Apple ทะลุช่วงซบเซาของตลาดสมาร์ตโฟน ในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2026 ได้ประมาณ 60.2 ล้านเครื่อง ทำให้ยังคงครองอันดับ 2 ของแบรนด์สมาร์ตโฟนทั่วโลก ขณะที่อุตสาหกรรมสมาร์ตโฟนโดยรวมยังคงซบเซา
Apple ทะลุช่วงซบเซาของตลาดสมาร์ตโฟน ด้วยยอดผลิต iPhone Q1 พุ่ง ไตรมาส 1 พุ่ง
รายงานล่าสุดจาก TrendForce ระบุว่า Apple ผลิต iPhone ในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2026 ได้ประมาณ 60.2 ล้านเครื่อง ทำให้ยังคงรั้งอันดับ 2 ของแบรนด์สมาร์ตโฟนทั่วโลก ขณะที่อุตสาหกรรมสมาร์ตโฟนโดยรวมยังคงซบเซา
ตัวเลขการผลิต iPhone ในไตรมาส 1/2026
Apple ผลิต iPhone ได้ประมาณ 60.2 ล้านเครื่องในช่วงเดือน ม.ค. ถึง มี.ค. 2026 จัดอยู่ในอันดับ 2 ของโลก Samsung ยังคงครองอันดับ 1 ด้วยยอดผลิตประมาณ 62.6 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 2.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
แม้ตัวเลขของ Apple จะยังห่างจาก Samsung อยู่ แต่แนวโน้มการผลิตที่เพิ่มขึ้นถือเป็นสัญญาณบวก เมื่อพิจารณาว่าตลาดสมาร์ตโฟนทั่วโลกยังคงเผชิญภาวะซบเซาในช่วงหลัง

ปัจจัยที่ทำให้ยอดผลิตของ Apple แข็งแกร่ง
TrendForce ระบุว่า ยอดผลิต iPhone ที่เพิ่มขึ้นของ Apple มีปัจจัยหนุนหลัก 2 ส่วน ได้แก่ การเปิดตัว iPhone 17e รุ่นราคาประหยัด และการเร่งกำลังการผลิตของ iPhone 17 ทั้งไลน์อัปอย่างต่อเนื่อง
iPhone 17e ถือเป็นรุ่นที่ทำตลาดในกลุ่มผู้ใช้ที่มองหา iPhone ราคาเข้าถึงง่าย ช่วยดึงดูดทั้งลูกค้าใหม่และผู้ที่ต้องการอัปเกรดจาก iPhone รุ่นเก่า ขณะที่ iPhone 17 ยังคงเป็นไลน์อัปหลักที่รักษายอดขายต่อเนื่อง
เปรียบเทียบกับ Samsung และตลาดรวม
Samsung ยังคงรั้งอันดับ 1 ด้วยยอดผลิต 62.6 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 2.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ตัวเลขจะดูใกล้เคียงกับ Apple แต่ความแตกต่างเชิงกลยุทธ์ของทั้งสองแบรนด์ชัดเจน Samsung มีไลน์อัปที่หลากหลายตั้งแต่ระดับเรือธงไปจนถึงระดับกลาง ขณะที่ Apple เน้นที่ iPhone เป็นหลัก
ภาพรวมอุตสาหกรรมสมาร์ตโฟนยังคงเผชิญความท้าทาย ผู้บริโภคหลายตลาดชะลอการอัปเกรดเครื่องนานขึ้น แต่ Apple สามารถรักษายอดผลิตให้เติบโตได้ท่ามกลางภาวะดังกล่าว ถือเป็นผลงานที่น่าจับตา
แนวโน้มในช่วงครึ่งปีแรกของ 2026
รายงานของ TrendForce ช่วยให้เห็นภาพว่า Apple ยังคงเดินหน้าเร่งกำลังการผลิตทั้ง iPhone 17e และ iPhone 17 เพื่อรองรับความต้องการในตลาด แม้ตัวเลขจะยังห่างจาก Samsung อยู่ แต่ทิศทางที่เพิ่มขึ้นสวนทางกับภาวะซบเซาของอุตสาหกรรม ถือเป็นจุดแข็งของ Apple ที่ช่วยรั้งตำแหน่งอันดับ 2 ของโลกได้อย่างเหนียวแน่น
