Samsung เตรียมลดการผลิตสมาร์ตโฟนระดับกลางซีรีส์ Galaxy A ลงสูงสุด 20% ในไตรมาส 4 ปี 2026 เพื่อโยกทรัพยากรชิปไปผลิตรุ่นเรือธงหลังต้นทุนชิ้นส่วนพุ่งสูง
Samsung วางแผนลดการผลิตสมาร์ตโฟนระดับกลางลง 20% รับมือต้นทุนชิปพุ่งสูง
Samsung ได้ปรับขึ้นราคาสมาร์ตโฟนทุกระดับ ทั้งรุ่นเริ่มต้น ระดับกลาง และระดับไฮเอนด์ อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะรับมือกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น โดยมีรายงานว่าบริษัทจากเกาหลีใต้แห่งนี้วางแผนลดกำลังการผลิตสมาร์ตโฟนระดับกลางลง 20%
Samsung ปรับลดยอดผลิต Galaxy A สูงสุด 20% ใน Q4 2026:
- รายงานจากเกาหลีใต้ ระบุว่า Samsung เตรียมลดการผลิตสมาร์ตโฟนระดับกลางซีรีส์ Galaxy A ลงสูงสุด 20% ในไตรมาส 4 ปี 2026
- สาเหตุหลักมาจากราคาชิ้นส่วนที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะชิปหน่วยความจำอย่าง RAM และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่มีราคาสูงขึ้นหลายเท่าตัวในช่วงปีที่ผ่านมา
- ต้นทุนชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ต้นทุนรวมในการผลิตสมาร์ตโฟนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
การปรับกลยุทธ์โยกทรัพยากรชิปสู่ Galaxy S และ Galaxy Z:
- แม้จะมีการปรับขึ้นราคาขายไปก่อนหน้านี้ แต่บริษัทยังไม่สามารถแบกรับต้นทุนชิปที่เพิ่มขึ้นได้ไหว
- Samsung ตัดสินใจโยกย้ายทรัพยากรชิปหน่วยความจำจากซีรีส์ Galaxy A ไปใช้กับอุปกรณ์ระดับไฮเอนด์อย่างซีรีส์ Galaxy S และ Galaxy Z แทน
- อุปกรณ์กลุ่มไฮเอนด์มีอัตรากำไรที่สูงกว่า ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการลดการขาดทุนของบริษัทได้ดีกว่า
ในอดีตที่ผ่านมา ซีรีส์ Galaxy A มีสัดส่วนยอดขายสูงที่สุดของ Samsung โดยคิดเป็นมากกว่า 70% ของยอดจัดส่งสมาร์ตโฟนทั้งหมด

การปรับลดกำลังการผลิตในครั้งนี้อาจส่งผลให้ยอดขายโดยรวมของ Samsung ลดลง และอาจเปิดโอกาสให้คู่แข่งด้านยอดจัดส่งอย่าง Apple สามารถขึ้นแซงสู่อันดับหนึ่งได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าราคาสมาร์ตโฟนจะปรับตัวสูงขึ้นอีกในปีหน้า อย่างไรก็ตาม ยังมีความเป็นไปได้ที่สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในอนาคตอาจถูกปรับลดสเปกลง เช่น การเลือกใช้หน้าจอและกล้องที่มีต้นทุนถูกลง
ที่มา: Sammobile
