apple music คืออะไร
in

Apple Music คืออะไร? ค่าบริการเท่าไหร่ ฟังออฟไลน์ได้หรือเปล่า

บริการ Apple Music คืออะไร ในบทความนี้ขอสรุปข้อมูลที่สำคัญเอาไว้ให้อ่านทำความเข้าใจกันแบบง่าย ๆ ครับ ไปชมกัน

Apple Music คืออะไร? ค่าบริการเท่าไหร่ ฟังออฟไลน์ได้หรือเปล่า

Apple Music คือ บริการฟังเพลงออนไลน์และออฟไลน์จาก Apple ที่มีเพลงให้เลือกฟังมากกว่า 60 ล้านเพลง รองรับการฟังผ่านหลายช่องทางทั้ง iPhone, iPad และอุปกรณ์อย่าง Apple Watch ก็ทำได้ (ชมอุปกรณ์ที่รองรับด้านล่าง) มีเพลงให้เลือกฟังหลากหลายทั้งไทยและสากล เลือกฟังจาก Playlist ต่าง ๆ พร้อมทั้งฟังรายการวิทยุสด ๆ ที่มี DJ ชื่อดังมาจัดรายการอีกด้วย

  • เลือกฟังเพลงจากคลังเพลง เพลงจากคลังของ iTunes Store ที่มากกว่าถึง 60 ล้านเพลงมีให้เลือกฟังทั้งหมด
  • ฟังจากสถานีวิทยุออนไลน์ ที่จัดโดยนักจัดรายการชื่อดัง คนจริงๆ และเปิดตลอด 24 ชม.
  • มี MV จากศิลปินให้รับชม

ค่าบริการของ Apple Music?

apple-music-fee

Apple Music ให้ทดลองใช้งาน 3 เดือนแรกจากนั้นจะมีค่าบริการดังต่อไปนี้

  • 69 บาท สำหรับนักศึกษา
  • 129 บาท สำหรับบุคคลทั่วไป
  • 199 บาท สำหรับแพ็กเกจครอบครัว

โดยสมาชิกในครอบครัวสูงสุด 6 คนสามารถเพลิดเพลินกับ ทั้งคลังเพลง Apple Music ได้แบบไม่จำกัด เพียงแค่เราตั้งค่าคุณสมบัติการแชร์กันในครอบครัว (Family Sharing) ของ iCloud บนอุปกรณ์ iOS หรือ Mac ของคุณ จากนั้นก็แค่เชิญสมาชิก ในครอบครัวให้เข้าร่วม ดูวิธีตั้งค่าการแชร์กันในครอบครัว ที่นี่

ฟังแบบออฟไลน์ได้หรือไม่?

Apple Music ฟังแบบออฟไลน์หรือไม่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ เราสามารถเลือกดาวน์โหลดเพลงเหล่านั้นไว้ฟังได้แม้ใน Airplane Mode ก็ทำได้เช่นกัน แต่ต้องเป็นสมาชิกของ Apple Music นะ

อุปกรณ์ไหนที่ใช้งาน Apple Music ได้บ้าง?

Apple Music รองรับอุปกรณ์ของ Apple ทั้งหมดทั้ง iPhone, iPad, Apple Watch, Mac, Apple TV เพียงอัปเดต iOS ล่าสุดก็จะสามารถใช้งานได้แล้ว

นอกจากนี้ยังรับฟังบนคอมพิวเตอร์ระบบ Windows โดยต้องอัปเดตเวอร์ชันล่าสุดของ iTunes เสียก่อนจึงจะใช้งานได้ ส่วนอุปกรณ์อื่น ๆ อย่าง Android และลำโพง Sonos ก็ใช้งานได้เช่นกัน

ข้อมูลเพิ่มเติมของ Apple Music

เขียนโดย Attapon Thaphaengphan

ศิษย์เก่าวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ม. ขอนแก่น ผู้ก่อตั้ง iPhoneMod.net ตั้งแต่ปี 2009
อดีต Dell Technical Support รู้จัก ​Apple เพราะ Macbook Pro และใช้ iPhone ตั้งแต่รุ่น 3G จนถึงปัจจุบัน