Apple เผย ต้นทุนชิปความจำพุ่งสูงต่อเนื่อง อย่างไม่เคยมีมาก่อนและจะส่งผลกระทบต่อเนื่อง พร้อมเลี่ยงตอบคำถามเรื่องการปรับขึ้นราคาสินค้าเพิ่มเติม
Apple เผย ต้นทุนชิปความจำพุ่งสูงต่อเนื่อง และเลี่ยงตอบคำถามเรื่องการปรับขึ้นราคา
Apple คาดว่าต้นทุนชิปความจำจะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องในไตรมาส ธ.ค. 2026 และหลังจากนั้น โดย John Ternus ซีอีโอของ Apple ได้กล่าวระหว่างการแถลงผลประกอบการ ซึ่งทั้ง Ternus รวมถึง Sabih Khan ตำแหน่ง COO และ Kevan Parekh ตำแหน่ง CFO ต่างแสดงความเห็นถึงสถานการณ์ที่ Apple ต้องรับมือกับปัญหาต้นทุนชิปความจำ
![]()
ต้นทุนชิปความจำพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
Ternus กล่าวว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับราคาชิปความจำในเวลานี้ถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดย Apple พบว่าต้นทุนชิปความจำปรับเพิ่มขึ้นในไตรมาส ก.ย. และในไตรมาส ธ.ค. 2026 จะหนักขึ้นกว่าเดิม พร้อมทั้งระบุว่าเมื่อมองเลยไตรมาส ธ.ค. ไปแล้ว บริษัทยังเห็นแนวโน้มราคาการจัดซื้อชิปความจำปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
Apple สามารถชดเชยต้นทุนในไตรมาส ก.ย. ได้ด้วยการนำชิปความจำที่สำรองไว้ในราคาที่ต่ำกว่ามาใช้ รวมถึงการเจรจาลดราคาชิ้นส่วนอื่นๆ ที่ไม่ใช่ชิปความจำ ซึ่ง Apple คาดว่าจะใช้ปัจจัยเดียวกันนี้ช่วยรองรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นบางส่วนในไตรมาส ธ.ค. ร่วมกับการปรับขึ้นราคาสินค้ากลุ่ม iPad, Mac และ iPhone ไปแล้วในช่วงเดือน มิ.ย. และ ก.ย.
ผู้บริหารเลี่ยงตอบเรื่องการปรับขึ้นราคาเพิ่ม
นักวิเคราะห์ได้สอบถามถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับขึ้นราคาสินค้าอีกครั้ง แต่ Khan ซึ่งเป็นผู้ตอบคำถามดังกล่าวได้เลี่ยงการให้คำตอบโดยตรง ด้าน Parekh ระบุว่าการปรับขึ้นราคาสินค้าของ Apple ที่ผ่านมาเกิดขึ้นอย่างไม่เต็มใจนัก และบริษัทพยายามสร้างสมดุลต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น
![]()
Parekh กล่าวว่า สิ่งที่บริษัทพยายามทำคือการประเมินอัตรากำไรของรายได้ต่อหน่วย โดยพิจารณาปัจจัยทั้งในระยะสั้นและระยะยาวอย่างรอบคอบและตั้งใจจริง ซึ่งบริษัทเชื่อมั่นว่าสามารถสร้างสมดุลในส่วนนี้ได้เป็นอย่างดี
Apple เพิ่มภาระผูกพันจัดซื้อสต็อกสินค้า
Ternus ระบุว่าประโยชน์จากการสั่งซื้อชิปความจำล่วงหน้าจะค่อย ๆ ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป โดยสินค้าคงคลังของ Apple เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าแตะระดับ 14,500 ล้านดอลลาร์ ซึ่งชี้ว่า Apple กำลังเร่งกว้านซื้อชิปความจำก่อนที่ราคาจะปรับตัวขึ้นอีก
พร้อมระบุว่า ในระหว่างที่บริษัทดำเนินการเพื่อเพิ่มปริมาณซัพพลาย ภาระผูกพันในการจัดซื้อเพื่อการผลิตได้เพิ่มขึ้นถึง 33,000 ล้านดอลลาร์ จากช่วงเดือน มิ.ย. มายังไตรมาส ก.ย. ซึ่งรายละเอียดจะปรากฏในรายงานประจำปีที่จะเปิดเผยในวันถัดไป
Apple คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลงจาก 47.9% ในไตรมาส ก.ย. มาอยู่ที่ 45% ถึง 46% ในไตรมาส ธ.ค. โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนชิปความจำที่สูงขึ้น รวมถึงต้นทุนด้านระบบ AI ของ Siri บางส่วน นอกจากนี้ ปริมาณสินค้า Mac และ iPad จะมีจำกัดในไตรมาส ธ.ค. อันเนื่องมาจากปัญหาเรื่องชิปความจำ
ที่มา: MacRumors
