Google ขยายการใช้งานเครื่องมือ Gemini ภายในเบราว์เซอร์ Chrome เพิ่มเติม โดยเริ่มเปิดใช้งานฟีเจอร์ใหม่หลายรายการแล้ววันนี้ และจะทยอยเพิ่มอีกในเร็ว ๆ นี้
Google นำ Gemini, Nano Banana มาใส่ใน Chrome
Gemini
Google เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่สำหรับ Chrome โดยเพิ่ม Gemini ในแถบด้านข้าง (sidebar) ช่วยให้สามารถสนทนากับ Gemini ได้แบบต่อเนื่อง แม้จะเปลี่ยนแท็บไปมาก็ตาม

Google ระบุว่า แถบด้านข้างนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้งานหลายแท็บพร้อมกัน ทีมงานได้ทดสอบนำไปใช้หลายรูปแบบ เช่น เปรียบเทียบข้อมูลจากหลายแท็บ, สรุปรีวิวสินค้าจากหลายเว็บไซต์, ช่วยจัดสรรเวลานัดหมายแม้จะมีปฏิทินที่ยุ่งมาก
Nano Banana
ฟีเจอร์ที่สองที่สามารถเข้าถึงได้ผ่านแถบด้านข้าง คือ Nano Banana (เครื่องมือสร้างภาพด้วย AI ซึ่งพัฒนาโดย Google เอง) ซึ่งก่อนหน้านี้ Google ได้เปิดใช้ Nano Banana ในแอป Gemini มาก่อน และตอนนี้มาอยู่ในเบราว์เซอร์โดยตรงแล้ว

ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเปิดแท็บใหม่เพื่อให้ Gemini สร้างภาพ, ไม่ต้องดาวน์โหลด หรืออัปโหลดรูป สามารถสั่งให้ Gemini แก้ไขภาพที่มีอยู่ได้เลย ผ่านแท็บที่เปิดใช้งานอยู่ที่แถบด้านข้าง
เตรียมนำ Personal Intelligence มาใส่ใน Chrome
สำหรับแผนในอนาคต Google เตรียมนำฟีเจอร์ Personal Intelligence ซึ่งเปิดตัวไปแล้วในแอป Gemini เมื่อช่วงต้นเดือน ม.ค. มาใช้งานใน Chrome ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า ประโยชน์ของฟีเจอร์นี้ คือทำให้เบราว์เซอร์จดจำบทสนทนาที่ผู้ใช้เคยมีร่วมกับ Gemini ได้ ซึ่งจะช่วยให้การใช้งาน Chrome มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

Google ระบุว่า “Personal Intelligence in Chrome จะเปลี่ยน Chrome จากเครื่องมือทั่วไปให้กลายเป็นผู้ช่วยที่น่าเชื่อถือ เข้าใจผู้ใช้ และให้ความช่วยเหลือที่ตรงจุดเชิงรุกและสอดคล้องกับบริบท”
Chrome ที่ใช้งานร่วมกับ Gemini ได้รองรับฟีเจอร์ Connected Apps แล้ว ซึ่งช่วยให้ผู้ช่วยดึงข้อมูลจากบริการอื่น ๆ ของ Google เช่น Gmail และ Calendar ได้ เช่น ในการสาธิตระหว่างการแถลงข่าว พนักงานของ Google ได้ให้ Gemini ค้นหาวันที่ที่ลูกจะปิดเทอมเดือน มี.ค. โดยไม่ได้ระบุว่าจะให้ค้นหาจากที่ใด แต่ Gemini สืบค้นข้อมูลได้อย่างถูกต้องจากกล่องอีเมลของพนักงานคนนั้น
auto browse
นอกจากนี้ Google ยังเผยภาพพรีวิวของฟีเจอร์ใหม่อย่าง auto browse ใน Chrome โดยในตัวอย่าง พนักงานคนหนึ่งขอให้ Gemini ช่วยค้นหา และซื้อเสื้อกันหนาวรุ่นเดิมที่เคยซื้อเมื่อไม่กี่ปีก่อน Gemini เริ่มจากวางแผนว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยตัดสินใจค้นหาข้อมูลจากอีเมลเพื่อหารุ่น และขนาดที่ถูกต้อง จากนั้นจึงเริ่มกระบวนการสั่งซื้อ

ขณะที่ Gemini กำลังทำงาน พนักงานสามารถใช้งาน Chrome ต่อไปได้ตามปกติ ในแต่ละขั้นตอน Gemini จะหยุด และขออนุญาตก่อนดำเนินการ เช่น เมื่อจำเป็นต้องใช้ข้อมูลล็อกอิน หรือเมื่อต้องใช้หมายเลขบัตรเครดิตเพื่อชำระเงิน
จากตัวอย่างการใช้งาน ดูเหมือนว่าผู้ใช้จะทำบางอย่างเองได้เร็วกว่า Google ระบุว่าฟีเจอร์นี้เหมาะกับผู้ที่มีพฤติกรรมการใช้งานซ้ำ ๆ เช่น สั่งสินค้าประเภทเดียวกันจากบริการเดลิเวอรีทุกสัปดาห์ Gemini สามารถช่วยดำเนินการแทนได้ ทั้งนี้ auto browse ยังอยู่ในขั้นพรีวิว โดยผู้สมัครใช้งาน Google AI Pro และ Ultra ในสหรัฐฯ สามารถเริ่มทดลองใช้งานได้แล้ววันนี้
ที่มา: engadget
