Apple TV 4K รุ่นที่ 4 และ Siri Remote รุ่นใหม่ รวมสิ่งใหม่ 14 จุด ทั้งชิป A19, Siri AI, เสียงรอบทิศทางผ่าน HomePod 4 ตัว และการค้นหารีโมตด้วย Find My
รวม 14 สิ่งใหม่ของ Apple TV 4K รุ่นที่ 4 และ Siri Remote รุ่นใหม่
Apple เปิดตัว Apple TV 4K รุ่นใหม่และ Siri Remote รุ่นปรับปรุง โดยมีการเปลี่ยนแปลงรวม 14 จุด แบ่งเป็น Apple TV 4K จำนวน 11 จุด และ Siri Remote อีก 3 จุด

11 จุดใหม่ของ Apple TV 4K
- ชิป A19 — ประสิทธิภาพ CPU เร็วขึ้นสูงสุด 50% และประสิทธิภาพกราฟิกเร็วขึ้นสูงสุด 2 เท่า เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนที่ใช้ชิป A15
- คาดว่า RAM เพิ่มเป็น 8GB — จากเดิม 4GB ในรุ่นก่อน โดยการที่ตัวเครื่องจะรองรับ Apple Intelligence และ Siri AI ต้องใช้ RAM อย่างน้อย 8GB (อย่างไรก็ตาม สเปกส่วนนี้ยังต้องรอการยืนยัน)
- รองรับ Siri AI — คำถามที่เกี่ยวข้องกับบริบทส่วนตัวของผู้ใช้ต้องใช้งานร่วมกับ iPhone หรือ iPad ที่รองรับ Apple Intelligence โดย Apple ระบุว่า Apple TV 4K รุ่นที่ 2 และรุ่นที่ 3 ซึ่งเปิดตัวในปี 2021 และ 2022 จะได้รับ Siri AI ด้วย ผ่าน tvOS 27.2 หรือใหม่กว่า
- ไมโครโฟนรับเสียงระยะไกลในตัว 3 ตัว — ใช้สั่งงาน Siri AI ด้วยเสียงได้โดยไม่ต้องถือรีโมต แต่ยังเลือกสั่งงานผ่าน Siri Remote ได้ตามเดิม
- รองรับเสียงรอบทิศทางผ่าน HomePod 4 ตัว — ใช้ HomePod mini 2 จำนวน 4 ตัว หรือใช้ HomePod mini 2 และ HomePod 2 ขนาดปกติ โดยจัดลำโพงคู่หน้าให้เป็นรุ่นเดียวกัน และคู่หลังเป็นรุ่นเดียวกัน ส่วน Apple TV รุ่นก่อนหน้ายังคงรองรับ HomePod สูงสุด 2 ตัว
- รองรับ Wi-Fi 7 — อัปเกรดจาก Wi-Fi 6 ในรุ่นก่อน
- รองรับ Bluetooth 6 — อัปเกรดจาก Bluetooth 5 ในรุ่นก่อน
- รองรับวิดีโอ AV1 และ VP9
- มีความจุ 128GB พร้อมพอร์ต Ethernet เพียงรุ่นเดียว — จากเดิมที่มีรุ่น 64GB ซึ่งรองรับเฉพาะ Wi-Fi ให้เลือกด้วย
- ย้ายไฟแสดงสถานะสีขาวมาไว้ตรงกลางขอบด้านหน้าเครื่อง
- น้ำหนักเพิ่มขึ้นประมาณ 1% — เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน

3 จุดใหม่ของ Siri Remote
- รองรับ Find My และ Precision Finding — ช่วยค้นหารีโมตที่วางหายได้ง่ายขึ้น โดยการค้นหาแบบแม่นยำด้วย Precision Finding ต้องใช้ iPhone 17 หรือใหม่กว่า ยกเว้น iPhone 17e รวมถึงรองรับ iPhone Air และ iPhone Duo
- มีลำโพงในตัว — สามารถส่งเสียงเพื่อช่วยระบุตำแหน่งรีโมตได้
- น้ำหนักเพิ่มขึ้นประมาณ 6% — เมื่อเทียบกับรีโมตรุ่นก่อน
Siri Remote รุ่นใหม่ใช้งานร่วมกับ Apple TV 4K ทุกรุ่น และ Apple TV HD ที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2015 ได้

ที่มา: MacRumors
