หัวหน้า Instagram Adam Mosseri รับไม่ทราบเรื่อง พนักงาน Instagram กรองข้อมูลความปลอดภัยวันรุ่น ขึ้นให้การในคดีเสพติดโซเชียลมีเดีย
Adam Mosseri รับไม่ทราบเรื่อง พนักงาน Instagram กรองข้อมูลวันรุ่น
Adam Mosseri หัวหน้า Instagram ได้ขึ้นให้การในคดีล่าสุดของ Meta เกี่ยวกับการเสพติดโซเชียลมีเดียและความเป็นส่วนตัวของเด็ก เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 โดย Mosseri ระบุว่าเขา “เพิ่งทราบเรื่อง” ที่พนักงานของ Instagram ได้รับคำสั่งจากทนายความของบริษัทให้ “จำกัด” ข้อมูลบางประเภทที่จะนำเสนอต่อเขา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานด้านความปลอดภัยของวัยรุ่น

Mosseri ปรากฏตัวในฐานะพยานในคดีสำคัญระหว่าง Meta และอัยการจากหลายรัฐ ซึ่งฝ่ายอัยการระบุว่า Meta พยายามทำให้เด็ก ๆ เสพติดแพลตฟอร์มอย่างตั้งใจ ทั้งที่มีงานวิจัยภายในระบุว่าแอปของบริษัทส่งผลเสียต่อผู้ใช้เยาวชน
งานวิจัยภายในชิ้นหนึ่งที่ถูกเปิดเผยในศาล เมื่อป็นสไลด์นำเสนอปี 2023 ที่เตรียมโดยทีมดีไซน์เนอร์ และทีมงานอื่นๆ ของ Instagram เกี่ยวกับความปลอดภัยของวัยรุ่น ข้อมูลระบุว่าเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าตัวตาย การทำร้ายตัวเอง และความผิดปกติในการกิน มีกลุ่มผู้ชมวัยรุ่นในสัดส่วนที่สูงผิดปกติ โดยสูงกว่าผู้ใหญ่ถึง 2.5 เท่า นอกจากนี้ยังระบุว่าเนื้อหาที่ถูกจัดว่า ไม่แนะนำสำหรับวัยรุ่น กลับถูกรับชมโดยกลุ่มวัยรุ่นในอัตราที่สูงกว่าผู้ใหญ่ 1.5 เท่า
ต่อมาทนายความของบริษัทได้บอกให้พนักงานที่ทำสไลด์นำเสนอนี้ ลบสถิติดังกล่าวออกเพื่อ จำกัดการรับรู้ข้อมูลของ Mosseri ตามข้อความที่ถูกเปิดเผยในศาล ซึ่งเมื่อถูกซักถาม Mosseri กล่าวว่าเขาไม่เคยมีส่วนร่วมในการสนทนาเรื่องการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลของตนเอง
“ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย จึงไม่แน่ใจว่าเหตุผลในการลบข้อมูลออกจากงานนำเสนอก่อนจะถึงมือผมคืออะไร แต่ผมไม่ได้สนับสนุนให้ทีมงานปิดบังข้อมูลใดๆ” เขากล่าว “ผมเข้าใจว่าหากงานบางชิ้นมีผลกระทบทางกฎหมาย ซึ่งทนายความเป็นผู้ตรวจสอบเนื้อหาเหล่านั้น” โดยเขาอธิบายว่าบทบาทของทนายคือการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารและดูว่าสิ่งที่บริษัททำนั้นสอดคล้องกับกฎหมายหรือไม่
คำให้การของ Mosseri เกิดขึ้นหลังจาก Francesco Fogu ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ของ Instagram ให้การเกี่ยวกับงานนำเสนอเมื่อเดือน ก.ค. 2023 และการสนทนาเรื่องสถิติที่จะใส่ลงไป Fogu กล่าวว่าเขารู้สึก “ประหลาดใจ” เพราะไม่เคยถูกสั่งให้ ซ่อนข้อมูลจากผู้บริหารมาก่อน
โดยในท้ายที่สุดเขาได้รับอนุญาตให้แจ้งข้อมูลดังกล่าวแก่ผู้บริหารผ่านทางคำพูดแทน พร้อมเสริมว่าข้อมูลนี้ผู้บริหารยังสามารถเข้าถึงได้เพราะมีรายละเอียดอยู่ในรายงานที่แนบลิงก์ไว้ในสไลด์ และในระหว่างการซักค้านโดยทนายของ Meta เขาได้ระบุว่างานนำเสนอนี้ประสบความสำเร็จเพราะส่วนที่ทำให้เกิดการสร้างบัญชีสำหรับวัยรุ่น (Teen Accounts) ของ Instagram
ฟีเจอร์หนึ่งที่ถูกกล่าวถึงซ้ำ ๆ ในคำให้การของ Mosseri และ Fogu คือเครื่องมือพักสายตา ที่คอยเตือนให้ผู้ใช้หยุดไถฟีด โดยข้อมูลจาก Meta ระบุว่ามีผู้ใช้ Instagram เพียง 1.8% ที่เลือกใช้ฟีเจอร์นี้ในช่วงแรกหลังจากเปิดตัวในปี 2021 ซึ่ง Fogu ยังทำงานอยู่ที่ Meta กล่าวซ้ำว่าเขาไม่แน่ใจว่าสถิติดังกล่าวถูกต้องหรือไม่
ในช่วงหนึ่ง ผู้พิพากษา Yvonne Gonzalez Rogers ได้ถาม Fogu ว่าเขารู้หรือไม่ว่าอัตราการใช้งานฟีเจอร์นี้สูงที่สุดเท่าไหร่ ซึ่ง Fogu ตอบว่าไม่ทราบ ผู้พิพากษาจึงย้อนถามว่า “คุณเป็นหัวหน้าส่วนนี้แต่กลับไม่รู้ว่าอัตราสูงสุดเคยเป็นเท่าไหร่” โดย Fogu ตอบว่า “ผมไม่ได้เป็นคนสร้างแดชบอร์ดเก็บข้อมูล และไม่ได้อ่านข้อมูล นั่นไม่ใช่หน้าที่ของผม ผมแค่เชื่อใจทีมงาน”
ผู้พิพากษาจึงกล่าวว่า “แต่ถึงแม้คุณจะต้องเชื่อใจพวกเขา หรือต้องออกแบบสิ่งต่างๆ คุณกลับไม่มีข้อมูลตัวเลขเหล่านั้นเลยในขณะที่นั่งอยู่ตรงนี้”
Fogu ไม่ใช่พยานคนแรกที่ให้การเรื่องเครื่องมือพักสายตา เพราะคณะลูกขุนยังได้รับฟังคำให้การจาก George Volichenko อดีตนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลของ Meta ซึ่งระบุว่าฟีเจอร์นี้มีอัตราการใช้งานในกลุ่มวัยรุ่นที่ “ต่ำและน่าผิดหวัง” หลังจากเปิดตัวในปี 2022 โดยผลการวิจัยช่วงแรกพบว่ามีวัยรุ่นเพียง 0.165% ที่เลือกพักการใช้งาน Instagram เป็นเวลา 10 นาที แม้ภายหลังจะเพิ่มขึ้นเป็น 0.2% แต่เขาก็อธิบายว่าฟีเจอร์นี้ “กดข้ามได้ง่ายเกินไป”
Mosseri เองก็ถูกซักถามเรื่อง “take a break” และอัตราการใช้งาน ซึ่งดูเหมือนเขาจะเริ่มหงุดหงิดที่ประเด็นวนเวียนอยู่กับฟีเจอร์นี้ “นี่เป็นเพียงฟีเจอร์เดียวที่มีอัตราการใช้งานต่ำจนน่าผิดหวัง ซึ่งตอนนี้ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นมากแล้ว” เขากล่าว พร้อมชี้ให้เห็นว่า บัญชีสำหรับวัยรุ่น (Teen Accounts) ที่ปัจจุบันบังคับใช้กับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี จะมีการเปิดใช้งานการจำกัดเวลา (Time Limits) เป็นค่าเริ่มต้น
“มีฟีเจอร์มากมายที่มีประสิทธิภาพ และมีหลายอย่างที่ไม่มีประสิทธิภาพ” เขากล่าวเสริมว่า “ปัจจุบันมีเพียง 1 ใน 50 คนเท่านั้นที่โพสต์รูปหรือวิดีโอลง Instagram ซึ่งคิดเป็นอัตราการมีส่วนร่วมเพียง 2%”
Mosseri เป็นผู้บริหารระดับสูงคนแรกของ Meta ที่ขึ้นให้การในคดีนี้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ Meta อย่างมหาศาล โดยทนายของรัฐต่าง ๆ กำลังเรียกร้องค่าปรับสูงถึง 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ และหวังจะบังคับให้บริษัทเปลี่ยนแปลงการออกแบบแอปพลิเคชัน ทั้งนี้คาดว่า CEO Mark Zuckerberg จะต้องขึ้นให้การเช่นกัน พร้อมด้วยพนักงานปัจจุบันและอดีตพนักงานคนอื่น ๆ โดยคำให้การของ Mosseri จะดำเนินต่อไปในวันที่ 26 สิงหาคม 2569
ที่มา: The Verge, Engadget
