Google Translate ครบรอบ 20 ปี จาก AI ทดลอง สู่เครื่องมือแปลภาษาที่คนทั่วโลกใช้กว่า 1 พันล้านคนต่อเดือน เพิ่มฟีเจอร์ฝึกออกเสียงด้วย AI ช่วยให้พูดได้ถูกต้องและสื่อสารได้มั่นใจมากขึ้น
ฉลองครบรอบ 20 ปีของ Google Translate
ย้อนไปเมื่อ 20 ปีก่อน Google Translate เริ่มต้นขึ้นด้วยภารกิจสำคัญในการช่วยให้ผู้คนเข้าใจกันได้ ไม่ว่าจะพูดภาษาใดก็ตาม ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา Google ได้พยายามเปลี่ยน “วิทยาศาสตร์ของภาษา” ให้กลายเป็น “ความมหัศจรรย์ของการเชื่อมต่อ”

จากการทดลองเล็ก ๆ สู่เครื่องมือระดับโลกที่ช่วยผู้คนในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารระหว่างการเดินทาง การเรียนภาษาใหม่ หรือการพัฒนาทักษะเพื่ออาชีพ
เพื่อฉลองความก้าวหน้าตลอด 20 ปี นี่คือ 20 เรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับ Translate และวิธีที่ผู้คนทั่วโลกใช้งาน
1. เพิ่มฟีเจอร์ฝึกออกเสียงตามคำขอ

เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปีของ Translate วันนี้เราเปิดตัวฟีเจอร์ที่มีผู้ใช้เรียกร้องมากที่สุดหนึ่งในนั้น นั่นคือ “การฝึกออกเสียง” เพื่อช่วยให้คุณพัฒนาการพูดให้แม่นยำยิ่งขึ้นบนแอป Translate สำหรับ Android
ก่อนหน้านี้ คุณสามารถแตะ “ถาม” (ask) และ “ทำความเข้าใจ” (understand) เพื่อเพิ่มบริบทและรับตัวเลือกคำแปลอื่น ๆ ได้อยู่แล้ว และตอนนี้คุณยังสามารถใช้เครื่องมือใหม่ “การฝึกออกเสียง” ซึ่งใช้ AI ในการวิเคราะห์การพูดของคุณ และให้คำแนะนำแบบทันที เพื่อช่วยให้คุณออกเสียงได้ถูกต้องก่อนเริ่มสนทนาในสถานการณ์จริง
ฟีเจอร์นี้เริ่มเปิดให้ใช้งานแล้วในสหรัฐอเมริกาและอินเดีย รองรับภาษาอังกฤษ สเปน และฮินดี
2. ใช้ AI และแมชชีนเลิร์นนิงกับ Translate มาตั้งแต่แรกเริ่ม

Translate เป็นหนึ่งในโปรเจกต์แรก ๆ ที่จุดประกายงานด้านแมชชีนเลิร์นนิงของ Google ภายใน Google Research เมื่อหลายสิบปีก่อน
ในปี 2006 Translate ใช้เทคนิคแมชชีนเลิร์นนิงเชิงสถิติ โดยหัวใจสำคัญของการแปลให้ลื่นไหลและเป็นธรรมชาติ คือการพัฒนาโมเดลภาษาให้มีขนาดใหญ่และแม่นยำมากขึ้น (เพื่อจับความถี่ของคำและวลี) จากข้อมูลระดับ “ล้านล้านคำ”
ในปี 2016 เราเปลี่ยนครั้งใหญ่ไปใช้โครงข่ายประสาทเทียม (Neural Networks) เพื่อก้าวข้ามการแปลแบบคำต่อคำ (ต่อยอดจากงานวิจัย Sequence-to-Sequence และ Tensor Processing Unit) และพิสูจน์ว่า Deep Learning สามารถทำงานได้ในระดับโลกอย่างมีประสิทธิภาพ
ปัจจุบัน ใช้ AI รุ่นใหม่อย่าง Gemini และฮาร์ดแวร์ TPU รุ่นล่าสุด เพื่อทำให้ Translate เก่งและมีประโยชน์ยิ่งขึ้น
3. Translate รองรับประชากรโลกถึง 95%

Translate รองรับเกือบ 250 ภาษา และมีคู่ภาษามากกว่า 60,000 แบบ รวมถึงภาษาใกล้สูญพันธุ์และภาษาท้องถิ่น เพื่อให้ผู้คนทั่วโลกได้มีเสียงในโลกที่เชื่อมถึงกันมากขึ้น
4. ผู้ใช้มากกว่า 1 พันล้านคน ใช้ Google แปลภาษาในแต่ละเดือน
การแปลภาษาไม่ใช่แค่ฟีเจอร์เสริมอีกต่อไป แต่เป็นส่วนสำคัญของการเข้าถึงข้อมูลและการสื่อสารทั่วโลก
5. มีการแปลคำมากถึง 1 ล้านล้านคำต่อเดือน
ปริมาณข้อความที่ถูกแปลผ่าน Translate, Search, Lens และ Circle to Search ต่อเดือน มากพอให้มีคนอ่านออกเสียงได้ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง นานถึง 12,000 ปี
6. หูฟังของคุณสามารถเป็นล่ามส่วนตัวได้
ด้วยฟีเจอร์ Live Translate คุณสามารถใช้ Translate เป็นล่ามผ่านหูฟังได้ โดยยังคงน้ำเสียงและจังหวะการพูดของผู้พูด ช่วยให้การสื่อสารเป็นธรรมชาติ
เหมาะกับสถานการณ์ เช่น ฟังไกด์ทัวร์ หรือคุยกับคนท้องถิ่นเวลาเดินทาง
7. สามารถสนทนาแบบเรียลไทม์ด้วย Gemini
โมเดล Gemini รุ่นใหม่รองรับการแปลเสียงเป็นเสียงแบบเรียลไทม์ ทำให้การสนทนาลื่นไหลเหมือนคุยกันจริง เพราะเข้าใจบริบทและอารมณ์ของภาษา
8. มากกว่า 1 ใน 3 ของการใช้งาน Live Translate นานเกิน 5 นาที
แสดงให้เห็นว่าผู้คนใช้ AI เพื่อการสนทนาที่ลึกและมีความหมายมากขึ้น เช่น สัมภาษณ์งาน คุยกับครอบครัว หรือแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม
9. Translate ช่วยให้เข้าถึงเหตุการณ์ระดับโลกได้ง่ายขึ้น
ภาษาไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไป เช่น การฟังเพลงช่วง halftime หรือการติดตามสุนทรพจน์แบบเรียลไทม์
10. AI ช่วยเข้าใจสำนวนและสแลงได้ดีขึ้น

ด้วยพลังของ Gemini ทำให้ Translate เข้าใจสำนวน สแลง และบริบทท้องถิ่นได้ดีขึ้น ไม่ใช่แค่แปลตรงตัว
11. ผู้คนใช้ Translate เพื่อเรียนภาษาใหม่

ประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ใช้บนมือถือ ใช้ Translate เพื่อฝึกภาษา โดยมีฟีเจอร์ AI ช่วยตั้งเป้าหมายและติดตามความคืบหน้า
12. AI ช่วยให้ผู้เรียนมั่นใจและพูดเก่งขึ้น

เกือบครึ่งของผู้ใช้ฟีเจอร์ Practice ใช้เพื่อฝึกพูด ผ่านสถานการณ์จำลองที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจ
13. ใช้งาน Translate แบบออฟไลน์ได้
สามารถดาวน์โหลดภาษาไว้ใช้โดยไม่ต้องมีอินเทอร์เน็ต ทั้งบน Android และ iOS
ภาษาที่ถูกดาวน์โหลดมากที่สุด เช่น อังกฤษ อาหรับ สเปน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เยอรมัน ฮินดี จีน รัสเซีย และอิตาลี
14. การแปลผ่านกล้องกลายเป็นสิ่งจำเป็นเวลาเดินทาง
Google Lens ช่วยแปลข้อความบนเมนู ป้าย หรือสิ่งต่าง ๆ ผ่านกล้องได้ทันที
15. ผู้ใช้ Android นิยมใช้ Circle to Search เพื่อแปลภาษา

การแปลเป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่ถูกใช้มากที่สุดบน Circle to Search
16. คู่ภาษาที่ถูกแปลมากที่สุดอาจทำให้คุณแปลกใจ
ภาษาอังกฤษ → สเปน ยังเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือ อินโดนีเซีย โปรตุเกส อาหรับ และตุรกี รวมถึงภาษาอินเดียอย่าง ฮินดี เบงกาลี และมาลายาลัม
17. AI ช่วยให้เข้าใจภาษาวัยรุ่นได้

ผู้คนใช้ AI ใน Search เพื่อแปลสแลง Gen Alpha เช่น “clock it”, “maxxing”, “mogging”
18. แม้แต่ Emoji ก็แปลได้
ผู้ใช้เริ่มใช้ AI แปลงข้อความเป็น Emoji มากขึ้น ทำให้การสื่อสารดูสนุกและเป็นภาพมากขึ้น
19. ความสนใจในการแปลภาษามือเพิ่มขึ้น

มีการค้นหาการแปล American Sign Language เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความสำคัญของภาษามือในสังคม
20. คำที่ถูกแปลมากที่สุดคือ “คำขอบคุณ”

แม้รูปแบบการสื่อสารจะเปลี่ยนไป แต่เนื้อหายังเหมือนเดิม คำที่ถูกแปลบ่อยที่สุดยังคงเป็น “Thank you”ตามด้วย
- How are you?
- I love you
- Hello
- Please
หลังจาก 20 ปีของการพัฒนา เป้าหมายของ Translate ยังคงเหมือนเดิม:
“การเชื่อมต่อผู้คนเข้าหากัน”ไม่ว่าจะฝึกภาษา แปลเมนู หรือคุยแบบเรียลไทม์ Translate ช่วยลบกำแพงทางภาษาออกไป
ที่มา: Google
