Google เปิดตัวระบบ ตรวจจับสายปลอมบน Android ช่วยระบุการสวมรอยบุคคลจากรายชื่อผู้ติดต่อ รับมือกับการหลอกลวงทางการเงินรูปแบบใหม่ด้วย AI
Google เพิ่มระบบ ตรวจจับสายปลอมบน Android รับมือมิจฉาชีพ Deepfake และการสวมรอยผู้ติดต่อ
Google เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ใน Android Feature Drop ประจำเดือน มิ.ย. 2026 โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือระบบตรวจจับสายโทรศัพท์ปลอม (Spoofed Calls) ที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับการหลอกลวงทางการเงินรูปแบบใหม่ ซึ่งอาศัย AI สร้างเสียงเลียนแบบบุคคลใกล้ชิด หรือ คนรู้จักของเหยื่อ
Google ระบุว่า “การสวมรอยบุคคล” (Impersonation Fraud) เป็นหนึ่งในรูปแบบการฉ้อโกงทางการเงินที่พบมากที่สุด โดยหน่วยงาน FTC ของสหรัฐฯ บันทึกความเสียหายจากคดีลักษณะนี้กว่า 3 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 ขณะที่เทคโนโลยีโคลนเสียงด้วย AI (AI Voice Cloning) ทำให้การหลอกลวงมีความสมจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ

Android จะตรวจสอบว่าคนโทรมาเป็นตัวจริง หรือ ไม่
ระบบใหม่นี้เป็นการต่อยอดจากฟีเจอร์ Verified Financial Calls ที่ Google เปิดตัวก่อนหน้านี้ โดยคราวนี้รองรับผู้ติดต่อในสมุดรายชื่อทั่วไปด้วย
เมื่อมีสายเรียกเข้าที่แสดงหมายเลขของบุคคลในรายชื่อ ระบบจะตรวจสอบสัญญาณยืนยันตัวตนจากแอปโทรศัพท์ของผู้โทร หากไม่พบข้อมูลดังกล่าว Android จะส่งข้อความยืนยันผ่าน RCS ไปยังอุปกรณ์ของอีกฝ่ายเพื่อตรวจสอบว่ากำลังโทรออกจริง หรือ ไม่
หากระบบพบความผิดปกติ ผู้ใช้จะได้รับการแจ้งเตือน (Pop-Up Alert) ว่าผู้ที่กำลังสนทนาอาจไม่ใช่บุคคลที่แสดงชื่ออยู่บนหน้าจอ
อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์นี้จะทำงานได้ก็ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายใช้งานแอปของ Google ครบทั้ง 3 ตัว ได้แก่ Phone by Google, Google Contacts และ Google Messages รองรับอุปกรณ์ Android 12 ขึ้นไป
Google ระบุว่าฟีเจอร์ตรวจจับสายปลอมจะรองรับอุปกรณ์ Android ที่ใช้ Android 12 หรือ ใหม่กว่า แม้ Phone by Google จะเป็นแอปโทรศัพท์มาตรฐานบน Pixel และ Motorola รวมถึง Samsung ที่เปลี่ยนมาใช้ Google Messages แล้ว แต่หากอีกฝ่ายใช้แอปโทรศัพท์ หรือ แอปรายชื่อของนักพัฒนารายอื่น ระบบยืนยันตัวตนอาจไม่สามารถทำงานได้เต็มรูปแบบ
นี่เป็นมาตรการ Anti-Scam ล่าสุดที่ Google เพิ่มเข้ามาใน Android Ecosystem ต่อจากฟีเจอร์ตรวจจับสาย Scam บน Pixel และการระบุ Scam แบบ Real-Time ใน Google Messages
การอัปเดตชุดนี้ถูกปล่อยออกมาก่อนที่ Google จะเริ่มทยอยเปิดตัว Android 17 ในช่วงปลายเดือน มิ.ย. โดยบริษัทยังคงเพิ่มความสามารถด้าน AI และความปลอดภัยให้กับระบบ Android อย่างต่อเนื่อง
ที่มา: Ars Technica
