เปรียบเทียบ Apple Watch Series 12 กับรุ่นก่อนหน้า ตั้งแต่ Series 11 ย้อนถึง Series 2 เพื่อดูว่าผู้ใช้รุ่นไหนจะได้ประโยชน์จากการอัปเกรดมากที่สุด
ใช้ Apple Watch รุ่นเก่าอยู่ ควรอัปเกรดเป็น Apple Watch Series 12 ดีไหม? พร้อมเทียบฟีเจอร์แต่ละรุ่น
Apple Watch ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้รับการอัปเกรดแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยความแตกต่างระหว่างรุ่นต่อรุ่นไม่ได้มากเหมือนในอดีต ทำให้การตัดสินใจอัปเกรดควรพิจารณาว่า Apple Watch รุ่นปัจจุบันยังตอบโจทย์อยู่หรือไม่ และฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาคุ้มค่ากับการเปลี่ยนเครื่องหรือไม่
Apple Watch Series 12 ถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงมากกว่า Series 11 อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะด้านสุขภาพ การติดตามการออกกำลังกาย และประสิทธิภาพภายใน แต่สำหรับผู้ที่ใช้รุ่นใหม่อยู่แล้ว ความจำเป็นในการอัปเกรดอาจแตกต่างกันออกไป

Apple Watch Series 12 ปี 2026
- Apple Watch Series 12 มาพร้อมชิป S11 ที่พัฒนาบนพื้นฐานของ A20 Pro และเพิ่ม RAM เป็น 4GB พร้อมระบบ Health Sensing System รุ่นใหม่
- เซ็นเซอร์หัวใจได้รับการอัปเกรดเป็นเซ็นเซอร์หัวใจแบบไฟฟ้า รุ่นที่ 2 และเซ็นเซอร์วัดหัวใจแบบออปติคัลแบบทำงานตลอด โดยสามารถวัดอัตราการเต้นหัวใจเบื้องหลังทุก 5 วินาทีตลอดทั้งวัน และวัด Heart Rate Variability หรือ HRV ได้บ่อยขึ้นสูงสุด 24 เท่า

- เพิ่มค่า Recovery HRV, แอป Readiness, มุมมองข้อมูลช่วงกลางวันในแอป Vitals รวมถึงปรับปรุงความแม่นยำในการนับก้าว และสามารถเพิ่มข้อมูลจำนวนก้าวกับอัตราการเต้นหัวใจแบบเรียลไทม์ลงบนหน้าปัดได้
- ด้านเสียงเพิ่ม Audio Intelligence พร้อม Sound Recognition และการตรวจจับเพลงผ่าน Shazam อัตโนมัติ รวมถึงฟีเจอร์ Live Rewind และ Siri Recap
- Apple Watch Series 12 รุ่นอะลูมิเนียมเปลี่ยนมาใช้กระจก Ceramic Shield 2 ซึ่ง Apple ระบุว่าแข็งแรงกว่า Ion-X บน Series 11 ประมาณ 60% ขณะที่ด้านหลังของตัวเรือนอะลูมิเนียม และไทเทเนียมเปลี่ยนมาใช้วัสดุไทเทเนียม และเซอร์โคเนียแทนส่วนหลังที่เป็นโลหะและกระจก Sapphire
- ระยะเวลาบันทึกการออกกำลังกายกลางแจ้งเพิ่มเป็นสูงสุด 10 ชั่วโมง หรือมากกว่า Series 11 ประมาณ 25% และชาร์จ 15 นาทีสามารถใช้งานทั่วไปได้สูงสุด 12 ชั่วโมง จากเดิม 8 ชั่วโมง ส่วนการชาร์จเพียง 5 นาทีสามารถติดตามการนอนหลับได้นานสูงสุด 10 ชั่วโมง จากเดิม 8 ชั่วโมง
- ตัวเรือนอะลูมิเนียมและไทเทเนียมกว้างขึ้น 1 มม. และหนักขึ้นประมาณ 2 กรัม ขอบหน้าจอหนาขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้พื้นที่แสดงผลจริงเล็กลงประมาณ 2% แม้ความละเอียดหน้าจอจะเท่าเดิม
- Series 12 ยังเพิ่มตัวเลือกตัวเรือนเซรามิกสี Pearl White และ Night Blue ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ารุ่นอะลูมิเนียมและไทเทเนียมเล็กน้อย
- ด้านสีตัวเรือนอะลูมิเนียมเพิ่ม Dark Bronze, Light Gold และ Black แทน Silver, Rose Gold และ Jet Black โดยยังมี Space Gray ส่วนรุ่นไทเทเนียมเปลี่ยนจาก Gold และ Slate มาเป็น Radiant Gold พร้อมคง Natural Titanium ไว้
Apple Watch Series 11 ปี 2025

- Series 11 เป็นการอัปเกรดที่ค่อนข้างเล็ก โดยรุ่นอะลูมิเนียมมาพร้อมกระจก Ion-X ที่ทนรอยขีดข่วนเพิ่มขึ้น 2 เท่า
- รุ่น Cellular รองรับ 5G พร้อมแบตเตอรี่ที่มีความจุเพิ่มขึ้นประมาณ 7–10% และนำตัวเลือกตัวเรือนอะลูมิเนียมสี Space Gray กลับมาอีกครั้ง
Apple Watch Series 10 ปี 2024

- Series 10 เป็นหนึ่งในรุ่นที่มีการเปลี่ยนแปลงด้านดีไซน์มากขึ้น โดยตัวเรือนบางลง หน้าจอมีขอบโค้งมนและสัดส่วนกว้างขึ้น กระจกด้านหน้าครอบคลุมไปยังขอบตัวเรือนมากกว่าเดิม ทำให้อัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องสูงขึ้น
- มีขนาดตัวเรือน 42 มม. และ 46 มม. พร้อมหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น ใช้จอ LTPO3 ซึ่งช่วยให้อัตรารีเฟรชในโหมด Always-On เร็วขึ้น จนสามารถแสดงเข็มวินาทีแบบเคลื่อนไหวต่อเนื่องบนหน้าปัดบางแบบได้
- หน้าจอ Wide-angle OLED สว่างขึ้นสูงสุด 40% เมื่อมองจากมุมด้านข้าง ใช้ชิป S10 ซึ่งมี CPU แบบเดียวกับ S9 แต่มีขนาดเล็กกว่า
- Series 10 ยังเพิ่มเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิน้ำ แอป Depth และ Depth Gauge ที่วัดความลึกได้สูงสุด 6 เมตร ไมโครโฟนพร้อม Voice Isolation และลำโพงที่ออกแบบใหม่ให้เล่นสื่อได้
- ระบบชาร์จเร็วขึ้น สามารถชาร์จจาก 0–80% ได้ประมาณ 30 นาที และเปลี่ยนตัวเลือกตัวเรือน Stainless Steel มาเป็น Titanium
Apple Watch Series 9 ปี 2023

- Series 9 เพิ่มหน้าจอที่สว่างสูงสุด 2,000 นิต และลดความสว่างลงได้ต่ำสุด 1 นิตเมื่อใช้งานในที่มืด
- เพิ่มท่าทาง Double Tap และ Wrist Flick พร้อมฟีเจอร์ตรวจจับภาวะหยุดหายใจขณะหลับและตรวจจับความดันโลหิตสูง
- ภายในใช้ชิป S9 ที่พัฒนาบนพื้นฐานของ A15 Bionic พร้อม RAM 2GB และ Neural Engine แบบ 4-core ที่เร็วกว่า Series 8 ถึง 2 เท่า
- Siri สามารถประมวลผลคำสั่งบางส่วนบนตัวอุปกรณ์ได้โดยไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต และเข้าถึงข้อมูลสุขภาพกับการออกกำลังกายได้ ขณะที่ระบบ Dictation มีความแม่นยำเพิ่มขึ้น 25%
- ยังเพิ่ม Ultra Wideband รุ่นที่ 2, Precision Finding สำหรับ iPhone 15, การทำงานร่วมกับ HomePod เมื่ออยู่ใกล้กัน และพื้นที่จัดเก็บข้อมูล 64GB
Apple Watch Series 8 ปี 2022

- Series 8 ใช้ชิป S8 ซึ่งมี CPU แบบเดียวกับ S6 แต่เพิ่ม Gyroscope ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และ Accelerometer แบบ High Dynamic Range เพื่อรองรับ Crash Detection
- นอกจากนี้ยังเพิ่มเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิร่างกาย การวัดอุณหภูมิบริเวณข้อมือระหว่างนอนหลับ และระบบติดตามรอบเดือนพร้อมการประมาณช่วงตกไข่ย้อนหลัง
Apple Watch Series 7 ปี 2021

- Series 7 เพิ่มขนาดตัวเรือนเป็น 41 มม. และ 45 มม. พร้อมลดขอบหน้าจอเหลือ 1.7 มม. ทำให้พื้นที่หน้าจอมากกว่า Series 6 เกือบ 20%
- เพิ่มคีย์บอร์ด QWERTY หน้าจอสว่างขึ้นสูงสุด 70% เมื่อใช้งานภายในอาคารและไม่ได้ยกข้อมือ กระจกด้านหน้าเพิ่มความทนทานต่อการแตกร้าว และรองรับมาตรฐานป้องกันฝุ่น IP6X
- ระบบชาร์จเร็วขึ้น โดยชาร์จถึง 80% ได้ประมาณ 45 นาที หรือเร็วกว่า Series 6 ราว 33%
Apple Watch Series 6 ปี 2020

- Series 6 เพิ่มความสว่างของหน้าจอ Always-On สูงสุด 2.5 เท่า และสามารถเปิด Notification Center, Control Center และดู Complications ได้ขณะหน้าจออยู่ในสถานะพัก
- ใช้ชิป S6 ที่พัฒนาบนพื้นฐานของ A13 Bionic และเร็วกว่า S5 ประมาณ 20% พร้อม RAM 1.5GB
- เป็นรุ่นที่เพิ่ม Always-On Altimeter, Ultra Wideband รุ่นแรก, Wi-Fi ทั้ง 2.4GHz และ 5GHz รวมถึงเซ็นเซอร์วัดออกซิเจนในเลือด
- ระบบชาร์จสามารถชาร์จเต็มได้ภายในเวลาไม่ถึง 1.5 ชั่วโมง และปรับปรุงระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่ในการติดตามการออกกำลังกายบางประเภท
Apple Watch Series 5 ปี 2019

- Series 5 เป็นรุ่นแรกที่มาพร้อมหน้าจอ Always-On Retina พร้อมนำ Force Touch ออก ใช้ชิป S5 เพิ่ม Compass และเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเป็น 32GB
- Apple ยังนำ Apple Watch Edition กลับมาอีกครั้ง โดยมีตัวเลือกตัวเรือน White Ceramic, Natural Titanium และ Space Black Titanium
Apple Watch Series 4 ปี 2018

- Series 4 เปลี่ยนมาใช้ตัวเรือนขนาด 40 มม. และ 44 มม. พร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ขึ้นมากกว่า 30% และขอบหน้าจอ 3 มม.
- ใช้ชิป S4 ที่เร็วกว่า S3 ถึง 2 เท่า พร้อม Gyroscope, Accelerometer, Barometric Altimeter และ Fall Detection
- ยังเพิ่มเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นหัวใจแบบ Optical และเซ็นเซอร์ไฟฟ้าหัวใจสำหรับ ECG, พื้นที่จัดเก็บข้อมูล 16GB, Digital Crown พร้อม Haptic Feedback และลำโพงที่ดังขึ้น 50%
Apple Watch Series 3 ปี 2017

- Series 3 ใช้ชิป S3 ที่เร็วกว่า S2 ประมาณ 70% พร้อม Barometric Altimeter และ Bluetooth 4.2
- Siri สามารถตอบกลับผ่านลำโพงของตัวเครื่องได้ และเป็นรุ่นแรกที่มีตัวเลือก LTE Cellular ซึ่งมาพร้อม Digital Crown สีแดง
Apple Watch Series 2 ปี 2016

- Series 2 เพิ่มหน้าจอ Retina ที่มีความสว่างสูงสุด 1,000 นิต หรือสว่างกว่ารุ่นก่อนหน้า 2 เท่า ใช้ชิป S2 แบบ Dual-core พร้อม RAM 1GB
- เพิ่ม GPS และ GLONASS ในตัว และรองรับการกันน้ำลึกสูงสุด 50 เมตร รวมถึงเปิดตัว Apple Watch Nike+ เป็นครั้งแรก
ใช้ Apple Watch Series 11ควรอัปเกรดดีไหม?
สำหรับผู้ใช้ Apple Watch Series 11 การอัปเกรดเป็น Series 12 อาจยังไม่จำเป็นสำหรับคนส่วนใหญ่ แม้ Series 12 จะมีตัวเรือนที่แข็งแรงขึ้น เซ็นเซอร์หัวใจรุ่นใหม่ การวัด HRV ที่ถี่ขึ้น แอป Readiness และแบตเตอรี่สำหรับการออกกำลังกายที่ยาวนานขึ้น
ใครควรอัปเกรดเป็น Apple Watch Series 12?
ฟีเจอร์เหล่านี้จะมีประโยชน์มากกว่าสำหรับผู้ที่ใช้ Apple Watch เพื่อติดตามการฝึกซ้อม และการฟื้นตัวเป็นหลัก ขณะที่ Sound Recognition อาจเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านการได้ยิน และตัวเรือน Ceramic ก็เป็นตัวเลือกที่ Series 11 ไม่มี
ผู้ใช้ Series 10 จะได้ฟีเจอร์ใหม่ทั้งหมดของ Series 12 พร้อม 5G ในรุ่น Cellular และแบตเตอรี่ใช้งานทั่วไปที่ยาวขึ้นจาก Series 11
หากอัปเกรดจาก Series 9 จะได้ทั้งดีไซน์ตัวเรือนที่บางลง และหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นของ Series 10 รวมถึง Depth Gauge และเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิน้ำ
ส่วนผู้ใช้ Series 8 หรือเก่ากว่า ความแตกต่างสะสมจากหลายรุ่นจะชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะหากแบตเตอรี่ของเครื่องเดิมเริ่มเสื่อม
ผู้ใช้ Series 7 จะได้เพิ่มทั้ง Crash Detection, การตรวจวัดอุณหภูมิ ดีไซน์ใหม่ และระบบสุขภาพของ Series 12 ส่วนผู้ใช้ Series 6 หรือเก่ากว่าจะรู้สึกถึงความแตกต่างมากที่สุด อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาสภาพของนาฬิกาเดิมและค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนเครื่องร่วมด้วย
watchOS 27 รองรับตั้งแต่ Series 9 ขึ้นไป

watchOS 27 รองรับ Apple Watch Series 9 และรุ่นใหม่กว่า ทำให้ Series 8 และรุ่นเก่ากว่าไม่ได้รับระบบปฏิบัติการเวอร์ชันหลักล่าสุด แม้อุปกรณ์เหล่านี้จะยังไม่หยุดทำงานหรือหยุดได้รับอัปเดตความปลอดภัยทั้งหมดในทันที
หากกำลังมองหาเครื่องใหม่ Series 11 มือสองหรือเครื่องลดราคาอาจเป็นตัวเลือกที่คุ้มกว่า หากไม่ได้ต้องการฟีเจอร์สุขภาพใหม่ของ Series 12 และสามารถหาได้ในราคาที่เหมาะสม
ส่วน Series 5 และรุ่นเก่ากว่าไม่รองรับแม้แต่ watchOS 26 แล้ว ดังนั้นผู้ใช้กลุ่มนี้ควรพิจารณาอัปเกรดในเร็ว ๆ นี้
สำหรับผู้ที่ยังไม่รีบเปลี่ยนเครื่อง รายงานระบุว่า Apple Watch Series 13 ในปีหน้าอาจมีการอัปเกรดครั้งใหญ่ ทั้งการปรับดีไซน์ใหม่และเพิ่มเซ็นเซอร์ใหม่ ซึ่งอาจทำให้รุ่นดังกล่าวน่าสนใจสำหรับผู้ใช้ Series 11 หรือรุ่นเก่ากว่า
ที่มา: MacRumors
