ศาลชี้ คำสั่งแบน Anthropic ของเพนตากอน นั้นผิดกฎหมาย พร้อมสั่งห้ามหน่วยงานบางแห่งบังคับใช้คำสั่งแบนการใช้เครื่องมือของบริษัท
ศาลชี้ คำสั่งแบน Anthropic ของเพนตากอน ผิดกฎหมายและไร้เหตุผล
ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ มีคำตัดสินว่าการที่เพนตากอนระบุให้ Anthropic เป็นความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานนั้นเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ตามรายงานจาก CNBC โดยผู้พิพากษา Rita Lin แห่งศาลแขวงสหรัฐฯ พบว่าข้อจำกัดที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ นำมาใช้กับบริษัท AI แห่งนี้ และโมเดล Claude นั้น “ผิดกฎหมายและไร้เหตุผล”

ในส่วนหนึ่งของคำตัดสิน ผู้พิพากษาได้สั่งห้ามหน่วยงานรัฐบาลกลางบางแห่งบังคับใช้คำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ให้หยุดใช้เครื่องมือของ Anthropic
“การอ้างความมั่นคงแห่งชาติลอย ๆ ไม่ใช่อำนาจเบ็ดเสร็จที่จะนำมาใช้ลงโทษหรือตอบโต้ผู้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลได้” ผู้พิพากษา Lin ระบุในคำตัดสินความยาว 59 หน้า “ทั้งรัฐธรรมนูญและกฎหมายรัฐบาลกลางที่จำเลยยกขึ้นอ้าง ไม่ได้อนุญาตให้พวกเขากำหนดบทลงโทษอย่างกว้างขวาง โดยมีสาเหตุหลักมาจากการที่ Anthropic วิพากษ์วิจารณ์มุมมองของรัฐบาล”
“เรายินดีกับคำตัดสินของศาลที่ชี้ว่าการระบุว่าเป็นความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย” โฆษกของ Anthropic กล่าวกับ CNBC “เรายังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลอย่างสร้างสรรค์ เพื่อนำ AI มาใช้ในด้านความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อให้ชาวอเมริกันทุกคนได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้”
ข้อพิพาทนี้เกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากที่กระทรวงกลาโหมและรัฐมนตรี Pete Hegseth กดดันให้ Anthropic นำระบบป้องกัน (safeguards) บางอย่างออกจากระบบ AI ของบริษัท อย่างไรก็ตาม Dario Amodei CEO ของ Anthropic ได้ระบุชัดเจนว่าบริษัทจะปฏิเสธไม่ยอมให้โมเดลของตนถูกนำไปใช้ในการสอดแนมประชาชน หรือการพัฒนาอาวุธอัตโนมัติ
ต่อมาในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ประธานาธิปดีทรัมป์ ได้สั่งให้หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ทั้งหมดหยุดใช้ Claude และบริการอื่น ๆ ของ Anthropic ซึ่งทำให้ความขัดแย้งรุนแรงขึ้น โดยประธานาธิบดีได้โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียว่า จะมีระยะเวลาผ่อนปรน 6 เดือนเพื่อให้หน่วยงานรัฐบาลย้ายออกจากผลิตภัณฑ์ของ Anthropic แต่หลังจากนั้นการเจรจาก็ล้มเหลว และ Anthropic กลายเป็นบริษัทสหรัฐฯ แห่งแรกที่ถูกระบุว่าเป็นความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน
หลังจากประกาศว่าจะท้าทายคำตัดสินดังกล่าว Anthropic ได้ยื่นฟ้องทำเนียบขาวต่อศาลรัฐบาลกลางสองแห่ง (สำหรับการระบุความเสี่ยง 2 ครั้งที่แยกจากกัน) เพื่อขอให้ยกเลิกการแบน ซึ่งคำตัดสินของผู้พิพากษา Lin ในวันนี้ถือเป็นชัยชนะของบริษัทในข้อหาหนึ่ง แต่ Anthropic ยังคงถูกถือว่าเป็นความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานในขณะที่รอคำตัดสินที่สอง อย่างไรก็ตาม แม้จะชนะทั้งสองคดี เพนตากอนก็ไม่จำเป็นต้องกลับมาเริ่มทำงานกับบริษัทอีกครั้ง
ทั้งนี้ การถูกระบุว่าเป็นความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานไม่ได้ทำให้การเติบโตของ Anthropic ช้าลง โดยบริษัทมีแนวโน้มที่จะทำ IPO ในระดับสถิติใหม่ในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา รายได้ของบริษัทพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ถึง 1.15 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่ารายได้ในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วถึง 14 เท่า
ที่มา: Engadget
