in

พาชมบางฟีเจอร์ใน iOS 16 ที่รองรับแค่ iPhone บางรุ่น (ชิป A12 Bionic ขึ้นไป)

Apple เปิดตัว iOS 16 ที่มาพร้อมฟีเจอร์อันฉลาดมากมาย ถึงแม้ว่า iPhone รุ่นเก่าหลาย ๆ รุ่นจะได้ไปต่อใน iOS 16 แต่บางฟีเจอร์นั้นรองรับแค่ iPhone ที่ใช้ชิป A12 Bionic ขึ้นไปเท่านั้น มาดูกันว่ามีฟีเจอร์อะไรบ้าง ? และ iPhone รุ่นไหนสามารถใช้ได้บ้าง

สรุปฟีเจอร์ใน iOS 16 ที่รองรับเฉพาะ iPhone รุ่นชิป A12 Bionic ขึ้นไป

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมฟีเจอร์ใหม่ ๆ ใน iOS เวอร์ชันใหม่ ๆ อย่าง iOS 15 และ iOS 16 ในบางฟีเจอร์รองรับแค่ iPhone รุ่นใหม่ ๆ เท่านั้น เราต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่าเพราะอะไร ?

ทำไมฟีเจอร์ใหม่ ๆ ถึงรองรับแต่ iPhone ที่มีชิป A12 Bionic ขึ้นไป? 

ฟีเจอร์อันฉลาดฉลาดและซับซ้อนใน iOS 15 หรือ iOS 16 (ล่าสุด) นั้นต้องอาศัยพลังการประมวลผลของ Neural Engine ที่อยู่ในชิปเพื่อให้ฟีเจอร์ที่ซับซ้อนสามารถทำงานได้ ซึ่งการทำงานของฟีเจอร์ที่ซับซ้อนจะต้องใช้พลังการประมวลผล Neural Engine ที่สูงมาก ลองจินตนาการถึงตัวเลขที่อาจเกิดขึ้นระหว่างที่ฟีเจอร์ที่ซับซ้อนทำงาน ยกตัวอย่างเช่น อาจมีการประมวลผลของ Neural Engine กว่า 5 ล้านล้านคำสั่ง/วินาที ในตอนที่เราการใช้งานฟีเจอร์ Live Text อยู่

iPhone รุ่นใหม่ ๆ มักมาพร้อมกับชิปที่ถูกพัฒนาใหม่และมีประสิทธิภาพสูง ไม่เพียงแต่มีคอร์ CPU และ GPU ที่สูงกว่า ชิปที่อยู่ใน iPhone รุ่นใหม่มักจะมีจำนวนคอร์ของ Neural Engine ที่มากตามไปด้วย

ข้อมูล iPhone รุ่นรองรับ iOS 16, ชิปที่ใช้ และคุณสมบัติของ Neural Engine

ชิปประมวลผล iPhone Neural Engine คุณสมบัติ (Neural Engine) ประสิทธิภาพ (Neural Engine)
A9 iPhone 6s, iPhone 6s Plus, iPhone SE (รุ่นที่ 1) ไม่มี
A10 Fusion iPhone 7, iPhone 7 Plus ไม่มี
A11 Bionic iPhone 8, iPhone 8 Plus, iPhone X Neural Engine (รุ่นแรก) 2-core ประมวลผล 600 ล้านคำสั่ง/วินาที
A12 Bionic iPhone XS, iPhone XS Max, iPhone XR Neural Engine (รุ่นที่ 2) 8-core ประมวลผล 5 ล้านล้านคำสั่ง/วินาที
A13 Bionic iPhone 11, iPhone 11 Pro, iPhone 11 Pro Max, iPhone SE (รุ่นที่ 2) Neural Engine (รุ่นที่ 3) 8-core ประมวลผลเร็วขึ้น 20%, ใช้พลังงานน้อยลง 15% เมื่อเทียบกับ A12 Bionic
A14 Bionic iPhone 12 mini, iPhone 12, iPhone 12 Pro, iPhone 12 Pro Max Neural Engine (เจเนอเรชั่นถัดไป) 16-core ประมวลผล 11 ล้านล้านคำสั่ง/วินาที
A15 Bionic iPhone 13 mini, iPhone 13, iPhone 13 Pro, iPhone 13 Pro Max Neural Engine (เจเนอเรชั่นถัดไป) 16-core ประมวลผล 15.8 ล้านล้านคำสั่ง/วินาที

หากเข้าใจแล้วว่าทำไมบางฟีเจอร์รองรับแค่ iPhone รุ่นใหม่เท่านั้น เรามาดูฟีเจอร์ใน iOS 16 ที่ใช้งานได้เฉพาะ iPhone บางรุ่นกันเลย

iPhone แต่ละรุ่นใช้งานฟีเจอร์อะไรใน iOS 16 ได้บ้าง ?

1. การสแกน Face ID แนวนอน  

iOS 16 เพิ่มความสามารถให้กับการสแกนใบหน้า ทำให้เราสามารถแสกน Face ID แนวนอนได้แล้ว

iPhone รุ่นที่รองรับ : iPhone 13 mini, iPhone 13, iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max

2. Live text ในวิดีโอ พร้อมการแปลภาษา

ใน iOS 15 ทำให้เราสามารถดึงข้อความหรือตัวหนังสือออกมาจากรูปภาพได้ และล่าสุดใน iOS 16 เราสามารถดึงข้อความหรือตัวหนังสือออกมาวิดีโอได้

ซึ่งฟีเจอร์ Live Text ใน iOS 16 นั้น ยังทำงานร่วมกับฟีเจอร์การแปลภาษา เพียงแค่เราเปิดกล้องขึ้นมา พอจับข้อความด้วย Live Text ได้ปแล้วก็จะมีการแปลภาษาให้เราใช้งานด้วย

iPhone รุ่นที่รองรับ : iPhone XS, iPhone XS Max, iPhone XR, iPhone 11, iPhone 11 Pro, iPhone 11 Pro Max, iPhone SE (รุ่นที่ 2), iPhone 12 mini, iPhone 12, iPhone 12 Pro, iPhone 12 Pro Max, iPhone 13 mini, iPhone 13, iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max

3. Visual Look Up

ฟีเจอร์ Visual Look Up ใน iOS 16 มีการเพิ่มความสามารถให้เราสามารถยกวัตถุออกจากพื้นหลังที่เหมือนกันไดคัทรูปภาพ

นอกจากนี้  Visual Look Up ใน iOS 16 ยังมีการเพิ่มการจดจำนก แมลง และรูปปั้นเข้ามาด้วย

iPhone รุ่นที่รองรับ : iPhone XS, iPhone XS Max, iPhone XR, iPhone 11, iPhone 11 Pro, iPhone 11 Pro Max, iPhone SE (รุ่นที่ 2), iPhone 12 mini, iPhone 12, iPhone 12 Pro, iPhone 12 Pro Max, iPhone 13 mini, iPhone 13, iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max

4. การใส่อิโมจิในข้อความด้วยการป้อนตามคำบอก

ระหว่างที้เราใช้งานฟีเจอร์การป้อนตามคำบอก (Dictation) เราสามารถพูดชื่ออิโมจิตัวนั้น ๆ ลงไป เพื่อเป็นการป้อนอิโมจิด้วยเสียง ไม่ต้องเลื่อนหาให้ตาลาย

iPhone รุ่นที่รองรับ : iPhone XS, iPhone XS Max, iPhone XR, iPhone 11, iPhone 11 Pro, iPhone 11 Pro Max, iPhone SE (รุ่นที่ 2), iPhone 12 mini, iPhone 12, iPhone 12 Pro, iPhone 12 Pro Max, iPhone 13 mini, iPhone 13, iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max

5. การใช้งานคีย์บอร์ดขณะป้อนตามคำบอก

ระหว่างที่เราใช้งานหารป้อนตามคำบอก เราสามารถใช้งานคีย์บอร์ดไฟพร้อม ๆ กัน เพื่อใช้เลื่อนเคอร์เซอร์เพื่อแทรกคำหรือแก้ไขคำ

iPhone รุ่นที่รองรับ : iPhone XS, iPhone XS Max, iPhone XR, iPhone 11, iPhone 11 Pro, iPhone 11 Pro Max, iPhone SE (รุ่นที่ 2), iPhone 12 mini, iPhone 12, iPhone 12 Pro, iPhone 12 Pro Max, iPhone 13 mini, iPhone 13, iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max

6. การตรวจจับประตู

ฟีเจอร์การตรวจจับประตูเป็นฟีเจอร์สำหรับช่วยเหลือผู้บกพร่องทางการมองเห็น จะช่วยบอกว่าด้านหน้ามีประตูอยู่ห่างไปเท่าไหร่ พร้อมมีคำแนะนำการเปิดประตูให้ด้วย โดยฟีเจอร์นี้จะรองรับ iPhone หรือ iPad รุ่นที่มี LiDarScanner เท่านั้น

iPhone และ iPad รุ่นที่รองรับ : iPhone 12 Pro, iPhone 13 Pro, iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว (รุ่นที่ 4 และ 5) และ iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว (รุ่นที่ 2 และ 3)

7. สแกนกระปุกยาในฟีเจอร์การให้ยา (Medications)

iOS 16 มีการเพิ่มฟีเจอร์สุขภาพใหม่เข้ามา ซึ่งก็คือฟีเจอร์การให้ยา (Medications) ในแอปสุขภาพมาเพื่อให้เราบันทึกการทานยา และติดตามการทายาในแต่ละวัน แถมยังช่วยเตือนไม่ให้เราลืมทานยาด้วย โดยเรายังสามารถใช้กล้องสแกนกระปุกยาเข้าไปในขั้นตอนการเพิ่มยาได้ด้วย

iPhone รุ่นที่รองรับ : iPhone XS, iPhone XS Max, iPhone XR, iPhone 11, iPhone 11 Pro, iPhone 11 Pro Max, iPhone SE (รุ่นที่ 2), iPhone 12 mini, iPhone 12, iPhone 12 Pro, iPhone 12 Pro Max, iPhone 13 mini, iPhone 13, iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max

8. สั่งให้ Siri วางสาย

รูปจาก idropnews : https://www.idropnews.com/news/7-cool-ios-16-features-apple-didnt-mention-at-wwdc/188905/10/

เราสามารถใช้คำสั่งเสียงสั่งให้ Siri วางสายจากการโทรหรือการวิดีโอคอลได้ โดยพูดแค่คำว่า “Hey Siri, Hang Up” หรือ “หวัดดี Siri, วงสาย”

iPhone รุ่นที่รองรับ : iPhone XS, iPhone XS Max, iPhone XR, iPhone 11, iPhone 11 Pro, iPhone 11 Pro Max, iPhone SE (รุ่นที่ 2), iPhone 12 mini, iPhone 12, iPhone 12 Pro, iPhone 12 Pro Max, iPhone 13 mini, iPhone 13, iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max

9. Live Captions ใน FaceTime

ในแอป FaceTime มีการเพิ่มฟีเจอร์คำอธิบายเสียงแบบสดหรือ Live Captions เข้ามา เพื่อช่วยเหลือผู้มีปัญหาทางการได้ยินขณะที่คุยวิดีโอคอล

iPhone รุ่นที่รองรับ : iPhone 11, iPhone 11 Pro, iPhone 11 Pro Max, iPhone SE (รุ่นที่ 2), iPhone 12 mini, iPhone 12, iPhone 12 Pro, iPhone 12 Pro Max, iPhone 13 mini, iPhone 13, iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max

10. ภาพพื้นหลังดาราศาสตร์

ที่หน้าจอล็อกจะมีพื้นหลังดาราศาสตร์ที่เป็นรูปโลก ดวงจันทร์ และระบบสุริยะ ซึ่งพื้นหลังเหล่านี้จะมีการแสดงการเคลื่อนไหวเมื่อเราปัดจอขึ้นเพื่อเข้าสู่หน้าจอโฮม ส่วนพื้นหลังที่เป็นโลก จะมีจุดสีเขียวแสดงตำแหน่งบนลูกโลกเพื่อบ่งบอกว่าเราอยู่ส่วนไหนของโลก

iPhone รุ่นที่รองรับ : iPhone 11, iPhone 11 Pro, iPhone 11 Pro Max, iPhone SE (รุ่นที่ 2), iPhone 12 mini, iPhone 12, iPhone 12 Pro, iPhone 12 Pro Max, iPhone 13 mini, iPhone 13, iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max

ฟีเจอร์ด้านบนล้วนแล้วแต่เป็นฟีเจอร์ที่ต้องอาศัยการทำงานที่ซับซ้อน นอกจากที่เราควรหมั่นอัปเดตไปใช้ iOS เวอร์ชันล่าสุดเพื่อให้ได้ใช้งานฟีเจอร์ใหม่ ๆ แล้ว การอัปเกรดอุปกรณ์ก็สำคัญ เพราะอุปกรณ์รุ่นเก่า ๆ ที่มีทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์รุ่นเก่านั้นไม่รองรับฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่จะมีเพิ่มเข้ามาเรื่อย ๆ ในอนาคตค่ะ

ความคิดเห็น - Like เพจ iPhoneMod.net

เขียนโดย Nooknick Yanika

Humanities, English Literature
Chiangmai University