in ,

5 ข้อจำกัดของ MacBook Pro 14″ และ 16″ ที่ควรรู้

MacBook Pro 14″ และ 16″ ชิป M1 Pro และ M1 Max ที่ว่าอยู่ชั้นแนวหน้าของอุตสาหกรรมนั้นยังมีข้อจำกัดบางอย่างอยู่ สิ่งที่ MacBook Pro ทำไม่ได้คืออะไร? มาหาคำตอบกัน

5 ข้อจำกัดของ MacBook Pro 14″ และ 16″

เปิดตัวออกมาซักพักแล้ว สำหรับ MacBook Pro 14″ และ 16″ ที่มาพร้อมชิปตัวใหม่ที่แรงสุดพลังอย่างชิป M1 Pro และ M1 Max ยังมีจอ ProMotion 120Hz ดีไซน์จอมาพร้อมรอยบาก แบตอึดขึ้น รองรับพอร์ต HDMI และ MagSafe และมีช่องสำหรับใส่ SD Card ด้วย

ฟังดูแล้ว หลายคนอาจคิดว่า MacBook Pro 14″ และ 16″ นั้นครบเครื่อง แต่ยังมีบางอย่างที่เป็นข้อจำกัดของ MacBook Pro อยู่บ้าง จะมีอะไรบ้าง มาดูกันกันเลย

1.ต่อจอเสริม 4K ที่เฟรมเรตสูงสุด 120Hz ไม่ได้ รองรับแค่ 60Hz

ถึงแม้ว่าหน้าจอของ MacBook Pro 14″ และ 16″ จะมาพร้อมการรองรับอัตรารีเฟรชเรต 120Hz แต่เมื่อเราจะต่อจอเสริมผ่านพอร์ต HDMI นั้น ถึงแม้จอเสริมจะเป็นจอที่รองรับ 120Hz แต่ MacBook Pro ก็ไม่สามารถใช้ประโยชน์ส่วนนี้จากจอเสริมได้

เหตุผลก็คือ MacBook Pro 14″ และ 16″ ใช้พอร์ต HDMI 2.0 แทนที่จะเป็นพอร์ต HDMI 2.1 ซึ่งพอร์ต HDMI 2.0 นั้นรองรับการต่อจอ 4K 60HZ เท่านั้น (ขณะที่พอร์ต HDMI 2.1 รองรับการต่อจอ 4K 120Hz)

ส่วนการเชื่อมต่อผ่านพอร์ต Thunderbolt/USB-C ก็ในอัตราการรีเฟรชสูงสุดที่ใกล้เคียงกัน ตามข้อมูลของ Apple นั้น MacBook Pro ชิป M1 Pro รองรับจอแสดงผลภายนอกสูงสุด 2 จอที่มีความละเอียด 6K ที่ 60 Hz ส่วน MacBook Pro ชิป M1 Max รองรับจอแสดงผลภายนอกสูงสุด 3 จอที่มีความละเอียดสูงสุด 6K และจอแสดงผลภายนอกสูงสุด 4K จำนวนหนึ่งจอ ความละเอียด 60Hz

2.รองรับ UHS-II SD Card ที่ความเร็วสูงแต่ไม่สุด

Apple นำพอร์ต SD กลับมาไว้ใน MacBook Pro อีกครั้ง แต่สิ่งที่หลายคนอาจะไม่ทราบคือ ช่องเสียบ SD Card ใน MacBook Pro 14″ และ 16″ ไม่รองรับการ์ด UHS-III ซึ่งมีอัตราการอ่านและเขียนที่ความเร็วสูงถึง 624 MB/s

MacBook Pro 14″ และ 16″ มาพร้อมช่องเสียบการ์ด SD Card แบบ UHS-II เท่านั้น แต่ก็ถ่ายโอนข้อมูลได้เพียง 250MB/s อยู่ ไม่ใช่ความเร็ว 312MB/s ตามมาตรฐานที่ควรจะเป็น

3.พอร์ต Ethernet ไม่ได้อยู่ที่ตัวเครื่อง

ในข้อนี้อาจจะไม่ได้เป็นข้อจำกัดซะทีเดียว เคยสงสัยไหมว่าทำไม Apple นำพอร์ต Ethernet ไปใส่ไว้ที่ Adapter สำหรับชาร์จไฟแทนที่จะใส่มาที่ตัวเครื่อง ? เหตุผลหลักก็เพราะว่าพอร์ต Ethernet มีความหนากว่าตัวเครื่องของ MacBook Pro นั่นเอง

Apple กล่าวว่า “นวัตกรรมใหม่ที่ยอดเยี่ยม” อันนี้ ช่วยทำให้โต๊ะทำงานของผู้ใช้ไม่รก ในขณะที่ยังคงเพลิดเพลินกับประโยชน์ของ Ethernet ได้อยู่

4.ไม่รองรับการเชื่อมต่อ 5G

โน๊ตบุ้คหลาย ๆ แบรนด์ในท้องตลาดในตอนนี้ อย่างเช่น Lenovo, Samsung, Acer, Dell, and HP ล้วนแล้วแต่รองรับการเชื่อมต่อ 5G ซึ่งในตอนนี้ ไม่มี MacBook ของ Apple รุ่นไหนเลยที่รองรับการเชื่อมต่อผ่านเซลลูลาร์ได้

Mark Gurman เคยออกมาบอกในช่วงต้นปี 2021 ว่า Apple ได้พยายามพัฒนาการเชื่อมต่อเซลลูลาร์ใน ?Mac เพราะกำลังพัฒนาโมเด็มที่ออกแบบเอง เร็วสุด อาจนำมาใส่ไว้ใน iPhone ของปี 2023 และหวังว่า Apple จะหยิบเทคโนโลยีนี้มาใส่ไว้ใน MacBook ด้วย

5.ไม่รองรับ Wi-Fi 6E

ก่อนอื่นเรามาดูก่อนว่า Wi-Fi 6E และ Wi-Fi 6 ต่างกันอย่างไร?

  • Wi-Fi 6E มีคุณสมบัติเหมือน ๆ กับ Wi-Fi 6 ซึ่งเป็นการขยายไปสู่ย่านความถี่ 6 GHz ให้ประสิทธิภาพที่สูงขึ้น เวลาแฝงที่ต่ำกว่า และอัตราการรับส่งข้อมูลที่เร็วขึ้น ความแตกต่างก็คือ Wi-Fi 6E นั้นเป็นขั้นหว่าของ Wi-Fi 6 เพราะได้มีการขยายช่องสัญญาณหรือแบนด์วิดท์ให้กว้างขึ้น (ตัว E มาจากคำว่า Extended ที่แปลว่า “ขยาย”) ด้วยช่องสัญญาณที่กว้างขึ้นจึงทำให้ Wi-Fi 6E ทำได้ดีกว่าในเรื่อง ความหน่วงต่ำ การรองรับหลาย ๆ อุปกรณ์พร้อมกัน และสัญญาณตีกันน้อยลง ส่วนเรื่องความเร็วอาจจะเร็วกว่าเล็กน้อย 2-2.5 เท่า (ในทางเทคนิค)

MacBook Pro 14″ และ 16″ รองรับ Wi-Fi 6 ซึ่งก็ถือว่าทำได้ดีแล้ว ณ เวลานี้ แต่เราเตอร์ Wi-Fi แบรนด์ต่าง ๆ นั้นรองรับ Wi-Fi 6E กันแล้วและคาดว่าจะมีการรองรับเพิ่มขึ้นในอนาคต จะดีกว่ามั๊ยถ้าอุปกรณ์ของ Apple รองรับ Wi-Fi 6E? จะได้ให้ประโยชน์ในเรื่องของการเชื่อมต่อที่รวดเร็วขึ้น และรองรับรับเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ต้องพึ่งการเชื่อมต่อความเร็วสูง เช่นเทคโนโลยี AR/VR ที่กำลังจะมาในอนาคต

และนี่ก็เป็นสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับข้อจำกัดของ MacBook Pro 14″ และ 16″ ส่วนประสิทธิภาพอื่น ๆ ก็ถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของวงการ ส่วนการจะได้ใช้ประโยชน์มากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งาน

ชมรีวิว MacBook Pro ชิป M1 Pro และ M1 Max จากทีมงาน iMoD  

ที่มา – MacRumors

ความคิดเห็น - Like เพจ iPhoneMod.net

เขียนโดย Nooknick Yanika

Humanities, English Literature
Chiangmai University