนโยบายใหม่ หลังถูกวิจารณ์อย่างหนักเรื่องการให้อำนาจระบบเข้าดูดข้อมูลเว็บไซต์ธุรกิจที่ใช้งาน Facebook
Meta อาจเลื่อนนโยบายใหม่ หลังถูกค้านปมเก็บข้อมูลเว็บไซต์ธุรกิจที่ใช้ Facebook
หลังจาก Meta ต้องเผชิญกับกระแสต่อต้านที่ทวีความรุนแรงขึ้นเกี่ยวกับข้อกำหนดใหม่สำหรับภาคธุรกิจ ทางบริษัทระบุว่าอาจเลื่อนกำหนดการบังคับใช้ออกไปอีก เนื่องจากมีแผนที่จะเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้านจากกลุ่มผู้ผลิตเนื้อหาและสำนักข่าว อย่างไรก็ตามบริษัทยังไม่ได้ปรับแก้ข้อความในข้อกำหนดดังกล่าว ซึ่งให้อำนาจบริษัทในการดูดข้อมูล (Scrape) บนเว็บไซต์ของธุรกิจที่ใช้งาน Facebook

เสียงวิจารณ์กดดันให้ Meta อาจต้องเลื่อนกำหนดการรอบสอง
เดิมทีข้อกำหนดใหม่ที่เป็นประเด็นขัดแย้งนี้มีกำหนดเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 30 ต.ค. แต่ Meta ได้ประกาศเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 20 พ.ย. หลังเกิดกระแสไม่พอใจ ล่าสุด Andy Stone โฆษกของ Meta ออกมาระบุว่าการบังคับใช้อาจถูกเลื่อนออกไปอีกครั้ง แม้ว่าบนเว็บไซต์ของ Meta จะยังคงระบุวันที่ 20 พ.ย. อยู่ก็ตาม
We’ve heard publishers’ feedback on our proposed ads and business terms update. We care deeply about our partners and do not plan to make policy changes without a full consultation with industry groups and leaders.
We’re committed to getting this right, and as we expect this consultation could extend beyond November 20, in which case we’d delay implementation of the updated terms. Until then our existing terms remain in place.
— Andy Stone (@andymstone) October 28, 2026
Andy Stone ได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ว่า ทางบริษัทให้ความสำคัญกับพาร์ตเนอร์อย่างยิ่ง และไม่ได้มีแผนที่จะปรับเปลี่ยนนโยบายโดยปราศจากการรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้านจากกลุ่มอุตสาหกรรมและผู้นำในภาคส่วนต่าง ๆ ทางบริษัทมุ่งมั่นที่จะทำเรื่องนี้ให้ถูกต้อง และคาดว่าการหารืออาจขยายเวลาออกไปเกินกว่าวันที่ 20 พ.ย. ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็จะเลื่อนการบังคับใช้ข้อกำหนดที่อัปเดตใหม่ออกไป โดยในระหว่างนี้จะยังคงใช้ข้อกำหนดเดิมต่อไป
ข้อกำหนดเปิดทางดูดข้อมูลเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และโฆษณา
คำชี้แจงของ Stone เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสต่อต้านที่รุนแรงขึ้นต่อการอัปเดตเงื่อนไข ซึ่งให้สิทธิ์ Meta ในการเข้าถึงข้อมูลบนเว็บไซต์ของบริษัทที่ใช้งาน Facebook โดยข้อกำหนดใหม่ระบุว่า Meta มีอำนาจในการใช้ซอฟต์แวร์อัตโนมัติ เช่น Web Scraper, Bot, Robot, Spider, Crawler และ User Agent เพื่อเข้าถึงเว็บไซต์ธุรกิจ สำหรับการให้บริการ พัฒนา ปรับปรุง วิจัย และดูแลรักษาผลิตภัณฑ์โฆษณาและผลิตภัณฑ์ธุรกิจ
ผู้ผลิตเนื้อหารวมตัวฟ้องร้อง ด้านวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ออกโรงเตือน
กลุ่มผู้ผลิตเนื้อหาได้แสดงความกังวลอย่างมาก โดยกลุ่มอุตสาหกรรมรายหนึ่งระบุว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้และอาจขัดต่อกฎหมาย นอกจากนี้กลุ่มสื่อในนอร์เวย์ยังได้ยื่นฟ้องร้องต่อ Meta เกี่ยวกับข้อกำหนดใหม่นี้ ขณะเดียวกันในสัปดาห์นี้ วุฒิสมาชิกแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย Adam Schiff ได้กลายเป็นสมาชิกรัฐสภารายที่สองที่ออกมาเรียกร้องให้ Meta ยกเลิกการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
Schiff ระบุในจดหมายที่ส่งถึง Mark Zuckerberg ว่า ขอบเขตของข้อกำหนดที่อัปเดตใหม่นี้กว้างขวางจนน่าตกใจ Meta กำลังอ้างสิทธิ์ที่น่ากังวลในการข้ามมาตรการทางเทคนิคที่มีความจำเป็นต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจขององค์กรข่าวและครีเอเตอร์ที่ใช้ระบบสมาชิก รวมถึงระบบ Paywall, หน้าระบบลงทะเบียน และระบบป้องกันสำหรับสมาชิกดิจิทัล ยิ่งไปกว่านั้น ข้อกำหนดใหม่ของ Meta ยังไม่มีกลไกให้ภาคธุรกิจสามารถเลือกปฏิเสธไม่ให้ดูดข้อมูลได้ หากยังคงต้องการรักษาสถานะบัญชีไว้
คำชี้แจงเรื่อง robots.txt ที่ยังไร้ผลผูกพันทางกฎหมาย
แม้ว่า Meta จะรับทราบถึงกระแสคัดค้านดังกล่าว แต่บริษัทยังไม่ได้ปรับเปลี่ยนสาระสำคัญในข้อกำหนดเพิ่มเติม หลังจากที่เพิ่งตัดคำว่า “Train” ออกไปและเพิ่มข้อความอ้างอิงถึง “ผลิตภัณฑ์โฆษณาและผลิตภัณฑ์ธุรกิจ” เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา โดย Stone ระบุว่าข้อกำหนดใหม่นี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อดูดข้อมูลจากเว็บไซต์ข่าว และบริษัทจะเคารพการตั้งค่า robots.txt ของเจ้าของเนื้อหา
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและกลุ่มผู้ผลิตเนื้อหาชี้ว่า การตั้งค่า robots.txt ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย และบริษัท AI ทั่วไปมักเพิกเฉยต่อคำสั่งเหล่านี้ นอกจากนี้ Meta ยังไม่ได้มีการระบุถึง robots.txt ไว้ในข้อกำหนดของตนเองเลย ซึ่งประเด็นนี้ Schiff ได้ระบุไว้ในจดหมายด้วยว่า หากไม่มีการใส่ข้อความเฉพาะเจาะจงที่กำหนดให้นโยบายการเคารพสัญญาณ robots.txt ของ Meta มีผลตามสัญญา ผู้ใช้งานก็แทบไม่มีหนทางที่เชื่อถือได้ในการปกป้องเนื้อหาของตนเอง ทั้งนี้ Meta ยังไม่ได้ตอบคำถามในทันทีว่ามีแผนจะปรับเปลี่ยนข้อกำหนดเพิ่มเติมอีกหรือไม่
ที่มา: Engadget
