Anthropic ขยายบริการ Claude Cowork ลงเว็บ และมือถือ ทำงานเบื้องหลังต่อเนื่องข้ามอุปกรณ์ พร้อมเผยข้อมูลว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่นำ AI ไปช่วยงานธุรกิจทั่วไปมากกว่างานเขียนโค้ด
Anthropic ขยายบริการ Claude Cowork ลงเว็บ และมือถือ เปลี่ยน AI เป็นผู้ช่วยส่วนตัว
Anthropic ประกาศขยายบริการ Claude Cowork เอเจนท์ AI สำหรับช่วยงานทั่วไป (General Knowledge Work) ให้รองรับทั้งบนเว็บ และอุปกรณ์พกพา (Mobile) อย่างเป็นทางการ หลังจากที่เคยเปิดตัวเป็นแอปพลิเคชันบนเดสก์ท็อปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา
การอัปเดตครั้งนี้ช่วยให้ผู้ใช้ที่สมัครสมาชิกแพ็กเกจ Max สามารถเริ่มต้นสั่งงานจากคอมพิวเตอร์ แล้วติดตามสถานะหรือรับผลลัพธ์สุดท้ายผ่านสมาร์ตโฟนได้ทันที แม้จะปิดฝาพับโน้ตบุ๊กไปแล้วก็ตาม ซึ่งถือเป็นการยกระดับจากเครื่องมือช่วยเขียนโค้ดไปสู่การเป็น “เพื่อนร่วมงานสายบริหาร” (Agentic Administrative Coworker) ที่สามารถทำงานเบื้องหลัง และขอความเห็นจากมนุษย์เฉพาะในจุดที่สำคัญเท่านั้น
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันของยักษ์ใหญ่ด้าน AI ที่พยายามผลักดันผลิตภัณฑ์ให้เป็นมากกว่าแค่แชตบอต (Chatbot) แต่เข้าไปอยู่ในทุกพื้นที่ของการทำงานประจำวัน เช่นเดียวกับ OpenAI ที่เริ่มขยับ Codex จากเครื่องมือเฉพาะทางสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์มาสู่งานเอกสาร, รายงาน และการวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับผู้ใช้ทั่วไปมากขึ้น

สถิติการใช้งาน Claude Cowork
Anthropic ยังได้เผยข้อมูลการใช้งานในช่วงปลายเดือน พ.ค. จากเซสชันกว่า 1.2 ล้านรายการ พบว่ารูปแบบการใช้งานที่ชัดเจนที่สุดคือ “งานที่อยู่รอบ ๆ ตัวงาน” (Work around the work) ซึ่งไม่ใช่หน้าที่หลัก แต่เป็นงานที่ช่วยให้องค์กรขับเคลื่อนไปได้ โดยแบ่งหมวดหมู่ได้ดังนี้:
- กระบวนการทางธุรกิจ (33.4%): เช่น การรวบรวมข้อมูลมาสรุปเป็นรายงาน, การสร้างรายการตรวจสอบ (Checklist) และการตรวจสอบความถูกต้องของตารางข้อมูล (Spreadsheet) ซึ่งมักพบในฝ่ายการเงิน, ทรัพยากรบุคคล และงานบริหาร
- การสร้างเนื้อหา (16.4%): เช่น การดราฟท์บทความ, การทำสไลด์นำเสนอ (Slide Deck) และการโพสต์โซเชียลมีเดียสำหรับงานการตลาดและการจัดการ
- การพัฒนาซอฟต์แวร์: มีสัดส่วนเพียง 8.7% เท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าที่หลายคนคาดไว้
เป้าหมายของ Anthropic คือการทำให้ Claude เป็นจุดอ้างอิงสำหรับผู้ที่กำลังมองหาวิธีรวมผลิตภัณฑ์ AI เข้ากับงานประจำวัน และแสดงให้เห็นว่ามูลค่าของ AI นั้นกระจุกตัวอยู่ที่จุดไหนมากที่สุด
ที่มา: TechCrunch
