in , ,

แนะนำฟีเจอร์เจ๋งๆ บน iPhone และ Apple Watch สำหรับคุณแม่

เนื่องในโอกาสวันแม่ใกล้จะเข้ามาถึงแล้ว เราจึงได้รวบรวมข้อมูลและ ฟีเจอร์ดีๆ บน iPhone และ Apple Watch ที่คาดว่าจะเป็นประโยชน์ให้แก่บรรดาคุณแม่ รวมถึงคุณลูกเพื่อให้ใช้งานอุปกรณ์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

แนะนำฟีเจอร์เจ๋งๆ บน iPhone และ Apple Watch สำหรับคุณแม่

จุดเด่นของ iPhone คือ การออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานง่าย ปลอดภัย เป็นส่วนตัว และครอบคลุมกับความต้องการของคนทุกเพศ ทุกวัย สำหรับวันแม่ที่ใกล้จะถึงนี้ เรารวบรวมฟีเจอร์เด่นๆ ที่คาดว่าจะมีประโยชน์สำหรับคุณแม่มาให้ได้ลองใช้งานกันแล้ว ไปชมกัน…

เริ่มต้นจากการตั้งค่าหน้าจอและตัวอักษรบน iPhone

คุณสามารถปรับขนาดตัวอักษรให้ใหญ่ขึ้นหรือเล็กลงได้ รวมทั้งปรับคอนทราส เพื่อให้มองเห็นได้ชัดขึ้น โดยเข้าไปที่ Settings > Accessibility > Display & Text Size จากนั้นก็สามารถปรับการแสดงผลได้ตามที่ต้องการ

1) Medical ID

หลังจากเปิดใช้งาน iPhone แล้วนั้น สิ่งหนึ่งที่ควรเข้าไปตั้งค่า คือ “ID ทางการแพทย์” ที่จะช่วยให้ผู้ช่วยเหลือยามฉุกเฉินสามารถเข้าถึงข้อมูลทางการแพทย์ที่สำคัญของคุณจากหน้าจอล็อคได้โดยไม่ต้องใช้รหัส โดยสามารถดูข้อมูล เช่น อาการแพ้และอาการเจ็บป่วยต่างๆ รวมถึงบุคคลที่สามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน

ไปที่แอป Health > แตะที่รูปโปรไฟล์ > Medical ID

ดูข้อมูลเพิ่มเติม >>

2) Family Sharing

การแชร์กันในครอบครัว ช่วยให้สมาชิกในครอบครัวสูงสุด 6 คน สามารถแชร์การซื้อใน App Store และการสมัครสมาชิกของ Apple รวมถึงพื้นที่จัดเก็บข้อมูล iCloud และอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย โดยที่ไม่ต้องแชร์ Apple ID แต่อย่างใด

มาพร้อมความสามารถในการตั้งค่า Apple ID ให้กับเด็กๆ ตั้งค่าการอนุญาตจากระยะไกลด้วยเวลาหน้าจอ และอนุมัติการใช้จ่ายและการดาวน์โหลดจากอุปกรณ์ของผู้ปกครอง ที่สำคัญคือ ครอบครัวของคุณสามารถแชร์อัลบั้มรูปภาพ ปฏิทินสำหรับครอบครัว หรือแม้กระทั่งช่วยกันค้นหาตำแหน่งของอุปกรณ์ที่สูญหายของแต่ละคนได้อีกด้วย

ดูข้อมูลเพิ่มเติม >>

3) Magnifier

เมื่ออายุมากขึ้น อาจทำให้การมองเห็นไม่ชัดเจนเหมือนเคย บน iPhone มีฟีจเจอร์ที่เรียกว่า Magnifier หรือแว่นขยายอยู่ โดยสามารถเปิดใช้งานที่ Settings > Accessibility > Magnifier

เมื่อคุณเปิดแว่นขยายอยู่ คุณสามารถทำสิ่งต่างๆ เช่น ปรับใช้ฟิลเตอร์สีหรือบันทึกวัตถุที่ขยายเป็นภาพ ได้ คุณสามารถใช้ไฟฉายบนอุปกรณ์ของคุณเพื่อเพิ่มแสงให้กับวัตถุที่คุณต้องการขยายได้ และคุณยังสามารถปรับความสว่างอัตโนมัติเพื่อปรับความสว่างของแว่นขยายตามสภาพแสงโดยรอบได้

ดูข้อมูลเพิ่มเติม >>

4) Hearing

iPhone สามารถช่วยให้การสนทนาง่ายขึ้นกว่าเดิมด้วยฟีเจอร์ Hearing ที่จะช่วยให้คุณพูดคุยในที่ที่มีเสียงดังได้ดียิ่งขึ้น สามารถช่วยลดเสียงรบกวน และดูแลสุขภาพการได้ยิน ด้วยการแสดงระดับเดซิเบลของเสียงรอบๆ ตัว เพื่อแจ้งเตือนเมื่อคุณตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียงรอบข้างดัง และอาจทำลายหูของคุณได้

ดูข้อมูลเพิ่มเติม >>

5) Photo

บนแอปรูปภาพ สามารถแก้ไข ปรับสี รวมถึงทำเครื่องหมายต่างๆ ให้แก่ภาพและวิดีโอได้อย่างง่ายดายโดยไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดแอปเพิ่มเติม อาทิ การคร็อปหรือหมุนภาพ ปรับความสว่าง หรือใส่ฟิลเตอร์ ฯลฯ ใน iOS 13 มีการใช้ AI ที่ช่วยจัดการการแสดงผลรูปภาพต่างๆ บนเครื่อง โดยดึงภาพที่ดีที่สุดมาเป็นไฮไลต์, ซ่อนรูปภาพที่ซ้ำ รวมไปถึงการจัดเรียงภาพตามเหตุกาณ์สำคัญของแต่ละวันให้ได้อีกด้วย

นอกจากนี้บนแอปรูปภาพ ยังมีช่องค้นหา ให้คุณสามารถป้อนคำ อาทิ ทะเล สุนัข ฯลฯ เพื่อช่วยค้นหาภาพที่คุณต้องการได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย ที่สำคัญคุณสามารถมั่นใจได้ว่ารูปภาพของคุณจะเป็นของคุณคนเดียวเท่านั้นด้วยนโยบายความเป็นส่วนตัว

ดูข้อมูลเพิ่มเติม >>

6) Reminder

ตัวช่วยในการจัดการสิ่งที่ต้องทำต่างๆ ในแต่ละวัน แอป Reminder สามารถปรับแต่งแก้ไขได้ครอบคลุมความต้องการต่างๆ อาทิ แนบเอกสาร กำหนดระยะเวลา ใส่ตำแหน่งที่ตั้ง เพิ่มโน้ตหรือ URL จัดหมวดหมู่สิ่งที่ต้องทำ หรือติดธง ทำเครื่องหมายรายการสำหรับกิจกรรมสำคัญก็ได้เช่นกัน และเมื่อเสร็จสิ้นแล้ว ก็สามารถแตะเสร็จสิ้นและย้ายไปไว้ยังลิสต์อื่นที่ต้องการได้

ดูข้อมูลเพิ่มเติม >>

7) Screen Time

เหมาะสำหรับใครก็ตามที่อยากทำความเข้าใจและบริหารจัดการเวลาในการใช้อุปกรณ์ให้ดียิ่งขึ้น เพื่อป้องกันการใช้งานที่มากไป โดย Screen Time นั้น สามารถกำหนดช่วงเวลาในการใช้งานอุปกรณ์และแอปต่างๆ พร้อมทั้ง Activity Reports ที่สรุปข้อมูลการใช้งานให้คุณได้

ดูข้อมูลเพิ่มเติม >>

Apple Watch

คือ อุปกรณ์ที่พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้คุณสามารถใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดียิ่งขึ้นได้อย่างง่ายดาย คอยจับตาดูหัวใจของคุณ และบอกให้รู้หากมีบางอย่างผิดปกติ พร้อมด้วยฟีเจอร์เด่นๆ มากมายที่ช่วยให้คุณสามารถทำได้ทุกอย่างทั้งหมดจากข้อมือ

1) Connectivity

ด้วยระบบเซลลูลาร์ ทำให้คุณเคลื่อนไหวได้คล่องตัวยิ่งขึ้น แม้ไม่มี iPhone อยู่กับตัว แต่ยังสามารถคุยโทรศัพท์ รับข้อความ และเชื่อมต่อกับเรื่องราวและรับข้อมูลสำคัญมาแสดงให้เห็นตรงหน้าเสมอ ทำให้ไปไหนมาไหนได้โดยไม่ต้องพกพาอุปกรณ์หลายชิ้นตลอดเวลา

ดูข้อมูลเพิ่มเติม >>

2) Activity Ring

ติดตามกิจกรรมประจำวันได้ง่ายๆ ด้วยวงแหวนกิจกรรม ที่จะเก็บข้อมูลการลุกขึ้นยืน การเคลื่อนไหว และการออกกำลังกายของคุณตลอดทั้งวัน โดยระบบจะแสดงข้อมูลแนวโน้มในแต่ละวันในรูปแบบของวงแหวนหลากสี ให้ง่ายการต่อการเปรียบเทียบ อีกทั้งช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คุณดำเนินชีวิตอย่างกระฉับกระเฉงยิ่งขึ้น

ดูข้อมูลเพิ่มเติม >>

3) Heart Rate

อัตราการเต้นของหัวใจปกติจะอยู่ที่ 70-90 ครั้งต่อนาที บน Apple Watch มีตัวช่วยที่ให้คุณสามารถตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจของคุณได้ตลอดเวลา ที่สำคัญคุณสามารถเปิดการแจ้งเตือนได้ เพื่อให้รู้ว่าคุณมีอัตราการเต้นของหัวใจสูงหรือต่ำกว่าอัตราการเต้นต่อนาทีที่เลือกไว้ ทำให้รู้ตัวหากหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ เร็ว หรือช้าเกินไป ซึ่งเหมาะสำหรับผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก

ดูข้อมูลเพิ่มเติม >>

4) Fall Detection

บรรดาลูกๆ สามารถวางใจได้เมื่อต้องอยู่ไกลกับคุณแม่ ด้วย Apple Watch ตั้งแต่ Series 4 ขึ้นไป มาพร้อมกับฟีจเจอร์การตรวจจับการล้ม เมื่อผู้สวมใส่ Apple Watch เกิดการล้มอย่างรุนแรง นาฬิกาจะติดต่อกับบริการฉุกเฉิน และส่งข้อความไปยังรายชื่อติดต่อฉุกเฉินให้กับคุณโดยอัตโนมัติ

ดูข้อมูลเพิ่มเติม >>

5) Siri

ผู้ช่วยอัจฉริยะที่พร้อมช่วยคุณทำสิ่งต่างๆ Siri สามารถส่งข้อความโทรออก ค้นหาเส้นทาง และอื่นๆ ได้ผ่านคำสั่งเสียง ช่วยให้คุณสามารถใช้ชีวิตได้ง่ายกว่าเดิมเพียงยกข้อมือแล้วสั่งงาน หรือแม้แต่จะชวนคุยเรื่องทั่วไปก็สามารถทำได้เช่นกัน

Siri Waveform Apple Watch Series 4 1

ดูข้อมูลเพิ่มเติม >>

6) Breath App

แอปหายใจ ช่วยให้คุณผ่อนคลายและทำสมาธิได้ โดยแอปจะแนะนำวิธีการหายใจลึกๆ และเตือนให้คุณฝึกการหายใจทุกวัน ซึ่งสามารถเลือกระยะเวลาที่ต้องการฝึก โดยจะมีภาพเคลื่อนไหวและการสะกิดเบาๆ ช่วยให้คุณจดจ่อ

ดูข้อมูลเพิ่มเติม >>

ขอขอบคุณ
ทีมงาน iPhoneMod

เขียนโดย Narongrit Laowanichwatthana

ป.ตรี วิศวกรรมซอฟต์แวร์, มหาวิทยาลัยพัายัพ