Apple เตรียมเพิ่มฟีเจอร์ Reference Image ตรวจสอบความถูกต้องของรูปภาพ เพื่อยืนยันว่าภาพถ่ายนั้นมาจากกล้อง iPhone จริง ๆ ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วย AI
Apple เตรียมเพิ่มฟีเจอร์ Reference Image ยืนยันภาพถ่ายว่ามาจากกล้อง iPhone จริง ไม่ใช่ AI
Apple เตรียมเพิ่มฟีเจอร์ตรวจสอบความถูกต้องของรูปภาพ เพื่อยืนยันว่าภาพถ่ายนั้นมาจากกล้อง iPhone จริง ๆ ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วย AI
ในปัจจุบัน ปัญหาเรื่องภาพสังเคราะห์ (Synthetic Images) ที่พยายามปลอมแปลงให้ดูเหมือนจริงกลายเป็นเรื่องที่น่ากังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากการเติบโตของ Generative AI ทำให้สิ่งที่เคยต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือหลายวันโดยช่างภาพมืออาชีพ ในตอนนี้สามารถทำได้ในไม่กี่วินาทีเพียงแค่พิมพ์คำสั่ง (Prompt) สั้น ๆ จากไอเดียที่ยังไม่สมบูรณ์
เพื่อแก้ไขปัญหานี้ หลายบริษัทจึงเริ่มนำวิธีการระบุเนื้อหาที่สร้างโดย AI มาใช้ ตัวอย่างเช่น Google ได้พัฒนา SynthID ซึ่งจะฝังลายน้ำที่มองไม่เห็นลงในภาพ และสื่อที่สร้างโดย AI ซึ่งเทคโนโลยีนี้ได้ถูกนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์อื่น ๆ รวมถึง OpenAI ด้วย

ในทำนองเดียวกัน Meta ก็ได้เพิ่มป้ายกำกับสำหรับเนื้อหาที่สร้างโดย AI ใน Facebook, Instagram และ Threads แม้ว่าระบบเหล่านี้จะยังมีข้อจำกัดในการระบุสื่อที่ถูกดัดแปลงได้อย่างแม่นยำ แม้แต่สื่อที่สร้างจากโมเดล AI ของบริษัทเองก็ตาม

Apple Reference Image
ล่าสุดดูเหมือนว่า Apple กำลังเตรียมรับมือกับปัญหานี้เช่นกัน นอกเหนือจากการใส่ข้อมูล Metadata ให้กับภาพที่สร้างจาก Image Playground โดยใน iOS 27 beta 5 พบโค้ดใหม่ที่พูดถึง Apple Reference Image ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อยืนยันแหล่งที่มาของภาพถ่าย โดยใช้ข้อมูลเฉพาะที่ผูกกับฮาร์ดแวร์กล้อง iPhone ที่ใช้ถ่ายภาพนั้น ๆ

เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางด้านความเป็นส่วนตัวของ Apple ในการประมวลผลข้อมูลผู้ใช้ที่มีความละเอียดอ่อนผ่านระบบคลาวด์ บริษัทจึงออกแบบ Apple Reference Image ในลักษณะที่ป้องกันไม่ให้ Apple เข้าถึงไฟล์รูปภาพต้นฉบับได้โดยตรง
โดยระบบจะส่งรูปภาพไปยัง Private Cloud Compute เพื่อทำการตรวจสอบ และจะส่งกลับมาเพียงข้อมูลเซนเซอร์บางส่วนและ Metadata ของภาพเท่านั้น ที่น่าสนใจคือ หาก Apple พบว่าเซนเซอร์ตัวใดถูกดัดแปลงหรือเจาะระบบ (Compromised) Apple อาจยกเลิกการยืนยันความถูกต้องก่อนหน้าที่เกี่ยวข้องกับเซนเซอร์ตัวนั้นได้
ในปัจจุบัน ฟีเจอร์นี้จะถูกปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น และเมื่อเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ ผู้ใช้สามารถเข้าไปเปิดได้ที่ Settings > Camera > Reference Image และเลือก Reference Mode

สิ่งที่สำคัญคือ ผู้ใช้ต้องเปิดโหมด Reference ในขณะที่ถ่ายภาพผ่านโหมดใหม่ในแอป Camera เท่านั้น ซึ่งหมายความว่าภาพที่ถ่ายในโหมดปกติจะไม่มีข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการตรวจสอบความถูกต้องในภายหลัง
ตัวโหมด Reference เองดูเหมือนจะไม่ได้ตรวจสอบภาพถ่ายโดยอัตโนมัติ แต่ผู้ใช้สามารถเลือกตรวจสอบในภายหลัง ซึ่งในขั้นตอนนี้รูปภาพต้นฉบับ และข้อมูลการพิสูจน์แหล่งที่มาจะถูกส่งไปยัง Private Cloud Compute เพื่อตรวจสอบ โดย Apple จะมอบ ID เฉพาะให้กับภาพที่ผ่านการตรวจสอบนั้น
อีกหนึ่งจุดที่เน้นความเป็นส่วนตัวคือ ภาพที่ผ่านการตรวจสอบแล้วสามารถแชร์ให้ผู้อื่นได้ โดยอุปกรณ์ Apple ของผู้รับสามารถตรวจสอบในเครื่องได้ทันทีว่าภาพนั้นยังคงมีความถูกต้องอยู่หรือไม่ โดยไม่ต้องแจ้ง Apple ว่ากำลังดูรูปภาพใดอยู่
ข้อมูลที่แนบไปกับการแชร์อาจแตกต่างกันไปตามวิธีที่ใช้ (เช่น AirDrop, Messages) และขึ้นอยู่กับว่าภาพนั้นเป็นภาพต้นฉบับ, ภาพที่ถูกแก้ไข หรือเวอร์ชันที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว นอกจากนี้ หากผู้ใช้เลือกแชร์ “All Photos Data” ข้อมูลที่ส่งไปอาจรวมถึงรหัสระบุตัวตนของฮาร์ดแวร์และไฟล์วิดีโอที่ยังไม่ได้ตัดขอบ (Uncropped footage) ที่เกี่ยวข้องกับภาพนั้นด้วย
นอกจากนี้ Apple ยังเพิ่มตัวเลือก “Transfer with Provenance” สำหรับการโอนย้ายข้อมูลผ่าน USB ซึ่งหากเปิดใช้งาน ภาพที่ผ่านการตรวจสอบแล้วเมื่อย้ายไปยัง Mac หรือ PC จะรวมข้อมูล Reference Image ไปด้วย ส่วนภาพที่ยังไม่ได้ตรวจสอบอาจส่งเพียงข้อมูลพื้นฐาน เช่น รหัสระบุตัวตนของฮาร์ดแวร์ และวิดีโอที่ยังไม่ได้ตัดขอบ
ที่มา: 9to5Mac
