Google เปิดตัว Antigravity 2.0, Managed Agents และ AI Studio เวอร์ชันใหม่ ดันยุค Agentic AI สำหรับนักพัฒนาเต็มรูปแบบ
Google เปิดตัว Antigravity 2.0

Google เปิดตัว “Antigravity Ecosystem” แพลตฟอร์มพัฒนา AI Agent ที่ช่วยให้นักพัฒนาสร้างแอปจากไอเดียไปสู่การใช้งานจริงได้ง่ายขึ้น โดยเน้นการทำงานร่วมกับ AI Agent หลายตัวในระบบเดียว
Antigravity 2.0
แอปเดสก์ท็อปเวอร์ชันใหม่สำหรับควบคุม AI Agent หลายตัวพร้อมกัน สามารถแบ่งงานแบบ parallel, ตั้งงานอัตโนมัติ และเชื่อมกับ Google AI Studio, Android และ Firebase ได้

Antigravity CLI
เวอร์ชันสำหรับสาย Terminal ใช้งานผ่าน command line สร้างและควบคุม Agent ได้รวดเร็ว โดย Google แนะนำให้ผู้ใช้ Gemini CLI ย้ายมาใช้ตัวนี้
Antigravity SDK
ชุดเครื่องมือสำหรับนักพัฒนา ใช้สร้าง AI Agent แบบกำหนดพฤติกรรมเองได้ และนำไปโฮสต์บนระบบของตัวเอง
Antigravity บน Google Cloud
ลูกค้า Google Cloud สามารถเชื่อม Antigravity เข้ากับโปรเจกต์องค์กรได้โดยตรง เพื่อช่วยจัดการงานระดับ enterprise
แพ็กเกจ Google AI Ultra ราคาเริ่มต้น 100 ดอลลาร์/เดือน
ได้โควตาใช้งาน Antigravity มากกว่าแพ็ก Pro ถึง 5 เท่า และช่วงโปรโมชันยังมีเครดิตเพิ่มให้อีก 100 ดอลลาร์สำหรับใช้งานในระบบ
สรุปง่าย ๆ คือ Google กำลังสร้าง ecosystem สำหรับ “ยุค AI Agent” ที่ให้นักพัฒนาสร้าง AI มาช่วยทำงานแทนมนุษย์ได้ง่ายขึ้น ทั้งบนเดสก์ท็อป คลาวด์ และ command line โดยมี Google วางตำแหน่ง Antigravity ให้เป็นศูนย์กลางการพัฒนา AI Agent ในอนาคต

Google เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่สำหรับนักพัฒนา AI ภายใต้ระบบ Google และ Google AI Studio โดยเน้นการสร้าง “AI Agent” ที่ทำงานแทนมนุษย์ได้มากขึ้น
ไฮไลต์สำคัญมีดังนี้
Managed Agents ใน Gemini API
นักพัฒนาสามารถสร้าง AI Agent ได้ผ่าน API แค่ครั้งเดียว โดย Agent สามารถคิด วิเคราะห์ ใช้เครื่องมือ และรันโค้ดในระบบ Linux แยกเฉพาะของตัวเองได้ทันที
ระบบจำสถานะการทำงานได้
Agent สามารถจำไฟล์และสถานะงานเดิมได้ แม้กลับมาใช้งานภายหลัง ช่วยให้ทำงานต่อเนื่องแบบหลายขั้นตอนได้ง่ายขึ้น สร้าง Agent แบบกำหนดเองได้
นักพัฒนาสามารถตั้งบุคลิก คำสั่ง และความสามารถเฉพาะของ Agent ได้เอง ผ่านไฟล์ markdown และ template สำเร็จรูปใน AI Studio
Google ยังขยายความสามารถของ AI Studio เพิ่มเติม เช่น
แอป Google AI Studio บนมือถือ
สามารถเริ่มสร้างไอเดียหรือ prototype จากมือถือ แล้วกลับไปทำต่อบนคอมได้ทันที
เชื่อมกับ Google Workspace
AI Agent สามารถใช้งานข้อมูลจาก Workspace เช่น Docs หรือ Gmail ได้โดยตรง
Export ไป Antigravity ได้ในคลิกเดียว
ย้ายโปรเจกต์จาก AI Studio ไปพัฒนาต่อบน Antigravity หรือระบบ production ได้ทันที พร้อมข้อมูลเดิมครบ

รองรับ Android แบบ native
สามารถสร้างแอป Android ด้วย prompt และส่งขึ้น Google Play Console เพื่อทดสอบได้จาก AI Studio โดยตรง
นอกจากนี้ Google ยังเปิดตัว “Build with Gemini XPRIZE Hackathon” การแข่งขันระดับโลกชิงเงินรางวัลรวม 2 ล้านดอลลาร์ เพื่อให้นักพัฒนาสร้างแอป AI แก้ปัญหาโลกจริง เช่น ลด food waste หรือช่วยงานวิจัยวิทยาศาสตร์
สรุปง่าย ๆ คือ Google กำลังผลักดันยุค “AI Agent” เต็มตัว จากเดิมที่ AI แค่ตอบคำถาม กลายเป็น AI ที่สามารถทำงาน เขียนโค้ด ใช้เครื่องมือ และช่วยพัฒนาแอปได้แทบครบวงจร
ที่มา: Google
