in , ,

iPolish เล็บปลอมเปลี่ยนสีได้ในงาน CES 2026

ที่งาน CES 2026 สตาร์ทอัปรายหนึ่งเปิดตัว iPolish เล็บปลอมอะคริลิกเชื่อมต่อแอปที่เปลี่ยนสีได้ในไม่กี่วินาที โดยไม่ต้องใช้สารล้าง เลมป์ UV หรือรอให้แห้ง ถือเป็นอีกก้าวของเทคโนโลยีความงามที่เริ่มเข้าสู่ตลาดหลักมากขึ้น

iPolish เล็บปลอมเปลี่ยนสีได้ในงาน CES 2026

iPolish คือชุดเล็บปลอมที่เปลี่ยนเฉดสีได้ภายในไม่กี่วินาที ผ่านการเชื่อมต่อกับแอป โดยไม่ต้องใช้สารล้างเล็บใหม่ พร้อมเปลี่ยนลุคได้ทันที

อุปกรณ์ขนาดพกพา ใช้เปลี่ยนเฉดสีของเล็บได้ทันทีโดยจับคู่กับสีในคลังที่มีให้เลือกมากกว่า 400 เฉด ในการสาธิตสดที่งาน CES เล็บสามารถเปลี่ยนจากสีแดงเข้มแบบเลือดวัวเป็นสีนู้ดโทนนมได้ภายในไม่กี่วินาที พื้นผิวดูเงาวาวแบบเจล โดยไม่ให้ความรู้สึกว่าเป็นเล็บดิจิทัลเมื่อมองในระยะปกติ

ชุดเริ่มต้นของ iPolish เปิดให้พรีออร์เดอร์ในราคา $95 ประกอบด้วยไม้กายสิทธิ์เปลี่ยนสี เลเยอร์เคลือบบน กาวติด และเล็บปลอม 2 ชุด ส่วนชุดเล็บเสริมจำหน่ายแยกเริ่มต้นที่ $6 ทางบริษัทมีแผนขยายช่องทางจัดจำหน่ายไปสู่ร้านเครื่องสำอางระดับพรีเมียมหลังจากเปิดตลาดในช่วงแรกสำเร็จ

ใต้ผิวเล็บลักษณะคล้ายยาทาเล็บของ iPolish คือฟิล์มไฟฟ้าแบบอิเล็กโทรฟอเรติก ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่นิยมใช้ใน e-reader โดยจะขยับอนุภาคสีที่มีประจุเมื่อได้รับสนามไฟฟ้า

เนื่องจากจอแสดงผลชนิดนี้เป็นแบบ bistable จึงไม่ใช้พลังงานเมื่อต้องคงภาพนิ่ง แม้จะไม่มีพลังงานอยู่ ฟีเจอร์นี้ทำให้เล็บไม่ต้องใช้ไฟฟ้าเพื่อคงสีหลังเลือกเสร็จแล้ว จึงใช้อุปกณ์ขนาดเล็กและกระบวนการแตะเพื่ออัปเดตสีได้ง่ายดาย

แอปพลิเคชันที่ใช้คู่กันจะมีพาเลตต์สีที่คัดสรรมาให้ รวมถึงเฉดสีแบบเดี่ยว ๆ จากนั้นจะแนะนำขั้นตอนการนำปลายเล็บแต่ละนิ้วใส่เข้าไปในแท่งอุปกรณ์เพื่อทำการอัปเดตสี
ตัวแทนของบริษัทระบุว่า โครงสร้างหลักของชั้นแสดงผลถูกปรับแต่งมาเพื่อการใช้งานด้านเครื่องสำอางโดยเฉพาะ พร้อมเคลือบชั้นป้องกันและเคลือบท็อปโค้ตแบบเงานูน เพื่อจำลองมิติความลึกเหมือนเล็บเจล

เทคโนโลยีความงามมีบทบาทเด่นขึ้นทุกปีในงาน CES ตั้งแต่อุปกรณ์ทำผมอัจฉริยะ ไปจนถึงเครื่องตรวจจับสีผิวเพื่อลงรองพื้นให้แม่นยำ สมาคมผู้จัดงาน CES อย่าง Consumer Technology Association ตั้งข้อสังเกตว่ามีผู้แสดงสินค้ากลุ่มความงามเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าทั้งแบรนด์ใหญ่และสตาร์ทอัปเห็นว่าอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์คือข้อได้เปรียบในการแข่งขัน

ตัวอย่างเช่น การเปิดตัวสินค้าของ L’Oréal ที่งาน CES ก่อนหน้านี้ ช่วยผลักดันความคิดว่าเครื่องสำอางอาจเกี่ยวข้องกับอัลกอริธึมและอิเล็กทรอนิกส์ได้ไม่แพ้ส่วนผสมทางเคมี

เล็บดิจิทัลจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มนี้ โดยเฉพาะกลุ่มนักสร้างสรรค์ สไตลิสต์ หรือผู้ที่ต้องสลับกิจกรรมบ่อย จุดขายก็ชัดเจน: เปลี่ยนลุคได้รวดเร็ว โดยไม่ต้องใช้น้ำยาล้างเล็บหรือติดเล็บใหม่

ยังมีประเด็นด้านความยั่งยืนด้วย การเปลี่ยนสีเล็บแบบเดิมต้องใช้สารเคมีสำลีและอุปกรณ์สิ้นเปลืองอื่นๆ ขณะที่เล็บดิจิทัลลดการใช้ของเหล่านี้ แม้จะไม่ไร้ขยะโดยสมบูรณ์ เพราะเล็บยังมีองค์ประกอบอิเล็กทรอนิกส์อยู่ แต่ก็เปลี่ยนภาระต่อสิ่งแวดล้อมจากของใช้ที่ทิ้งบ่อย ไปสู่อุปกรณ์ที่ใช้นานขึ้นได้

กลยุทธ์ราคาและรูปแบบธุรกิจของ iPolish

ด้วยราคาชุดเริ่มต้น $95 (3,000 บาท โดยประมาณ) และเล็บเสริม $6 (190 บาท โดยประมาณ) iPolish วางตัวเป็นระบบทำเล็บระดับกลางสำหรับใช้ที่บ้าน ไม่ใช่แกดเจ็ตหรู จุดทำรายได้ระยะยาวอยู่ที่ชุดเล็บเสริมซึ่งมีให้เลือกหลากหลายรูปทรงและขนาด ลักษณะคล้ายหัวมีดโกนเปลี่ยนได้ มากกว่าขวดยาทาเล็บ

นักวิเคราะห์จากบริษัทอย่าง Grand View Research ประเมินว่าตลาดดูแลเล็บทั่วโลกมีมูลค่าในระดับหมื่นล้านเหรียญโดยมีอัตราเติบโตเลขหลักเดียว ทำให้ยังมีช่องว่างสำหรับกลุ่มสินค้าที่ผสานอุปกรณ์และเครื่องสำอาง หากประสบการณ์ผู้ใช้สามารถตอบโจทย์ได้จริง

แนวคิดนี้ต่างจากเครื่องพิมพ์ลายเล็บที่พ่นสีลงบนเล็บธรรมชาติโดยตรง แบรนด์อย่าง O’2NAILS เคยใช้แนวทางนี้แต่เจออุปสรรคด้านเวลาติดตั้งและบำรุงรักษา iPolish จึงตอบโจทย์ความต้องการปรับลุคอย่างรวดเร็วโดยฝังชั้นสีไว้ในเล็บเลย เพียงแตะ ใส่ และปัดเพื่อเปลี่ยนสี

ความทนทานและความปลอดภัยสำหรับการใช้งานระยะยาว

ระยะเวลาในการสวมใส่และความทนทานจะเป็นปัจจัยชี้ชะตาว่าผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้จะไปต่อได้หรือไม่ บริษัทได้เพิ่มท็อปโค้ตของตัวเองเพื่อช่วยเพิ่มความเงาและความทนต่อรอยขีดข่วน แต่การใช้งานในชีวิตประจำวันนั้นค่อนข้างโหดกับการทำเล็บ

ไม่ว่าจะเป็นการล้างจาน การพิมพ์คีย์บอร์ด หรือการใช้แอลกอฮอล์เจล ซึ่งแม้แต่เล็บเจลจากร้านก็ยังได้รับผลกระทบได้จากการสาธิต ขอบเล็บดูเรียบร้อย ผิวสัมผัสไม่ติดรอยนิ้วมือ อย่างไรก็ตาม การทดสอบในระยะยาวจะเป็นตัวบอกได้ชัดเจนว่าเล็บทนต่อการกะเทาะได้มากน้อยเพียงใด รวมถึงการเปลี่ยนสีซ้ำ ๆ จะส่งผลต่อพื้นผิวในระยะยาวหรือไม่

ในด้านความปลอดภัย ชั้นแสดงผลถูกปิดผนึกแบบไม่ให้อากาศเข้า และเคลือบด้วยชั้นป้องกันต่าง ๆ ตัวเล็บเองจะอยู่ในสถานะไม่ใช้พลังงานหลังจากตั้งค่าสีแล้ว โดยจะใช้ไฟเฉพาะตอนอัปเดตสีผ่านแท่งอุปกรณ์เท่านั้น

เช่นเดียวกับเล็บปลอมทั่วไป กาวคือจุดสัมผัสหลักกับผิวหนัง ผู้บริโภคที่มีอาการแพ้สารอะคริเลตควรตรวจสอบข้อมูลส่วนผสมอย่างละเอียด นอกจากนี้ เรื่องมาตรฐานอย่างการรับรอง FCC สำหรับอุปกรณ์แท่ง และการผ่านข้อกำหนดด้านเครื่องสำอางของวัสดุเคลือบ จะเป็นสิ่งพื้นฐานที่จำเป็นเมื่อผลิตภัณฑ์ก้าวสู่ตลาดค้าปลีกกระแสหลัก

แผนขยายเฉดสี ฟีเจอร์ และการวางจำหน่าย

หากเปิดตัวได้สำเร็จ คาดว่าจะมีการขยายเฉดสีอย่างรวดเร็ว เพิ่มคอลเลกชันตามฤดูกาล และจับมือกับศิลปินหรือนักออกแบบแฟชั่น ทางแบรนด์อาจนำศักยภาพของเทคโนโลยีมาขยายต่อจากสีพื้น เช่น การสร้างไล่เฉดหรือแพตเทิร์นขนาดเล็ก แต่ในช่วงแรกยังเลือกเริ่มต้นด้วยสีพื้นเพื่อให้ใช้งานได้ราบรื่นก่อน

แนวคิดของ iPolish จึงสื่อสารได้อย่างตรงไปตรงมาและน่าสนใจนั่นคือ การเปลี่ยนสีเล็บโดยไม่ต้องไปซาลอนเร็วเท่ากับเปลี่ยนแพลนชีวิต

หากสามารถให้สีติดทนนานได้หลายวัน ดูเหมือนเล็บจริง และแอปใช้งานง่ายตามที่กล่าว iPolish อาจไม่ใช่แค่ไอเทมโชว์ในงาน CES แต่กลายเป็นอาวุธลับของวงการเทคโนโลยีความงามก็เป็นได้

ที่มา: findarticles

ความคิดเห็น - Like เพจ iPhoneMod.net

เขียนโดย Saktaphat Kordjan

Social Science Chiang Mai University