, ,

รีวิว Aumeo Audio อุปกรณ์ปรับความถี่เสียงให้เหมาะกับหูของแต่ละบุคคล


การฟังเพลงใน iPhone หรือว่าสมาร์ทโฟนอาจให้เสียงที่ดีแต่ไม่เพียงพอสำหรับบางคนเพราะโทนเสียงที่กำหนดออกมานั้นตั้งค่าไว้กลางๆ สำหรับทุกคน แต่จะดีกว่าไหมถ้าหากมีอุปกรณ์เสริมที่จะสามารถปรับค่าความถี่ของเสียงให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานแต่ละคน รวมถึงให้เข้ากับหูแต่ละข้างได้ด้วย นั่นจึงเป็นไอเดียและที่มาของอุปกรณ์ที่ชื่อว่า Aumeo Audio วันนี้เรามีสินค้าจริงมาทดสอบให้ได้ชมกันครับ

รีวิว Aumeo Audio

aumeo-unbox-2

ที่มาของ Aumeo Audio

ear-aumeo

เพราะ ประสาทการรับเสียงในแต่ละคนไม่เท่ากัน เสียงจากแหล่งเดียวกันหูแต่ละคนจะได้ยินไม่เหมือนกันด้วยเช่นกัน อีกทั้งการฟังเสียงที่ดังเกินไปเพื่อหวังว่าจะได้ยินเสียงที่ดีและชัดเจนขึ้นนั้นกลับกลายเป็นว่าทำให้เสียงที่ดังมากดังกล่าวไปทำลายเยื่อแก้วหู ส่งผลให้ความสามารถในการฟังลดลง

จะดีกว่าไหมหากมีอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่ปรับระดับความถี่เสียงที่ขาดหายไปได้ให้ได้ยินในระดับปกติที่ไม่ดังเกินไปและไม่ทำอันตรายต่อหูของคุณ ดังนั้น

Aumeo Audio จึงทำหน้าที่ปรับระดับความถี่เสียงให้เหมาะกับความสามารถในการฟังของหูแต่ละคนพร้อมสามารถแยกปรับซ้ายขวาได้ สิ่งที่ได้คือ การได้ยินเสียงนั้นจะดีขึ้นมากกว่าเดิมนั่นเองครับ

aumeo-audio-tom-2

จุดเด่นของ Aumeo Audio

  • ให้คุณภาพเสียงและรายละเอียดเสียงที่ดีสำหรับหูของคุณ
  • ปรับระดับการได้ยินของหูให้สมดุลกันได้ ยกตัวอย่างเช่น สายตาคนเรา 2 ข้างอาจจะสั้นยาวหรือเอียงไม่เท่ากัน หูก็เช่นกันครับ การได้ยินเสียงอาจจะไม่เหมือนกันทั้ง 2 ข้าง ดังนั้น Aumeo Audio นั้นจะช่วยได้ในจุดนี้
  • ฟังเพลงได้ต่อเนื่องและลดความเหนื่อยล้าของหู
  • ป้องกันอันตรายที่กระทบต่อหู หากฟังเสียงดังที่มากจนเกินไปเพราะ Aumeo ช่วยให้คุณฟังเสียงคุณภาพได้แม้ในระดับเสียงที่เบาได้ (ไม่จำเป็นต้องเปิดดังมากๆ ก็ได้ยินเสียงที่คุณภาพดี)
  • สร้าง Profile เสียงให้กับหูของแต่ละผู้ใช้งานได้, ปรับแต่งเสียงให้เข้ากับชุดหูฟังแต่ละชุดได้เลือกปรับให้เหมาะตามความต้องการได้
  • ปรับระดับคลื่นความถี่เสียง 8 ความถี่ได้แก่ 125Hz, 250Hz, 500Hz, 1KHz, 2KHz, 4KHz, 8KHz และ 12.5KHz ปรับแต่งได้ทั้งหูฟังด้านซ้ายและขวาแยกกันอย่างเป็นอิสระต่อกัน
  • ทำให้ได้ยินรายละเอียดเสียงขาดหายไปได้ดีขึ้น ยกตัวอย่างเช่น หากอายุมากขึ้นประสาทสัมผัสการได้ยินเสียงความถี่นั้นๆ อาจจะลดลง ดังนั้น Aumeo Audio สามารถช่วยขยายความถี่เสียงนั้นให้เรากลับมาได้ยินอีกครั้ง
  • รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านระบบ Bluetooth และ 3.5mm Line-in สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ได้หลากหลาย

aumeo-review-1

ข้อมูลทางเทคนิค

  • Bluetooth:  เวอร์ชัน 3.0
  • แบตเตอรี่: 3.7V, 360mAh ชนิด Li-Polymer
  • ระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่ : 6 ชั่วโมงสำหรับ Bluetooth และ  8 ชั่วโมงสำหรับ Line-in
  • ระยะเวลาชาร์จแบตเตอรี่: 2 ชั่วโมง
  • ไฟเข้า: DC 4.75V – 5.3V 500mA
  • อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการใช้งาน: 0 – 50 องศาเซลเซียส
  • ขนาด: 12 มม. x 50 มม. x 50 มม.
  • น้ำหนัก: 50 กรัม
  • ความถี่: 50 – 20kHz
  • กำลังส่ง: -0.77dBm
  • ระยะส่ง Bluetooth: 10 เมตร
  • Impedance: 16 ohms
  • Max output: 100 mW
  • Sensitivity: 96 dB

ชมคลิปวิดีโอแนะนำอุปกรณ์ชิ้นนี้กันก่อนครับ

หลังจากที่รับชมคลิปแนะนำ Aumeo Audio กันไปแล้วเราคงจะพอทราบหน้าที่ของอุปกรณ์ชิ้นนี้กันไปแล้วว่าออกแบบมาเพื่ออะไร เดี๋ยวต่อไปเราไปแกะกล่องชมอุปกรณ์จริงพร้อมชมวิดีโอแนะนำการใช้งานพื้นฐาน Aumeo  Audio กันครับ

แกะกล่อง Aumeo Audio

อุปกรณ์ที่มีในกล่องนั้นประกอบไปด้วย

aumeo-review-box-2

aumeo-unbox-1

  • Aumeo Audio 1 ชิ้น
  • สาย 3.5 มม. Line-in 1 เส้น
  • สาย Micro USB สำหรับการชาร์จ 1 เส้น
  • ถุงผ้าสำหรับใส่ Aumeo Audio
  • คู่มือการใช้งาน
  • ใบรับประกันสินค้า

การออกแบบ Aumeo Audio ผลิตด้วยวัสดุอะลูมิเนียมอย่างดีให้สัมผัสที่รู้สึกแข็งแรงทนทานต่อการใช้งาน ด้านหน้ามีไฟ LED จำนวน 6 ดวงสำหรับบอกสถานะการเปิดใช้งานและระดับความดังของเสียง ด้านบนจะมีตัวหมุน (Rotator) สำหรับปรับระดับความดัง

ส่วนด้านข้างประกอบไปด้วยช่องพอร์ต Micro USB สำหรับการชาร์จและช่อง Line-in, Line-out สำหรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกเช่น หูฟัง 3.5 มม. และมีสวิตช์ปิดเปิดสัญญาณ bluetooth ที่ด้านข้างเช่นกัน

aumeo-unbox-2-4

aumeo-unbox-2-3

aumeo-unbox-3

ชมตัวอุปกรณ์กันไปแล้วหลังจากนี้ไปชมการใช้งานอุปกรณ์ชิ้นนี้กันดีกว่าครับ

แกะกล่องและแนะนำการใช้งาน Aumeo Audio

การใช้งาน Aumeo Audio นั้นจะต้องมีอุปกรณ์ที่เข้ามาเกี่ยวข้องคือแหล่งจ่ายเสียงในรีวิวนี้จะใช้ iPhone 7 Plus เชื่อมต่อผ่านระบบไร้สาย Bluetooth กับ Aumeo Audio จากนั้นใช้หูฟัง  Apple EarPods รุ่นเก่าที่ยังคงเป็น  3.5 มม. สำหรับการเชื่อมต่อ

aumeo-unbox-2-2

การเชื่อมต่อ Aumeo Audio กับ iPhone 7 Plus ผ่านสัญญาณ Bluetooth

  • ปรับสวิตช์มาที่สัญลักษณ์  Bluetooth
  • กดปุ่มเปิดเครื่อง Aumeo Audio ที่ด้านข้างค้างไว้
  • เปิดสัญญาณ Bluetooth ที่ iPhone  จากนั้นทำการค้นหา Aumeo Audio แล้วทำการเชื่อมต่อ

เมื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้ง 2 เข้าด้วยกันแล้วสิ่งต่อไปที่ต้องทำคือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน AumeoHub จาก App Store มาใช้งาน โดยแอปพลิเคชันนี้ทำหน้าที่สำหรับการสร้างโปรไฟล์เสียงที่เราจะปรับแต่งและทำการนำโปรไฟล์เสียงนี้ไปใช้งาน

aumeo audio tuning

การปรับตั้งเสียงนั้นใช้ตัวหมุนวงกลมที่อยู่บน Aumeo Audio หรือใช้ EarPods เพื่อปรับระบบก็ได้เช่นกัน (วิธีการปรับนั้นมีให้ชมในคลิป)

จะทราบได้อย่างไรว่า Aumeo Audio เปิดใช้งานอยู่และกำลังรันโปรไฟล์เสียงที่สร้างขึ้น?

ให้กดปุ่มวงกลม (Rotator) ถ้าไฟ LED ติดเป็นสีขาวหมายถึงโปรไฟล์เสียงใน Aumeo Audio กำลังทำงาน

aumeo-review-3

กดที่วงกลมอีกครั้ง LED จะกลายเป็นสีแดง(ดังรูปด้านล่าง) หมายถึง โปรไฟล์เสียงใน Aumeo Audio นั้นจะไม่ทำงาน ซึ่งเราจะพบว่าเสียงนั้นมีความแตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน

aumeo-review-2

จากนี้ไปชมคลิปแนะนำการใช้งานกันครับ

สรุป

จากที่ได้ทดสอบใช้งานอุปกรณ์ชิ้นนี้พบว่าช่วยในเรื่องการปรับเสียงได้ดีครับ

เสียงที่ได้ดูมีมิติมากยิ่งขึ้นแม้ว่าจะใช้เพียงหูฟัง Apple EarPods ที่คุณภาพอยู่ในระดับเริ่มต้นเท่านั้นยังสัมผัสได้ว่าเสียงดีขึ้นจริง ยิ่งหากนำไปปรับใช้กับหูฟังที่คุณภาพสูงขึ้นก็ยิ่งจะทำให้ได้คุณภาพเสียงในการรับชมรับฟังที่มากขึ้น

จุดที่ชอบและประทับใจสำหรับผมนะที่ไม่ได้เก่งเรื่องเสียงอะไรมากนัก ผมมองเรื่องการประยุกต์ใช้งานซะมากกว่า  Aumeo Audio ช่วยทำให้หูฟังแบบสาย 3.5 มม. กลับมามีชีวิตชีวากับ iPhone 7 Plus อีกครั้ง (ลืมสาย Adapter Lightning to 3.5 มม. ไปเลย เส้นนั้นหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ?)

อุปกรณ์ชิ้นนี้เหมาะกับใคร

aumeo-audio-tom-1

หากมองกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงของ Aumeo Audio คือ ผู้ที่มีปัญหาด้านการได้ยินของเสียงที่ผิดปกติ เช่น ผู้สูงอายุที่ประสาทการรับฟังของหูนั้นไม่สมบูรณ์ (ภาษาบ้านๆ เรียกว่าหูตึง) เพราะว่ากลุ่มคนเหล่านี้การได้ยินเสียงบางความถี่นั้นจะมีปัญหาทำให้ได้ยินเสียงที่ไม่สมบูรณ์เหมือนต้นฉบับ ดังนั้น Aumeo Audio จะช่วยให้กลุ่มคนเหล่านี้กลับมาได้ยินเสียงที่ดีและปกติอีกครั้ง

และอีกกลุ่มคือสำหรับผู้ที่จริงจังกับเรื่องเสียงโดยเฉพาะผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับเรื่องเสียงเป็นหลัก เช่น นักดนตรี นักร้อง นักแต่งเพลง คนทำเพลง DJ หรือผู้ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการวิเคราะห์เรื่องเสียงครับ

ด้วยความที่ Aumeo Audio นั้นเล็กกระทัดรัดสะดวกต่อการพกพาแล้วยังสามารถใช้งานได้กับอุปกรณ์ที่หลากหลายทั้งระบบไร้สายและผ่านสาย ประหนึ่งว่าเรามีเครื่องปรับเสียงขนาดพกพาติดตัวไปได้ทุกที่ และยังช่วยให้ปรับเสียงเพื่อให้เหมาะกับหูของแต่ละคนและเป็นการถนอมหูไม่ให้ฟังเสียงที่ดังจนเกินไป(ในบางอุปกรณ์ต้องเปิดระดังเสียงดังๆ เท่านั้นจึงจะได้ยินเสียงคุณภาพดี)

สำหรับคนทั่วไปหรือผู้ที่เริ่มสนใจหรือให้ความสำคัญเรื่องเสียงและการฟังเพลงที่ให้คุณภาพเสียงที่ดีขึ้น Aumeo Audio ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกครับ เพราะว่าหูฟังทั่วไปออกแบบมากลางๆ ให้ใช้ได้กับทุกคนแต่ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกคน ดังนั้น Aumeo Audio ก็เหมือนอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งมาช่วยปรับจูนความถี่เสียงให้หูฟังนั้นปล่อยเสียงที่มีคุณภาพออกมาได้เต็มที่และรายละเอียดเสียงนั้นจะดีมากกว่าเดิมครับ

Aumeo Audio ใช้งานได้กับอุปกรณ์อะไรบ้าง

aumeo-review-box-1

aumeo-audio-tom-3

ด้วยความที่อุปกรณ์ชิ้นนี้สามารถเชื่อมต่อผ่านระบบไร้สายและแบบสาย Line-in ได้นั้น ทำให้ Aumeo Audio สามารถใช้งานได้กับอุปกรณ์ที่หลากหลายมากไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPad, MacBook, สมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ที่มี Bluetooth หรือช่องเสียบ Line-in, เครื่องเสียงขนาดใหญ่, เครื่องเสียงในรถยนต์หรือเครื่องขยายเสียง ฯลฯ ก็สามารถใช้กับ Aumeo Audio ได้ครับ

ราคา

ราคาจัดจำหน่ายอยู่ที่ 7,990 บาท มีให้เลือกทั้งหมด 1 สีได้แก่ สีดำด้านครับ

สถานที่จัดจำหน่าย

สนใจ Aumeo Audio สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ที่

iStudio

  • J-Avenue
  • Central World
  • Central Embassy
  • Central Chaengwattana
  • Central Rama 9

.Life

  • Siam Paragon
  • Central World
  • Central Rama 9
  • Mega Bangna

Power Mall Siam Paragon

AV Value MBK (มาบุญครอง)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมในเว็บไซต์หรือ Facebook ได้ที่  www.ways2link.com และ Facebook: Ways 2 Link Group Co., Ltd และ Facebook: Aumeo Audio Thailand

ความคิดเห็น - Like เพจ iPhoneMod.net

ศิษย์เก่าวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ม. ขอนแก่น ผู้ก่อตั้ง iPhoneMod.net ตั้งแต่ปี 2009
อดีต Dell Technical Support รู้จัก ​Apple เพราะ Macbook Pro และใช้ iPhone ตั้งแต่รุ่น 3G จนถึงปัจจุบัน