, , ,

iOS 13 ปรับค่า Warmth (อุณหภูมิ) ของภาพผ่านแอป Photos ได้เลย


Ios 13 Redesign Photo Editing Cover

ภาพถ่ายที่เรามักถ่ายกันใต้ไฟสีเหลืองเป็นปัญหาที่ยังพบกันอยู่ประจำทุกคืนวัน หลายคนต้องเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ตอนถ่ายรูปนั่นแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น “ทำไมหน้าเหลืองจัง? สีไฟมันเหลืองไป?” ฯลฯ หากจะแก้ไขรูปที่ถ่ายมาแล้วติดโทนเหลืองแบบนั้นก็ต้องไปโหลดแอปมาแก้ไขเพิ่มเติมภายหลัง แต่ใน iOS 13 นี้จัดมาให้เลยในแอป Photos เพิ่มความสะดวกเป็นอย่างมากต่อการใช้งาน

iOS 13 ปรับค่า Warmth (อุณหภูมิ) ของภาพผ่านแอป Photos ได้เลย

แอป Photos ใน iOS 13 ไม่ใช่เพียงแค่รวมรูปถ่ายและวิดีโอที่เราถ่ายเท่านั้นแต่ยังไม่ฟีเจอร์การปรับแต่งรูปไว้อย่างครบครันมากขึ้นกว่าหลาย ๆ iOS ที่ผ่านมา และในเวอร์ชันของ iOS 13 นั้นการปรับแต่งรูปถ่ายมีความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น

Ios 13 Redesign Photo Editing

ผมขอนำฟีเจอร์การปรับแสง Warmth มาแนะนำซึ่งคิดว่าจะเป็นประโยชน์และน่าจะได้ใช้งานบ่อย อย่างกรณีที่เราไปร้อนกาแฟหรือร้านอาหารที่ตกแต่งร้านด้วยหลอดไปสีอบอุ่น ๆ ออกส้ม ๆ เหลือง ๆ เวลาที่ถ่ายรูปแน่นอนว่าภาพที่ได้มาจะติดโทนเหลืองแน่นอนครับ ถ้าเหลืองพอประมาณก็สวยแต่ถ้าเหลืองเกินไปก็จะดูผิดธรรมชาติไปเลย

ขออนุญาตนำภาพตัวอย่างมาให้ชมเรียงตามลำดับซ้ายไปขวา

  • ซ้าย คือ ภาพต้นฉบับถ่ายในห้องอาหารที่มีแสงไฟสีเหลืองเบา ๆ สังเกตที่ผิวนางแบบจะพบว่าติดเหลืองกว่าปกติ
  • กลาง คือ เปิดภาพและแก้ไขในแอป Photos ที่มาพร้อม iOS 13 เลือกปรับค่า WARMTH (บางท่านอาจจะเรียกว่าการปรับค่าอุณหภูมิของภาพ)
  • ขวา คือ เลื่อนมาฝั่งซ้ายเพื่อเพิ่มความเย็น (ภาพจะดูมีความสีฟ้ามากขึ้น) สีผิวก็จะใกล้เคียงกับสีผิวจริงมากยิ่งขึ้น

Ios 13 Warmth Adjust In Photos

จุดนี้จะช่วยให้การแก้ไขปัญหาแก้อุณภูมิของรูปภาพที่ถ่ายมาได้อย่างรวดเร็วมากขึ้นโดยไม่ต้องใช้แอปเสริมอื่น ๆ เข้ามา เชื่อว่าตากล้องหลายคนต้องถูกใจสิ่งนี้แน่นอนรวมทั้งตัวผมด้วย

ยังมีอีกหลายฟีเจอร์ใน Photos ที่เพิ่มเข้ามาใน iOS 13 นี้ ไม่ว่าจะเป็นการปรับค่า Distortion, การเพิ่ม Sharpness, Noise Reduction ฯลฯ ก็มีให้ใช้งานด้วยเช่นกัน

ชม 13 ฟีเจอร์เด่นใน iOS 13 เพิ่มเติมในคลิปด้านล่างได้เลยครับ

ความคิดเห็น - Like เพจ iPhoneMod.net

ศิษย์เก่าวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ม. ขอนแก่น ผู้ก่อตั้ง iPhoneMod.net ตั้งแต่ปี 2009
อดีต Dell Technical Support รู้จัก ​Apple เพราะ Macbook Pro และใช้ iPhone ตั้งแต่รุ่น 3G จนถึงปัจจุบัน