ประสบการณ์ใช้ iPhone Duo ครบ 1 สัปดาห์ ครอบคลุมตัวเครื่อง หน้าจอ แอป กล้อง แบตเตอรี่ และอุปกรณ์เสริม พร้อมข้อดีและข้อสังเกตก่อนซื้อ
iPhone Duo ใช้ครบ 1 สัปดาห์ เจออะไรบ้าง?
เต้นท์ iMoD ใช้ iPhone Duo เป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ พร้อมจดบันทึกสิ่งที่พบจากการใช้งานจริง ตั้งแต่สภาพตัวเครื่อง ความสะดวกของหน้าจอพับ ไปจนถึงข้อจำกัดของแอปและอุปกรณ์เสริม โดยเครื่องที่ใช้งานยังไม่พบปัญหาหน้าจอด้านในแตก แต่มีหลายเรื่องที่ต้องปรับตัวจาก iPhone รูปแบบเดิม
กรอบไทเทเนียมขัดเงาติดรอยนิ้วมือง่าย แต่ตัวเครื่องยังแทบไม่มีรอย
ประสบการณ์ด้านตัวเครื่องและการพกพาหลังใช้งานประมาณ 1 สัปดาห์มีดังนี้:
iPhone Duo ใช้กรอบไทเทเนียมขัดเงา ซึ่งติดรอยนิ้วมือค่อนข้างง่ายและต้องเช็ดทำความสะอาดเป็นระยะ ตลอดการใช้งานส่วนใหญ่ใส่เคส มีถอดออกใช้งานบ้าง แต่ตัวเครื่องโดยรวมยังแทบไม่มีริ้วรอย
สิ่งที่พบคือคราบสีขาวบนหลังเครื่องจากวงแหวน MagSafe ของแท่นชาร์จไร้สายที่เริ่มเสื่อมสภาพ คราบลักษณะนี้ใช้ผ้าสะอาดเช็ดออกได้ง่าย ไม่ได้กลายเป็นรอยถาวรบนตัวเครื่อง
น้ำหนักมากกว่า iPhone 18 Pro Max และเมื่อพับเครื่องมีความหนาประมาณ 11 มม. กว่า ๆ ยังใส่กระเป๋ากางเกงได้ แม้กระเป๋าจะปูดขึ้นเล็กน้อย การใช้งานส่วนใหญ่เป็นการกางเครื่องแล้วถือด้วย 2 มือ ส่วนการถือมือเดียวมักเกิดตอนพับหน้าจอ
ความเห็นจากการใช้งานของเต้นท์มองว่า กรอบขัดเงาให้ความรู้สึกพรีเมียมใกล้เคียง iPhone Air ช่วงแรกน้ำหนักค่อนข้างมาก แต่เมื่อคุ้นเคยและถือด้วย 2 มือก็รู้สึกหนักน้อยลง การพกพาทำได้ดี ขณะที่เมื่อกางออกให้ประสบการณ์คล้าย iPad mini
หน้าจอนอก 5.4 นิ้วใช้ดูข้อมูลสั้น ๆ และตั้งเครื่องเปิด StandBy ได้
การใช้งานหน้าจอนอกและความทนทานที่พบมีดังนี้:
หน้าจอนอกมีขนาด 5.4 นิ้ว ใช้กระจก Ceramic Shield 2 โดยเครื่องที่ใช้งานไม่ได้ติดฟิล์มกระจก การตั้งเครื่องเพื่อถ่ายภาพทำให้หน้าจอด้านนี้ต้องสัมผัสพื้น ซึ่งจากการวางบนโต๊ะและถนนที่ค่อนข้างเรียบยังไม่พบรอยขีดข่วน แต่ไม่ได้ทดลองวางบนหินแหลมหรือพื้นผิวลักษณะเดียวกัน
หน้าจอนอกถูกใช้ดูการแจ้งเตือน ดูนาฬิกา และดูวิดีโอระหว่างกินข้าวเป็นหลัก เมื่อไม่ใส่เคสสามารถพับตั้งเครื่องเพื่อดูวิดีโอได้ รวมถึงพับเป็นทรงเต็นท์วางไว้บนหัวเตียงเพื่อเปิดโหมด StandBy
ความเห็นจากการใช้งานของเต้นท์มองว่า ขนาดหน้าจอให้ความคุ้นเคยคล้าย iPhone ตระกูล mini ที่ขยายพื้นที่ด้านข้าง แต่ Dock ทางขวากินพื้นที่แสดงผล จึงไม่ได้ใช้หน้าจอนอกมากนัก และอยากให้มีตัวเลือกซ่อน Dock เพื่อใช้พื้นที่ได้เต็มขึ้น
หน้าจอใน 7.6 นิ้วลดแสงสะท้อน แต่เห็นคราบและรอยจาก Pencil ได้ชัด
หน้าจอด้านในมีทั้งประโยชน์จากพื้นที่แสดงผลและข้อสังเกตเรื่องพื้นผิวดังนี้:
เมื่อกางเครื่องจะได้หน้าจอขนาด 7.6 นิ้ว พร้อมพื้นผิว nano-texture ที่ช่วยลดแสงสะท้อน ทำให้มองเห็นเนื้อหาได้ชัดเมื่อมีแสงไฟตกกระทบหรือใช้งานนอกอาคาร และช่วยให้รอยพับกลางหน้าจอเด่นน้อยลง
หลังใช้ต่อเนื่องเริ่มเห็นรอยจากการสัมผัสและ Apple Pencil บนพื้นผิวหน้าจอ แม้เช็ดแล้วก็ยังให้ความรู้สึกหม่นกว่ากระจกทั่วไป รอยจะเห็นชัดเป็นพิเศษเมื่อแสดงเนื้อหาที่มีสีดำมาก ๆ รวมถึงตอนปิดหน้าจอหรือล็อกเครื่อง จึงต้องทำความสะอาดบ่อย
เครื่องที่ใช้งานประมาณ 1 สัปดาห์ยังไม่พบหน้าจอในแตก ส่วน Apple ระบุว่าปัญหานี้เกิดกับ iPhone Duo บางเครื่องในจำนวนน้อย และหากเกิดมักปรากฏในช่วงเริ่มใช้งานหลังพับกางไม่กี่ครั้ง
ความเห็นจากการใช้งานของเต้นท์มองว่า nano-texture ให้สัมผัสที่ดี แต่ส่วนตัวชอบกระจกเงามากกว่า เพราะรอยที่มองเห็นทำให้หน้าจอดูเก่าเร็ว ผู้ที่ให้ความสำคัญกับความสวยงามของหน้าจอจึงควรพิจารณาประเด็นนี้ด้วย
วิดีโอยังมีแถบดำ และยังไม่พบเศษกระดาษเข้าไประหว่างจอเมื่อพับ
การดูวิดีโอและการพับเก็บเครื่องมีข้อสังเกตดังนี้:
แม้หน้าจอด้านในจะมีพื้นที่มากขึ้น แต่การเปิดวิดีโอยังคงมีแถบดำ หากต้องการให้ภาพเต็มจอต้องซูมเข้า เช่นเดียวกับการดูบน iPad แท็บเล็ต และสมาร์ตโฟนจอพับรูปแบบอื่น
การพับและกางเครื่องมีแอนิเมชันเฟดหน้าจอ ส่วนการพับเก็บในกระเป๋ากางเกงยังไม่พบเศษกระดาษเล็ดลอดเข้าไปอยู่ระหว่างหน้าจอ แม้ในกระเป๋าจะมีเศษกระดาษอยู่ ต่างจากสมาร์ตโฟนจอพับบางรุ่นที่เต้นท์เคยใช้งาน
ความเห็นจากการใช้งานของเต้นท์มองว่า ประสบการณ์ดูวิดีโอยังไม่ได้ต่างจากอุปกรณ์ทั่วไปมากอย่างที่คาดหวัง และอยากให้ Apple ปรับการแสดงผลให้ใช้พื้นที่ได้ดีขึ้น ส่วนแอนิเมชันพับกางน่าตื่นเต้นในช่วงแรก แต่เมื่อเห็นทุกวันก็เริ่มคุ้นเคย ขณะที่กลไกพับปิดทำได้แนบสนิทดีจากการใช้งานที่ผ่านมา
Touch ID และปุ่มปรับเสียงต้องอาศัยการปรับตัวจาก iPhone รุ่นเดิม
ตำแหน่งปุ่มและวิธียืนยันตัวตนมีความต่างที่ต้องเรียนรู้ดังนี้:
iPhone Duo ใช้ Touch ID บนปุ่มด้านข้างแทน Face ID และลงทะเบียนลายนิ้วมือได้ 6 นิ้ว จึงเลือกบันทึกได้ทั้งนิ้วโป้งและนิ้วชี้ของมือซ้ายหรือขวา เพื่อให้เหมาะกับท่าจับเครื่อง
ปุ่มปรับเสียงอยู่ด้านบน ไม่ได้อยู่ด้านข้างเหมือน iPhone ทั่วไป ระหว่างปรับตัวเต้นท์เคยกดปุ่มข้างค้างเพราะต้องการเร่งเสียง แต่กลับเรียก Siri และ SOS ส่วนทิศทางเพิ่มลดเสียงจะเปลี่ยนตามแนวตั้งหรือแนวนอน ซึ่งสามารถปรับพฤติกรรมนี้ได้ในการตั้งค่า
ความเห็นจากการใช้งานของเต้นท์มองว่า คนที่ใช้ Face ID มาตลอดต้องปรับตัวพอสมควร โดยเฉพาะเวลาที่ไม่สะดวกใช้นิ้วสัมผัสปุ่ม ตำแหน่ง Touch ID ยังให้ความรู้สึกเหมาะกับคนถนัดขวามากกว่า เพราะเมื่อถือมือซ้ายต้องเอื้อมนิ้วไปอีกด้าน
ความเห็นจากการใช้งานของเต้นท์มองว่า ผู้ที่คุ้นกับ iPad อาจปรับตัวกับปุ่มเสียงด้านบนได้ง่ายกว่า แต่ก็อาจสับสนกับ iPad mini หรือ iPad Air ที่วางปุ่มเสียงใกล้ Touch ID ต่างจากตำแหน่งบน iPhone Duo
Camera Control ช่วยถ่าย Duo Preview แต่ไม่มีปุ่ม Action
การใช้งานปุ่มสำหรับถ่ายภาพและปิดเสียงมีดังนี้:
Camera Control ใช้กดชัตเตอร์ได้สะดวกเมื่อเปิด Duo Preview เพื่อใช้กล้องหลังถ่ายเซลฟี่ โดยดูภาพตัวเองผ่านหน้าจอด้านนอก หลังคุ้นเคยกับตำแหน่งปุ่มแล้วสามารถถ่ายได้ง่ายขึ้น
iPhone Duo ไม่มีปุ่ม Action หากต้องการปิดเสียงจึงต้องเปิด Control Center แล้วกดปิดเสียง ต่างจาก iPhone รุ่นที่มีปุ่ม Action ซึ่งตั้งให้ปุ่มทำหน้าที่นี้ได้
ความเห็นจากการใช้งานของเต้นท์มองว่า Camera Control มีประโยชน์มากกว่าที่คิดไว้ตอนแรก แต่หากต้องเลือกระหว่างปุ่มนี้กับปุ่ม Action ก็ยังเลือกปุ่ม Action เพราะกำหนดให้ทำงานได้หลากหลายกว่า
LINE และแอปธนาคารยังไม่ใช้พื้นที่เต็ม ขณะที่แอปที่รองรับให้ประสบการณ์ต่างออกไป
การรองรับแอป ณ เวลาที่ใช้งานมีความแตกต่างดังนี้:
แอปที่ใช้ในชีวิตประจำวันอย่าง LINE และแอปธนาคารยังแสดงผลคล้ายหน้าจอ iPhone ทั่วไปที่นำมาวางบนจอใหญ่ พร้อมปุ่มสำหรับขยายและย่อ ลักษณะใกล้เคียงการเปิดแอป iPhone บน iPad ขณะที่แอปติดเครื่องส่วนใหญ่รองรับการแสดงผลแล้ว แต่สัดส่วนแอปที่ใช้พื้นที่ได้เต็มรูปแบบยังมีน้อย
Apple Music เป็นตัวอย่างของแอปที่จัดพื้นที่ใหม่ โดยวางส่วนเล่นเพลงไว้ทางซ้าย และรายการหรือเมนูคาราโอเกะไว้ทางขวา ส่วน Netflix รองรับการดูได้ทั้งแนวตั้ง แนวนอน ขณะกางหน้าจอหรือพับเครื่อง
Delta ซึ่งเป็น Emulator สำหรับเล่นเกม Nintendo สามารถจัดจอเกมหลักไว้ด้านบน และวางปุ่มควบคุมพร้อมหน้าจอเล็กไว้ด้านล่าง ใช้งานร่วมกับการพับกางและแบ่งพื้นที่หน้าจอได้
ความเห็นจากการใช้งานของเต้นท์มองว่า แอปที่รองรับ iPhone Duo เต็มรูปแบบให้ประสบการณ์แตกต่างจาก iPhone ทั่วไปอย่างชัดเจน โดย Delta เป็นหนึ่งในแอปที่ใช้ความสามารถของเครื่องได้ดี ส่วนการรองรับที่ยังไม่ทั่วถึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้หลายคนชะลอการซื้อ
แบ่งหน้าจอ 2 แอปและบันทึกคู่แอปได้ แต่ปรับสัดส่วนแต่ละฝั่งไม่ได้
การทำงานหลายแอปพร้อมกันมีความสามารถและข้อจำกัดดังนี้:
สามารถลากแอปมาแบ่งหน้าจอซ้ายและขวาเพื่อเปิดพร้อมกัน 2 แอปได้ แต่ยังปรับความกว้างแยกกันไม่ได้ เช่น เปิด Facebook ทางซ้ายและ YouTube ทางขวาแล้วต้องการให้ Facebook ใหญ่กว่า การลากในลักษณะนั้นจะกลายเป็นปัดแอปออกแทน
ฟังก์ชันจับคู่แอปช่วยบันทึกชุดแอปที่ใช้ร่วมกันได้ เช่น Facebook กับ YouTube หรือ Safari กับ Notes โดยไม่ต้องลากมาเปิดคู่ใหม่ทุกครั้ง ระหว่างใช้ Safari และ Notes สามารถคัดลอกรูปจากเว็บมาใส่โน้ตได้ และใช้การปัดขึ้นเพื่อสลับฝั่งแอปได้ง่าย
อีกวิธีคือเปิดวิดีโอจากแอปที่รองรับอย่าง Apple TV เป็น PiP ก่อน จากนั้นเปิด Facebook แล้วเลื่อนวิดีโอไปด้านบน เพื่อจัดวิดีโอไว้บนและใช้แอปอีกตัวด้านล่าง นอกจากนี้ยังเล่น LoL: Wild Rift ด้านล่างพร้อมดูวิดีโอด้านบนได้ ซึ่งเป็นรูปแบบที่ใช้ประโยชน์ได้เมื่อเกมยังไม่รองรับหน้าจอเต็มที่
ความเห็นจากการใช้งานของเต้นท์มองว่า การแบ่งจอทำงานได้ลื่นไหล ผู้ใช้ iPad จะปรับตัวได้ไม่ยาก โดยเฉพาะการจับคู่และสลับฝั่งแอป แต่ยังอยากให้เพิ่มการปรับสัดส่วนในเวอร์ชันถัดไป เนื่องจากเป็นอุปกรณ์และระบบปฏิบัติการช่วงเจเนอเรชันแรกที่ยังมีข้อจำกัดอยู่
Duo Preview ใช้กล้องหลังเซลฟี่ ส่วน Smart Take ต้องจัดเฟรมก่อนถ่าย
ฟีเจอร์กล้องที่ได้ใช้งานและเงื่อนไขที่ต้องรู้มีดังนี้:
Duo Preview ใช้หน้าจอนอกแสดงภาพตัวเองระหว่างถ่ายเซลฟี่ด้วยกล้องหลัง จึงเลือกใช้กล้องความละเอียด 48 ล้านพิกเซลหรือกล้อง Ultra Wide ได้ และเป็นฟีเจอร์กล้องที่เต้นท์ใช้งานบ่อยที่สุด
Smart Take ใช้การตรวจจับท่าทาง เมื่อโพสท่านิ่งระบบจะถ่ายภาพอัตโนมัติ และเมื่อเปลี่ยนท่าก็ถ่ายให้อีกครั้ง การใช้งานต้องเรียนรู้สักระยะ หากใช้กล้องหน้าด้านนอกจะเห็นตัวเองบนหน้าจอ แต่เมื่อใช้กล้องหลังหรือ Ultra Wide ต้องจัดตำแหน่งและกะระยะให้ดีก่อน อาจทดลองถ่าย 1–2 ภาพเพื่อป้องกันคนหลุดเฟรม เพราะมองไม่เห็นหน้าจอ
กล้องมีทั้งหมด 4 ตัว แบ่งเป็นกล้องหลัง 2 ตัว กล้องหน้าด้านนอก 1 ตัว และกล้องหน้าด้านใน 1 ตัว โดยชุดกล้องหลังเป็นกล้องหลักกับ Ultra Wide ให้ความสามารถใกล้เคียง iPhone 17 รุ่นธรรมดา ไม่มี Telephoto และถ่ายพอร์ตเทรตได้ที่ 2x
ความเห็นจากการใช้งานของเต้นท์มองว่า Duo Preview ช่วยให้เซลฟี่ได้คมชัดและจัดภาพง่าย ส่วน Smart Take เหมาะกับภาพกลุ่ม และอยากให้มีบน iPhone 18 Pro กับ iPhone 18 Pro Max ด้วย สำหรับกล้องหน้าด้านในเหมาะกับวิดีโอคอลมากกว่าถ่ายภาพ หากต้องการเซลฟี่ควรใช้กล้องหน้าด้านนอกหรือ Duo Preview
ความเห็นจากการใช้งานของเต้นท์มองว่า การไม่มี Telephoto มีผลต่อการซูม คนที่จริงจังกับภาพถ่ายเหมาะกับ iPhone 18 Pro หรือ iPhone 18 Pro Max มากกว่า ขณะที่ iPhone Duo ตอบโจทย์คนที่ต้องการลูกเล่นถ่ายภาพหลากหลาย แม้มีกล้องหลายตัว แต่ในการใช้งานจริงก็ยังใช้กล้องหลังเป็นหลัก
A20 Pro และ RAM 12GB ใช้งานลื่นไหล แต่เครื่องร้อนเร็ว
ประสิทธิภาพ ความร้อน และระยะเวลาใช้แบตเตอรี่ที่พบมีดังนี้:
iPhone Duo ใช้ชิป A20 Pro พร้อม RAM 12GB ตัวเครื่องบาง 5.2 มม. และมี Vapor Chamber แต่ขนาดเล็กกว่าที่ใช้ใน iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max
ระหว่างใช้งานพบว่าเครื่องร้อนเร็ว โดยเฉพาะเมื่อดู Facebook ดูวิดีโอนาน ๆ หรือเล่นเกม บางบริเวณร้อนจนจับแทบไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ค่อยพบปัญหาแอปเด้ง กระตุก หรือแต่งรูปแล้วค้าง และระหว่างใช้งานกลางแจ้งก็ไม่ค่อยพบหน้าจอลดความสว่างอย่างรวดเร็วหลังใช้เพียงครู่เดียว
แบตเตอรี่มี 2 ก้อน ความจุรวมประมาณ 4,883 mAh ขณะที่รุ่น Pro Max มีความจุมากกว่า 5,000 mAh จากการใช้งานสามารถอยู่ได้ประมาณ 1 วัน แล้วชาร์จข้ามคืนเพื่อใช้ต่อในวันถัดไป
ความเห็นจากการใช้งานของเต้นท์มองว่า ประสิทธิภาพโดยรวมลื่นไหล ความร้อนเป็นปัญหาด้านการจับถือมากกว่าการทำงานของแอปในประสบการณ์ครั้งนี้ ส่วนระยะเวลาใช้แบตเตอรี่ใกล้เคียง iPhone รุ่น Pro และ Pro Max
เคส Folio ช่วยตั้งจอแนวนอน ส่วนพื้นผิว nano-texture เปลี่ยนที่ Apple ได้
อุปกรณ์ป้องกันเครื่องและการดูแลพื้นผิวหน้าจอมีประเด็นดังนี้:
เคสที่ใช้เป็นหลักคือ Folio แบบมีขาตั้งของ Apple ช่วยตั้งเครื่องขณะกางหน้าจอแนวนอนเพื่อดูวิดีโอ และช่วยป้องกันหน้าจอนอกสัมผัสพื้นเมื่อตั้งเครื่องถ่ายภาพ ต่างจากการพับตั้งเครื่องโดยไม่ใส่เคส
เคส Apple รุ่นที่ใช้มีราคาประมาณ 4,000 กว่าบาท โดยมีทั้งทางเลือกเคสบางและเคสขาตั้ง รวมถึงเคสจากผู้ผลิตรายอื่นที่อาจมีราคาต่ำกว่า
เครื่องนี้ไม่ได้ติดฟิล์มทั้งหน้าจอนอกและหน้าจอใน แต่มีแผนว่าอาจติดฟิล์มกระจกด้านนอกภายหลัง หากลักษณะการใช้งานทำให้หน้าจอมีโอกาสสัมผัสพื้นมากขึ้น ส่วนพื้นผิว nano-texture ด้านในสามารถลอกออกได้ แต่ Apple ไม่แนะนำให้ลอกเอง หากเริ่มมีปัญหาสามารถนำไปเปลี่ยนที่ Apple ในราคาประมาณ 1,000 กว่าบาท
ความเห็นจากการใช้งานของเต้นท์มองว่า เคส Folio ช่วยให้ตั้งดูวิดีโอและถ่ายภาพได้สบายใจขึ้น แม้ราคาค่อนข้างสูง ส่วนหน้าจอในเลือกไม่ติดฟิล์มเพิ่มเพราะไม่อยากเสี่ยงกับพื้นผิว nano-texture
Apple Pencil รุ่น USB-C เขียนได้ทั้ง 2 จอ แต่ต้องเสียบสายเชื่อมต่อ
ประสบการณ์จดเขียนและข้อจำกัดของ Apple Pencil มีดังนี้:
หน้าจอทั้งด้านนอกและด้านในรองรับ Apple Pencil รุ่น USB-C สำหรับเขียน จดบันทึก และวาดภาพ หน้าจอนอกที่เป็นกระจก Ceramic Shield ให้สัมผัสลื่นกว่า ส่วนหน้าจอในแบบ nano-texture มีผิวด้านและสากคล้ายการเขียนบนกระดาษ
เมื่อกางเครื่องวางบนโต๊ะเพื่อเขียน กล้องหลังที่นูนทำให้เครื่องวางไม่ราบและโยกได้ จึงต้องใช้มืออีกข้างจับช่วย นอกจากนี้ปลาย Pencil ยังทิ้งรอยบนพื้นผิวหน้าจอใน ต้องใช้นิ้วหรือผ้าเช็ดออก
การเชื่อมต่อ Apple Pencil รุ่น USB-C ต้องเสียบสาย USB-C ระหว่างปากกากับ iPhone Duo ไม่ได้แตะแล้วเชื่อมต่อเหมือน Apple Pencil Pro หรือ Apple Pencil รุ่นที่ 2 และบางครั้งการเชื่อมต่อหลุดจนต้องเสียบสายใหม่
ความเห็นจากการใช้งานของเต้นท์มองว่า ควรเก็บปากกาแยกในกระเป๋า และใช้สำหรับจดโน้ต สเก็ตช์เบื้องต้น วาด Mind Map หรือภาพง่าย ๆ มากกว่างานละเอียด เพราะทั้งขนาดหน้าจอและประสบการณ์วาดยังสู้ iPad ที่มีพื้นที่ใหญ่กว่าไม่ได้ อีกทั้งรอยจากปากกาและการต้องเชื่อมต่อใหม่เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยชอบ
คนไม่รีบซื้อควรพิจารณาปัญหาจอ การรองรับแอป และระยะเวลารอเครื่อง
ประเด็นที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อในช่วงที่บันทึกประสบการณ์มีดังนี้:
Apple เปิดให้เปลี่ยนเครื่องใหม่เมื่อพบปัญหาหน้าจอด้านในแตก แม้จะระบุว่าเกิดกับเครื่องจำนวนน้อย แต่ประสบการณ์ใช้งานเครื่องนี้ครบประมาณ 1 สัปดาห์โดยไม่พบปัญหายังไม่ได้ทำให้ความกังวลทั้งหมดหายไป
แอปใช้งานประจำอย่าง LINE และแอปธนาคารยังไม่ใช้พื้นที่หน้าจอได้เต็มรูปแบบ ขณะเดียวกันการหาซื้อเครื่องที่ Apple Store ทำได้ยาก โดยกำหนดรับเครื่องสำหรับการสั่งซื้อในช่วงนั้นอยู่ที่ ม.ค.–ก.พ.
ความเห็นจากการใช้งานของเต้นท์มองว่า หากไม่รีบควรรอไปก่อน โดยให้ความสำคัญกับปัญหาหน้าจอในแตกเป็นอันดับแรก และกังวลว่าสต็อกสำหรับเปลี่ยนเครื่องอาจไม่เพียงพอจนต้องรอหลายสัปดาห์ ผู้ที่ซื้อผ่านตัวแทนจำหน่าย เครือข่ายมือถือ หรืออยู่ต่างจังหวัดอาจมีขั้นตอนยุ่งยากกว่า นอกจากนี้ยังคาดว่าการรอแอปปรับให้รองรับอาจใช้เวลาเป็นเดือนหรือหลายเดือน
ข้อดีเด่นอยู่ที่รูปแบบใช้งานหลากหลายมากกว่าความสามารถกล้อง
จุดเด่นจากประสบการณ์ใช้งานแบ่งเป็น 5 ด้านดังนี้:
ความเห็นจากการใช้งานของเต้นท์มองว่า ข้อดีด้านแรกคือการพกเครื่องที่พับเก็บได้แต่กางออกมาใช้งานบนจอใหญ่ได้ ด้านที่ 2 คือการแบ่งหน้าจอเพื่อดูความบันเทิงหรือทำงานพร้อมกัน ด้านที่ 3 คือการจับคู่แอปที่ช่วยลดขั้นตอนเปิดใช้งาน ด้านที่ 4 คือการรองรับ Apple Pencil รุ่น USB-C สำหรับจดเขียน และด้านที่ 5 คือ A20 Pro กับ RAM 12GB ที่ให้การทำงานลื่นไหล
ความเห็นจากการใช้งานของเต้นท์มองว่า จุดขายสำคัญคือการเปลี่ยนรูปแบบใช้งานได้หลายแบบ ทั้งพับ กาง พับครึ่ง ดูวิดีโอด้านบนและทำงานด้านล่าง จึงมีความหลากหลายในแง่การใช้งานมากกว่ารุ่น Pro และ Pro Max
ข้อสังเกตหลักมีทั้งพื้นผิวจอ ความร้อน แอป กล้อง และอุปกรณ์เสริม
สิ่งที่ต้องยอมรับก่อนเลือกใช้งานมี 6 ด้านดังนี้:
ด้านแรกคือพื้นผิวหน้าจอในที่เห็นคราบและรอยจาก Pencil ชัด ด้านที่ 2 คือความร้อนที่กระทบการจับถือ ด้านที่ 3 คือแอปประจำวันยังรองรับไม่เต็มที่และแบ่งจอแล้วปรับสัดส่วนไม่ได้ ด้านที่ 4 คือกล้องไม่มี Telephoto และพอร์ตเทรตอยู่ที่ 2x ด้านที่ 5 คือการปรับตัวกับ Touch ID ปุ่มเสียง และการไม่มีปุ่ม Action ส่วนด้านที่ 6 คืออุปกรณ์เสริมที่มีเงื่อนไขเพิ่ม ทั้งเคส Apple ราคาประมาณ 4,000 กว่าบาท และ Apple Pencil รุ่น USB-C ที่ต้องใช้สายเชื่อมต่อ
ความเห็นจากการใช้งานของเต้นท์มองว่า iPhone Duo ราคา 79,900 บาท เป็นสมาร์ตโฟนที่มีราคาสูงมาก แต่หากแอปที่ใช้ประจำรองรับหน้าจอได้เต็มรูปแบบมากขึ้น ความสามารถด้านการใช้งานหลากหลายก็จะทำให้เครื่องน่าสนใจขึ้นตามไปด้วย
ที่มา: คลิป iMoD Official