ใน , ,

RayNeo เปิดตัว iO Smart Glasses แว่น AI ใช้งานได้ 2 วัน

RayNeo เปิดตัวแว่นอัจฉริยะ iO เน้น AI และงานประจำวัน พร้อม GT และ GT Max สำหรับดูหนังและเล่นเกมผ่านจอเสมือนขนาดใหญ่

RayNeo เปิดตัว iO Smart Glasses

RayNeo หนึ่งในบริษัทแว่น AR รายใหญ่ ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาด 23.7% ตามข้อมูลของ Counterpoint ในไตรมาส 1 ปี 2026 เปิดตัวแว่นอัจฉริยะใหม่ 2 กลุ่ม ได้แก่ RayNeo iO Smart Glasses ที่เน้นการใช้งาน AI และข้อมูลที่ดูได้อย่างรวดเร็วในชีวิตประจำวัน และ RayNeo GT Series ที่ออกแบบมาเพื่อการรับชมคอนเทนต์ เล่นเกม และภาพยนตร์โดยเฉพาะ

RayNeo iO Smart Glasses หนักเพียง 33 กรัม ใส่ได้ตลอดวัน

RayNeo iO Smart Glasses มีน้ำหนักเพียง 33 กรัม พร้อมกระจายน้ำหนักด้านหน้าและด้านหลังในสัดส่วน 50:50 เพื่อให้สวมใส่ได้สะดวกตลอดวัน

กรอบแว่นผลิตจากโลหะผสมแมกนีเซียม-อะลูมิเนียม AZ91D ส่วนขาแว่นใช้ไทเทเนียมระดับอากาศยาน

ตัวแว่นใช้จอแสดงผล Waveguide แบบสีเดียว โดยแสดงผลเป็น สีเขียว และทำงานร่วมกับ Firefly Nano Engine ขณะที่ Blue Lake Waveguide มีความโปร่งใสถึง 97% และข้อมูลที่ปรากฏบนจอจะไม่สามารถมองเห็นได้จากบุคคลอื่น

จอสามารถแสดงข้อความได้ด้วยความสว่างสูงสุด 1,300 nits และนำไปใช้เป็น Teleprompter สำหรับการพูดหรือพรีเซนต์งานได้

นอกจากนี้ยังรองรับการแปลภาษาแบบเรียลไทม์มากถึง 55 ภาษา และ 109 สำเนียง โดยมีความหน่วงประมาณ 1 วินาที

ใช้ AI ช่วยจดจำตารางนัดหมายและบริบทการสนทนา

RayNeo iO มาพร้อมไมโครโฟน 4 ตัว และเซ็นเซอร์ Bone Conduction สำหรับจับเสียงของผู้สวมใส่ได้ชัดเจนแม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวน เหมาะสำหรับการสั่งงานหรือพิมพ์ข้อความด้วยเสียง

ฟีเจอร์ Ambient AI Life Log ที่ใช้พลังงานต่ำสามารถเก็บข้อมูลเกี่ยวกับตารางเวลาและบริบทของบทสนทนา พร้อมแจ้งเตือนให้ผู้ใช้เพิ่มสิ่งต่าง ๆ ลงในปฏิทินได้

ตัวแว่นมาพร้อม RayNeo AI และ Gemini 3.1 Flash Lite เป็นค่าเริ่มต้น และผู้ใช้สามารถเปลี่ยนโมเดล AI ผ่านแอปคู่หูได้ โดยรองรับทั้ง

  • Gemini
  • ChatGPT
  • Claude
  • DeepSeek

RayNeo iO ใช้แบตเตอรี่ความจุ 240mAh โดยบริษัทระบุว่าสามารถใช้งานทั่วไปได้นานสูงสุด 2 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้งรวมถึงรองรับการบันทึกเสียงต่อเนื่องสูงสุด 18 ชั่วโมง หรือแปลภาษาอย่างต่อเนื่องได้ 6.2 ชั่วโมง

ตัวแว่นได้รับมาตรฐาน IP54 และมีไฟ LED ที่เชื่อมต่อกับฮาร์ดแวร์โดยตรง เพื่อแจ้งให้คนรอบข้างทราบเมื่อกำลังบันทึกหรือแปลภาษา

การควบคุมรองรับท่าทางพื้นฐาน เช่น พยักหน้าเพื่อยอมรับการแจ้งเตือน รวมถึงมี Smart Crown แบบหมุนที่มีลักษณะคล้าย Digital Crown บนสมาร์ตวอทช์

อย่างไรก็ตาม RayNeo iO ไม่มีลำโพงในตัว การใช้งานจึงเน้นอินเทอร์เฟซแบบข้อความเป็นหลัก

RayNeo GT และ GT Max เน้นดูหนังและเล่นเกม

อีกกลุ่มคือ RayNeo GT และ RayNeo GT Max ซึ่งเน้นประสบการณ์ Multimedia โดยทั้งสองรุ่นใช้จอ microOLED แบบสีเต็มรูปแบบ พร้อมลำโพง 4 ตัวที่ปรับแต่งเสียงร่วมกับ Bang & Olufsen

RayNeo GT สามารถสร้างภาพเสมือนขนาด 231 นิ้ว ด้วยมุมมองภาพหรือ Field of View ที่ 46° ซึ่งกว้างกว่า iO ที่มี Field of View 23.5°

ขณะที่ RayNeo GT Max สามารถเลือกขนาดจอเสมือนได้ 3 ระดับ ได้แก่

  • 227 นิ้ว
  • 267 นิ้ว
  • 307 นิ้ว

ขนาดสูงสุด 307 นิ้วให้ Field of View กว้างถึง 59°

GT Max มีน้ำหนัก 78 กรัม ส่วน GT รุ่นปกติมีน้ำหนัก 68 กรัม

รองรับ 3DoF เลือกตำแหน่งจอเสมือนได้ 3 รูปแบบ

GT Series มีฮาร์ดแวร์เฉพาะสำหรับระบบติดตามตำแหน่งแบบ 3DoF และรองรับการแสดงผล 3 รูปแบบ ได้แก่

Follow Mode – จอเสมือนจะติดตามอยู่ในมุมมองของผู้ใช้ตลอดเวลา

Pinned Mode – ล็อกจอไว้ในตำแหน่งหนึ่งของพื้นที่ 3 มิติ คล้ายการวางจอมอนิเตอร์เสมือนเอาไว้ด้านหน้า

Steady Mode – ทำหน้าที่คล้ายระบบกันสั่น ช่วยลดการสั่นสะเทือนของภาพขณะเคลื่อนไหว หรือเมื่อนั่งอยู่บนรถโดยสาร รถไฟ หรือเครื่องบิน

RayNeo ระบุว่า GT Max เป็นแว่น AR รุ่นแรกที่รองรับคอนเทนต์ Dolby Vision โดยใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมใหม่อย่าง RayNeo Pocket TV Pro

สำหรับวิดีโอ SDR ยังมีฟีเจอร์ AI สำหรับแปลง SDR เป็น HDR ด้วย

RayNeo Pocket TV Pro อุปกรณ์ Android สำหรับต่อเข้ากับแว่นโดยเฉพาะ

โดยปกติ RayNeo GT สามารถเชื่อมต่อโดยตรงกับสมาร์ตโฟน แล็ปท็อป หรืออุปกรณ์อื่นที่สามารถส่งสัญญาณภาพผ่าน USB-C ได้

แต่สำหรับผู้ที่ต้องการอุปกรณ์แยกสำหรับใช้งานกับแว่น RayNeo ได้เปิดตัว Pocket TV Pro ซึ่งมีลักษณะคล้ายรีโมตและทำหน้าที่เหมือนอุปกรณ์ Android แบบพกพา

Pocket TV Pro ใช้ชิป Amlogic S905X5M-J พร้อม RAM 3GB และพื้นที่จัดเก็บข้อมูล 64GB รวมถึงมีช่อง microSD รองรับการ์ดความจุสูงสุด 1TB

ภายในมีแบตเตอรี่ขนาด 6,500mAh สามารถจ่ายไฟให้ทั้งตัว Pocket TV Pro และแว่นสำหรับการ Streaming ได้นานสูงสุด 5.5 ชั่วโมง และยังรองรับการแปลงคอนเทนต์ SDR เป็น HDR เช่นเดียวกัน

เริ่มวางจำหน่าย 4 ก.ย. ราคายังไม่ประกาศ

RayNeo iO Smart Glasses และ RayNeo GT Series จะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 4 ก.ย. แต่บริษัทยังไม่ประกาศราคา

RayNeo iO มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Polar Night (Dark Grey) และ Dune (Gold)

สำหรับ GT และ GT Max รองรับเลนส์สายตาแบบสั่งทำอย่างเป็นทางการ ขณะที่ GT Max มีตัวเครื่องให้เลือกตามระยะห่างระหว่างรูม่านตา (Interpupillary Distance หรือ IPD) 3 ขนาด ได้แก่

  • Size S: ต่ำกว่า 64 มม.
  • Size M: 64–67 มม.
  • Size L: มากกว่า 67 มม.

แว่นรุ่นใหม่จะวางจำหน่ายผ่าน RayNeo.com และ Amazon รวมถึงนำไปจัดแสดงภายในงาน IFA ระหว่างวันที่ 4–8 ก.ย.

ที่มา: GSMArena

ความคิดเห็น - Like เพจ iPhoneMod.net

เขียนโดย Saktaphat Kordjan

Social Science Chiang Mai University