Bedrock Robotics สตาร์ทอัปรถขุดดินไร้คนขับ ระดมทุน 600 ล้านดอลลาร์ ดันมูลค่าบริษัทแตะ 4.1 พันล้านดอลลาร์ มุ่งขยายการใช้งานสำหรับรถขุดดินในไซต์งานจริง
สตาร์ทอัปรถขุดดินไร้คนขับ ระดมทุน 600 ล้านดอลลาร์ สู่งานก่อสร้างจริง
Bedrock Robotics สตาร์ตอัปผู้พัฒนาเทคโนโลยียานพาหนะอัตโนมัติ ระดมทุนได้ 600 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 20,400 ล้านบาท) ส่งผลให้มูลค่าของบริษัทพุ่งแตะ 4.1 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 139,400 ล้านบาท) ซึ่งนับเป็นการเติบโตอย่างรวดเร็วสำหรับบริษัทที่มีอายุเพียง 2 ปี

ข้ามขั้นทดสอบ สู่การทำงานจริงในไซต์งานก่อสร้าง
การระดมทุนรอบ Series C นี้ นำโดย CapitalG และ Emergence Capital เกิดขึ้นหลังจากที่บริษัทบรรลุเป้าหมายสำคัญได้ 2 เดือน โดยสามารถนำรถขุดดินไร้คนขับ ข้ามขั้นตอนการทดสอบและโครงการนำร่อง ไปสู่การปฏิบัติงานจริงในไซต์งานก่อสร้าง
Bedrock Robotics ได้พัฒนาชุดอุปกรณ์ขับขี่อัตโนมัติที่สามารถนำไปติดตั้งเพิ่มกับยานพาหนะก่อสร้างและไซต์งานต่าง ๆ ปัจจุบันรถขุดดินที่ติดตั้งเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติของบริษัทเริ่มให้บริการในเชิงพาณิชย์แล้วที่โรงบำบัดน้ำเสียในเนวาดา ไซต์งานปรับหน้าดินที่ดูแลโดย Champion Site Prep ในเท็กซัส และโครงการงานโยธาปริมาตร 1.2 ล้านลูกบาศก์หลา ร่วมกับ Zachry Construction Corporation
ทีมผู้ก่อตั้งจากวงการยานยนต์ไร้คนขับ
บริษัทระดมทุนไปแล้วเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 34,000 ล้านบาท) นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2024 โดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานพาหนะอัตโนมัติและหุ่นยนต์ ทั้งนี้ Boris Sofman ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เคยเป็นผู้นำโครงการรถบรรทุกไร้คนขับของ Waymo และยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งรวมถึงอดีตผู้บริหารของ Anki Robotics ผู้สร้างหุ่นยนต์ Cozmo ที่ปิดตัวไปเมื่อปี 2019
สำหรับผู้ร่วมก่อตั้งรายอื่นประกอบด้วย อดีตทีมงานของ Waymo ได้แก่ Kevin Peterson ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี และ Ajay Gummalla รองประธานฝ่ายวิศวกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึง Tom Eliaz ผู้ที่เคยทำงานกับ Segment และ Twilio ซึ่งเข้ามารับตำแหน่งผู้ร่วมก่อตั้งและรองประธานฝ่ายวิศวกรรมและฮาร์ดแวร์
เร่งขยายการใช้งานเชิงพาณิชย์และแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน
เงินทุนก้อนใหม่นี้ จะช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่การดำเนินงานเชิงพาณิชย์ โดยบริษัทวางแผนที่จะนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปปรับใช้ในไซต์งานก่อสร้างเพิ่มเติม พร้อมทั้งขยายทีมงานและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในการสนับสนุนลูกค้าในพื้นที่ปฏิบัติงานจริง
Boris Sofman ระบุในแถลงการณ์ว่า บริษัทได้พิสูจน์แล้วว่ารถขุดดินอัตโนมัติเต็มรูปแบบสามารถปฏิบัติงานจริงได้อย่างมีคุณค่าร่วมกับทีมงานและขั้นตอนการทำงานเดิมในไซต์งานก่อสร้าง ความท้าทายขั้นต่อไปคือการส่งมอบความสามารถนี้ให้กับผู้รับเหมาจำนวนมากขึ้น เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งที่พึ่งพาได้ในการก่อสร้างโครงการต่าง ๆ
Bedrock มุ่งเน้นไปที่รถขุดดินไร้คนขับเป็นพิเศษ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการขาดแคลนผู้ควบคุมเครื่องจักรที่มีทักษะ ซึ่งการฝึกฝนทักษะการบังคับรถขุดดินต้องใช้เวลาตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป ขณะเดียวกันคนงานก่อสร้างจำนวนมากเริ่มเข้าสู่วัยเกษียณ โดย The Associated Builders and Contractors ซึ่งเป็นสมาคมการค้าอุตสาหกรรมก่อสร้างระดับชาติประเมินว่า มากกว่า 40% ของคนงานก่อสร้างจะเกษียณอายุภายในห้าปีข้างหน้า ทำให้บริษัทเล็งเห็นว่าอุตสาหกรรมจะหันมาพึ่งพาเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติมากขึ้นเพื่ออุดช่องว่างแรงงานดังกล่าว
พันธมิตรใหม่และกลุ่มนักลงทุนที่เข้าร่วม
พันธมิตรรายล่าสุดของบริษัทคือ Haydon ซึ่งเป็นผู้รับเหมาทั่วไปในรัฐแอริโซนา โดยมีแผนนำเครื่องจักรที่ติดตั้งระบบของ Bedrock ไปใช้ในโครงการที่หลากหลาย ครอบคลุมโรงงานผลิตขั้นสูง โรงบำบัดน้ำและน้ำเสีย ศูนย์ข้อมูล และสถานพยาบาล
ในรอบการระดมทุนนี้มีนักลงทุนรายใหม่เข้าร่วม ได้แก่ US Innovative Technology Fund (USIT), Bessemer Venture Partners และ Temasek พร้อมด้วยกลุ่มนักลงทุนเดิมอย่าง 8VC, Georgian, Valor Equity Partners, Xora, Eclipse, Perry Creek Capital และ Nvidia
นอกจากนี้ บริษัทยังประกาศแต่งตั้งผู้บริหารใหม่ 2 ตำแหน่ง เพื่อรองรับการขยายการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ ได้แก่ Amy Jones Satrom ซึ่งเคยมีประสบการณ์ทำงานกับ Amazon, Nuro และ Uber เข้ามารับตำแหน่งรองประธานฝ่ายปฏิบัติการ และ Lando Juarez อดีตหัวหน้าฝ่ายกฎหมายสำหรับธุรกิจยานยนต์อัตโนมัติและการจัดส่งของ Uber เข้ามารับตำแหน่งที่ปรึกษาทั่วไปของบริษัท
ที่มา: TechCrunch
