ตลาดสมาร์ตโฟนจีนต้นปี 2026 ชะลอตัวลง ท่ามกลางต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ iPhone ขายดี สวนกระแสเติบโตเด่น ตาม Huawei เจ้าบ้านมาติด ๆ
iPhone ขายดี สวนตลาดสมาร์ตโฟนจีนที่กำลังหดตัว
Counterpoint Research ระบุว่า ยอดจัดส่งสมาร์ตโฟนในจีนช่วงไตรมาส 1 ปี 2026 ลดลง 4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ยอดที่ลดลงมีสาเหตุหลักมาจาก “ฐานเปรียบเทียบที่สูง” จากปีก่อน ซึ่งเกิดจากมาตรการอุดหนุนของรัฐบาล รวมถึงต้นทุนชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหน่วยความจำ (Memory) ที่ส่งผลให้ทั้งราคาสินค้าใหม่ และมือสองปรับตัวสูงขึ้น

แม้ช่วงเทศกาลตรุษจีนในเดือน ก.พ. จะช่วยกระตุ้นยอดขายได้บางส่วนผ่านโปรโมชัน แต่ Counterpoint ชี้ว่า “ระดับส่วนลดถูกจำกัด” เนื่องจากต้นทุนหน่วยความจำที่พุ่งสูง ทำให้แรงกระตุ้นตลาดไม่แรงเท่าที่ควร และแนวโน้มแรงกดดันด้านต้นทุนคาดว่าจะต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 2
ในภาพรวมตลาดที่ชะลอตัว, Apple กลับทำผลงานโดดเด่น โดยขึ้นมาอยู่อันดับ 2 ด้วยยอดจัดส่งเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากความนิยมของ iPhone 17 Series การปรับลดราคาเชิงกลยุทธ์ และแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ
Counterpoint ระบุว่า Apple เป็นผู้ผลิตที่มีความพร้อมมากที่สุดในการรับมือกับวิกฤตราคา Memory ระดับโลก ด้วยจุดแข็งด้านพอร์ตสินค้าระดับพรีเมียม และการบริหารซัพพลายเชน โดยคาดว่า Apple จะสามารถดูดซับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไว้ภายในองค์กรได้ในระยะสั้นถึงกลาง และใช้โอกาสนี้ขยายส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเติม

ผลงานดังกล่าวยังต่อยอดจากช่วงปลายปี 2025 ที่ Apple ขึ้นเป็นอันดับ 1 ในจีน ด้วยยอดจัดส่งเพิ่มขึ้น 28% และยังทำยอดขายเพิ่มขึ้นอีก 23% ในช่วง 9 สัปดาห์แรกของปี 2026
ด้าน Huawei ยังคงครองอันดับ 1 ด้วยส่วนแบ่งตลาด 20% สูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2020 และมียอดจัดส่งเพิ่มขึ้น 2% โดยได้รับแรงหนุนจากเครือข่ายซัพพลายเออร์ในประเทศที่ช่วยลดผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
OPPO อยู่ในอันดับ 3 หลังรวม realme กลับเข้ามาในโครงสร้าง ขณะที่ OnePlus เติบโต 53% จากซีรีส์ Ace 6 และ Turbo 6 อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นราคาสินค้ารุ่นเก่าในเดือน มี.ค. ส่งผลกระทบต่อความต้องการ
vivo เติบโต 2% จากกลุ่มสินค้าระดับกลางถึงล่าง ส่วน Xiaomi เป็นแบรนด์ที่หดตัวมากที่สุด โดยลดลงถึง 35% เนื่องจากรุ่นหลักทำผลงานได้ต่ำกว่ารุ่นก่อนหน้า
Counterpoint เตือนว่า ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนกำลังเผชิญ “แรงกดดันสองด้าน” ทั้งยอดจัดส่งที่ลดลง และกำไรที่บางลง พร้อมคาดการณ์ว่าตลาดสมาร์ตโฟนจีนทั้งปี 2026 จะหดตัวลง 9%
อย่างไรก็ตาม Apple ถูกมองว่าจะใช้สถานการณ์นี้เป็นข้อได้เปรียบ ด้วยการแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเอง ในขณะที่คู่แข่งจำเป็นต้องขึ้นราคา ส่งผลให้สูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาด
ที่มา: MacRumors
