Apple ปล่อยอัปเดต iOS 26.5.2 เน้นการแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยเป็นหลัก ซึ่งครอบคลุมช่องโหว่มากกว่า 25 รายการ
iOS 26.5.2
มาพร้อม Build Number: 23F84

สิ่งใหม่
แก้ไขช่องโหว่มากกว่า 25 รายการ
จากเอกสารด้านความปลอดภัยของ Apple ระบุว่า การอัปเดตใหม่ได้รวมการแก้ไขช่องโหว่ที่ก่อนหน้านี้ Apple เคยนำไปใช้แล้วในเวอร์ชัน Beta ของ iOS 26.6, iPadOS 26.6 และ macOS Tahoe 26.6
ครอบคลุม Kernel และ WebKit
การอัปเดตครั้งนี้มีการแก้ไขช่องโหว่หลายรายการใน Kernel ซึ่งเป็นแกนหลักของระบบปฏิบัติการ รวมถึงแก้ไขช่องโหว่ใน WebKit หลายรายการที่อาจส่งผลให้เกิดการแครชของระบบ หรือทำให้ข้อมูลรั่วไหลได้
แม้ในขณะนี้ Apple จะยังไม่พบหลักฐานว่าช่องโหว่เหล่านี้ถูกนำไปใช้โจมตีผู้ใช้งานจริง แต่เมื่อบริษัทเผยแพร่รายละเอียดของช่องโหว่ออกมาแล้ว ก็มีความเป็นไปได้ที่ผู้ไม่หวังดีจะนำข้อมูลดังกล่าวไปพัฒนาชุดโจมตีสำหรับอุปกรณ์ที่ยังไม่ได้อัปเดต
Apple แนะนำให้อัปเดตทันที
Apple ยังคงแนะนำให้ผู้ใช้ iPhone, iPad และ Mac อัปเดตอุปกรณ์เป็นซอฟต์แวร์เวอร์ชันล่าสุด และติดตั้งแพตช์ด้านความปลอดภัยทันทีหลังจากเปิดให้ดาวน์โหลด เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากช่องโหว่ที่อาจถูกนำไปใช้ในอนาคต
iPhone รุ่นรองรับ
- iPhone 17e
- iPhone 17
- iPhone 17 Pro
- iPhone 17 Pro Max
- iPhone Air
- iPhone 16
- iPhone 16 Plus
- iPhone 16 Pro
- iPhone 16 Pro Max
- iPhone 16e
- iPhone 15
- iPhone 15 Plus
- iPhone 15 Pro
- iPhone 15 Pro Max
- iPhone 14
- iPhone 14 Plus
- iPhone 14 Pro
- iPhone 14 Pro Max
- iPhone 13
- iPhone 13 mini
- iPhone 13 Pro
- iPhone 13 Pro Max
- iPhone 12
- iPhone 12 mini
- iPhone 12 Pro
- iPhone 12 Pro Max
- iPhone 11
- iPhone 11 Pro
- iPhone 11 Pro Max
- iPhone SE (รุ่นที่ 2)
- iPhone SE (รุ่นที่ 3)
การอัปเดต
ผู้ใช้ iPhone รุ่นรองรับ สามารถกดอัปเดตได้ โดยไปที่การตั้งค่า > รายการอัปเดตซอฟต์แวร์ จากนั้นกดอัปเดตได้เลย
หรือผู้ใช้จะเชื่อมต่อ iPhone เข้ากับคอมพิวเตอร์ (Mac/PC) เพื่อกดอัปเดต หรือจะดาวน์โหลดไฟล์ IPSW เพื่อไปอัปเดตเองก็ทำได้เช่นกัน
ก่อนอัปเดตผู้ใช้ควรสำรองรองข้อมูล (Backup) ตัวเครื่องไว้ก่อน จะสำรองผ่าน iCloud หรือคอมพิวเตอร์ก็ได้ เผื่อในกรณีที่มีปัญหาการอัปเดต หรืออัปเดตไปแล้วอยาก Downgrade กลับมา การกู้คืนข้อมูลก็จะทำได้ง่ายขึ้น
