in ,

รีวิวปากกา Adonit Dash 4 ใช้กับ iPhone สมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต เชื่อมต่อง่ายไม่ต้องใช้บลูทูธ

ปากกา Adonit Dash 4 สำหรับอุปกรณ์สมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต จากทาง Generation-S เพียงพกปากกาแค่ด้ามเดียวก็สลับใช้ได้ทุกอุปกรณ์ สะดวกมากขึ้นกว่าเดิม ใช้งานแล้วจะเป็นยังไงบ้าง ไปรับชมกันค่ะ!

รีวิวปากกา Adonit Dash 4

ปากกาสไตลัส Adonit Dash 4 เป็นปากกาที่ใช้งานบนอุปกรณ์สมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต รองรับทั้งอุปกรณ์ Apple และ Android ตอบโจทย์การทำงานที่หลากหลาย ในราคาที่จับต้องได้ เพียงพกปากกาแค่แท่งเดียว ก็สลับใช้ได้กับทุกอุปกรณ์ จะมีรายละเอียดอะไรบ้าง ไปชมกัน

ไฮไลท์

  • รองรับทั้งอุปกรณ์ Apple และ Android
  • ไม่ต้องเชื่อมต่อ Bluetooth
  • ตัดการรบกวน จากการวางมือลงบนหน้าจอ
  • ชาร์จแบบแม่เหล็ก
  • ชาร์จเต็มภายใน 1 ชั่วโมง 
  • ใช้งานได้ยาวนานถึง 15 ชั่วโมง
  • พกพาง่าย 
  • หัวปากกาถอดเปลี่ยนได้

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ปากกา Adonit Dash 4
  • หัวชาร์จ USB-C
  • คู่มือการใช้งาน
  • หัวปากกาสำหรับเปลี่ยน 2 ชิ้น

การดีไซน์และการออกแบบ

  • ปากกาสไตลัส Adonit Dash 4 มาด้วยกัน 2 สีคือ กราไฟต์แบล็ก (Graphite Black) และ แมตต์ซิลเวอร์ (Matte Silver)
  • ขนาด 150 มม x 8.8 มม. น้ำหนักเบาเพียง 15 กรัม
  • ตัวด้ามปากกาวัสดุเป็นอลูมิเนียม ทรงกลมจับถนัดมือ หัวปากกาวัสดุเป็นพลาสติก ลักษณะเหมือนปากกาเจล
  • มีปุ่มด้านบนปากกา เพื่อเปิด-ปิด การใช้งานและโหมดสลับอุปกรณ์
  • หัวปากกาสามารถถอดเปลี่ยนได้
  • หัวปากกามีขนาดเล็กเพียง 1 มม.
  • มีไฟ LED บอกสถานะ
  • หัวชาร์จแบบแม่เหล็ก
  • มีคลิป ป้องกันการหล่นหาย หนีบกับเสื้อหรือ สมุดก็ได้ พกพาง่าย

แบตเตอรี่และการชาร์จ

  • ชาร์จเพียง 1 ชั่วโมง สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 15 ชั่วโมง
  • ที่หัวปากกาเป็นตัวชาร์จแบบแม่เหล็ก มาพร้อมอะแดปเตอร์ชาร์จพอร์ต USB-C 

การควบคุมการใช้งาน

การเปิด – ปิด การใช้งานปากกา

  • การเปิดใช้งาน กดปุ่มที่ด้านบนปากกาครั้งเดียว ไฟจะขึ้นสถานะ สามารถใช้งานได้ทันที
  • การปิดการใช้งานปากกา กดปุ่มด้านบนค้างไว้ 3 วินาที หรือ หากไม่มีการใช้งานนานเกิน 15 นาที ปากกาก็จะปิดอัตโนมัติ

 การสลับใช้งานอุปกรณ์

  • การสลับใช้งานอุปกรณ์ระหว่าง iPhone – iPad สถานะไฟสีเขียว (สำหรับทุกอุปกรณ์) เป็นโหมดเริ่มต้นสำหรับการเปิดใช้งาน หากต้องการเปลี่ยนโหมด ให้กดปุ่มด้านบนเพื่อเปลี่ยนเป็น สถานะไฟน้ำเงิน (สำหรับ iPad รุ่นใหม่) และไฟสีน้ำเงินจะมาพร้อมกับโหมดตัดการรบกวน จากการวางมือลงบนหน้าจอด้วย
  • สถานะไฟสีเขียว จะใช้ได้กับอุปกรณ์ iPad รุ่นปี 2017 และรุ่นเก่ากว่า

การเปลี่ยนหัวปากกา

  • การเปลี่ยนหัวปากกา ให้หมุนตามเข็มนาฬิกา ตั้งปากกาให้ตรง แล้วหัวปากกาจะเด้งออกมาอัตโนมัติ หลังจากนั้นใส่ไส้ใหม่เข้าไป แล้ว หมุนทวนเข็มนาฬิกา เป็นอันเสร็จเรียบร้อย 

ประสบการณ์ใช้งาน

การพกพา

  • ตัวปากกามีลักษณะเหมือนปากกาทั่วไป ทั้งขนาดและน้ำหนัก มีคลิปหนีบเสื้อ หรือจะพกใส่กระเป๋าดินสอ ก็ค่อนข้างสะดวกเพราะไม่กินพื้นที่ในกระเป๋า แต่เวลาใช้งานกับอุปกรณ์แล้ว เรามักจะพกติดกันไว้ตลอด ซึ่งบางเคสก็จะมีช่องเสียบปากกาเผื่อสำหรับ Apple Pencil รุ่นที่ 1 อยู่แล้ว จึงไม่ได้เป็นปัญหาในการพกพา แต่ถ้า iPad รุ่นที่ใช้ Apple Pencil รุ่นที่ 2 ก็จะพกพาลำบากนิดนึง เพราะรุ่นที่ 2 เป็นแม่เหล็กดูดติดกับตัวเครื่องได้เลยค่ะ

การสลับอุปกรณ์

  • การเปิดใช้งานเริ่มต้นจะเป็นไฟสีเขียว (สำหรับทุกอุปกรณ์) สามารถใช้งานได้ทันทีที่เปิดใช้งานปากกาเลย จะวาดบน iPhone แล้วสลับมาวาดบน iPad ก็ทำได้ทันทีค่ะ การเปลี่ยนโหมดไฟสีฟ้าก็ทำง่ายมาก แค่คลิกที่ปุ่มด้านบนหนึ่งที ก็เปลี่ยนไปเป็นโหมดสีฟ้า (สำหรับ iPad รุ่นใหม่) ซึ่งโหมดนี้ก็จะมีการตัดการรบกวน จากการวางมือลงบนหน้าจอด้วย เพื่อป้องกันเวลาฝ่ามือเราวางไปบนหน้าจอแล้วทัชสกรีนหน้าจอ

การใช้งานบนอุปกรณ์

  • การใช้งานบน iPhone ถ้าการใช้งานทั่วไปทำงานได้ดี สามารถใช้แทนการใช้นิ้วปัดหน้าจอได้เลย แต่ถ้าจดโน้ตบนแอป Note แล้วเลือกเป็นบรัช เส้นจะมีความหน่วงเล็กน้อยจากปากกาที่วาด และเส้นมีการลงน้ำหนัก หนัก-เบา ได้ แต่ไม่ค่อยคงที่ และสามารถทแยงปากกาวาดได้ด้วยค่ะ แต่เวลาที่ฝ่ามือเราโดนหน้าจอปากกาก็จะวาดเส้นติดขัด เพราะโหมดไฟสีเขียว จะไม่มีการตัดการรบกวน จากการวงมือลงบนหน้าจอ ดังนั้นต้องระวังฝ่ามือโดนหน้าจอเวลาวาดรูปด้วย

  • การใช้งานบน iPad ไฟสีเขียวสามารถใช้งานกับ iPad ได้ด้วยแต่จะไม่มีการตัดการรบกวนฝ่ามือ จะต้องเปิดเป็นไฟสีน้ำเงินถึงจะใช้งานโหมดนี้ได้ แต่การสลับโหมดไม่ค่อยเสถียร บางครั้งก็ไม่สามารถใช้งานโหมดสีน้ำเงินได้ ต้องทำการสลับใหม่ เส้นของปากกา หากวาดบนแอป Note จะสามารถลงน้ำหนัก หนัก-เบาของเส้นปากกาได้ แต่ถ้าวาดบนแอป Procreate ไม่สามารถทำได้ จะได้เส้นขนาดเดียวกันทั้งหมด และเส้นจะหน่วงเล็กน้อย ออกมาช้ากว่าเวลาที่เราวาดจริง ถ้าการใช้งานทั่วไป สามารถทำได้ดี แต่ถ้าจะเน้นมาใช้สำหรับงานวาดรูป คิดว่ายังไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ค่ะ

สรุป

  • สลับใช้งานระหว่างอุปกรณ์ง่าย
  • ใช้วาดบน iPhone ได้
  • รองรับทั้ง Android และ iOS
  • น้ำหนักเบา พกพาสะดวก
  • ใช้งานทั่วไป จดบันทึก ทำได้ดี
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน
  • ใช้งานง่ายโหมดไม่ซับซ้อน
  • ราคาจับต้องได้

จุดพิจารณา

  • พบว่ายังคงมีปัญหาดีเลย์ เส้นที่ออกมาค่อนข้างหน่วง
  • ไม่เหมาะกับการใช้งานวาดรูปจริงจัง
  • วาดรูปบนแอป Procreate เส้นลงน้ำหนักไม่ได้
  • รองรับการลงน้ำหนักไม่ดีมาก (รองรับเฉพาะบางแอป)
  • การสลับโหมดไม่ค่อยเสถียร
  • วาดบน iPhone ไม่รองรับการตัดการรบกวน จากฝ่ามือ
  • ไม่มีแม่เหล็กดูดติดกับอุปกรณ์

ราคาและสถานที่จัดจำหน่าย

ปากกาสไตลัส Adonit Dash 4 ขายในราคา 1,990 บาท

ความคิดเห็น - Like เพจ iPhoneMod.net

เขียนโดย Quinn Hataipat

Bachelor of Animation, College of Art, Media and Technology, Chiang Mai University