รวมฟีเจอร์ใหม่ iPad mini 8 ใช้หน้าจอ OLED ขนาด 8.5 นิ้ว ชิป A20 Pro ขนาด 2 นาโนเมตร และลำโพง Acoustic Display กันน้ำฝุ่น IP67 และอื่น ๆ
รวมฟีเจอร์ใหม่ iPad mini 8
Apple เปิดตัว iPad mini 8 (ชื่อทางการคือ iPad mini ชิป A20 Pro) โดยมาพร้อมการอัปเกรดครั้งใหญ่ ทั้งการเปลี่ยนมาใช้หน้าจอเทคโนโลยี OLED ชิปประมวลผลรุ่นใหม่ และการปรับปรุงฟีเจอร์รวมถึงดีไซน์ตัวเครื่องหลายด้าน
ความเปลี่ยนแปลงสำคัญใน iPad mini รุ่นที่ 8
1. หน้าจอ OLED
หน้าจอ OLED ขนาด 8.5 นิ้ว ใหญ่ขึ้น สว่างขึ้น และสีสันสดใสขึ้น จากเดิมที่เป็นจอ LCD ขนาด 8.3 นิ้ว
- ความสว่าง SDR สูงสุด 600 nits (เดิม 500 nits)
- ความสว่างช่วงพีคแบบ HDR สูงสุด 1,200 nits
ขณะที่อัตรารีเฟรชยังคงอยู่ที่ 60Hz เช่นเดิมโดยไม่มีเทคโนโลยี ProMotion

2. กระจกหน้าจอ Nano-texture
มีตัวเลือกกระจกหน้าจอ Nano-texture เพื่อลดแสงสะท้อน โดยมีให้เลือกสำหรับรุ่นความจุ 256GB และ 512GB ด้วยการเพิ่มเงินอัปเกรด 4,000 บาท

3. โหมดต่อจอภายนอกแบบแยกหน้าจอ
รองรับโหมดต่อจอภายนอกแบบแยกหน้าจอ (Extended display mode) ซึ่งต้องใช้งานร่วมกับ iPadOS 27.2
4. ตัวเครื่องบาง และเบาลง
ตัวเครื่องบาง และเบาลงประมาณ 15% มีความหนาเพียง 5.4 มม. ลดลงจากเดิมที่หนา 6.3 มม. ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องลดลงจากเดิมในรุ่น Wi-Fi ที่หนัก 293 กรัม ในรุ่นใหม่เหลือเพียง 255 กรัม

5. ชิป A20 Pro
ชิปประมวลผล A20 Pro ผลิตด้วยกระบวนการระดับ 2 นาโนเมตร ของ TSMC มอบประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ได้แก่
- CPU เร็วขึ้นสูงสุด 60%
- GPU เร็วขึ้นสูงสุด 2.7 เท่า พร้อมมีตัวเร่งความเร็ว Neural Accelerators ในแต่ละคอร์ของ GPU
- ประมวลผล AI เร็วขึ้นสูงสุด 4.5 เท่า

สเปกชิปต่างกัน
- รุ่นความจุ 128GB และ 256GB จะได้ CPU 5-core, GPU 7-core และ Neural Engine 16-core
- รุ่นความจุ 512GB จะมาพร้อม CPU 6-core, GPU 7-core และ Dual 16-core Neural Engine (รวมเป็น 32-core)
6. ระบบลำโพงใหม่, กันน้ำได้
ระบบลำโพง Acoustic Display แบบใหม่ ที่ไม่มีช่องลำโพง ซึ่งช่วยให้ตัวเครื่องมีคุณสมบัติกันน้ำ และกันฝุ่นตามมาตรฐานระดับ IP67

7. กล้องหน้าย้ายตำแหน่ง
กล้องหน้า Center Stage ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ย้ายตำแหน่งมาอยู่ที่แนวนอนเพื่อการสนทนาทางวิดีโอที่สะดวกขึ้น จากเดิมที่วางไว้ในแนวตั้ง

8. แฟลช Adaptive True Tone
แฟลช Adaptive True Tone ที่ปรับตามสภาพการใช้งาน ช่วยเพิ่มคุณภาพการถ่ายภาพนิ่ง และการสแกนเอกสาร

9. รองรับระบบชาร์จเร็ว
สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้สูงสุด 50% ภายในระยะเวลา 30 นาที เมื่อใช้งานร่วมกับอะแดปเตอร์ชาร์จไฟขนาด 35W หรือสูงกว่า
10. ชิป N1
ชิปไร้สาย Apple N1 รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 7 และ Bluetooth 6 ซึ่งเป็นการอัปเกรดขึ้นมาจาก Wi-Fi 6E และ Bluetooth 5.3
ชิป N1 ช่วยเพิ่มทั้งความเร็ว และความเสถียรในการรับส่งข้อมูลผ่านฟังก์ชัน AirDrop และ AirPlay
11. ชิป C2
ชิปโมเด็ม Apple C2 ในรุ่น Cellular ช่วยเพิ่มความเร็วในการดาวน์โหลด และรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายเซลลูลาร์ขึ้นสูงสุด 50%
12. เหลือแค่ 2 สี, ราคาแพงขึ้น
มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Midnight และ Starlightราคาเริ่มต้น 24,900 บาท ปรับเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าที่เริ่มต้น 21,900 บาท

13. เคส อุปกรณ์เสริม
iPad mini รุ่นใหม่ มีขนาดตัวเครื่องแตกต่างจากรุ่นเดิม ซึ่งอาจไม่รองรับอุปกรณ์เสริมจากรุ่นเก่า
Smart Folio แบบใหม่ ผลิตจากผ้า TechWoven สีกรมท่า และสีน้ำตาลอมเทา ยึดติดกับตัวเครื่องด้วยแม่เหล็ก สามารถปรับมุมมองได้หลากหลาย และตัวเครื่องยังรองรับการใช้งานร่วมกับ Apple Pencil (USB-C) รวมถึง Apple Pencil Pro
ราคา 2,990 บาท

องค์ประกอบเดิม และกำหนดการวางจำหน่าย
ดีไซน์โดยรวมของ iPad mini รุ่นใหม่ยังคงคล้ายกับรุ่นก่อนหน้า โดยยังคงมีปุ่ม Touch ID ติดตั้งอยู่ที่ขอบด้านบนของตัวเครื่อง พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB-C กล้องหลังมุมกว้างความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ไมโครโฟน 2 ตัว และระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ที่ระบุไว้เท่าเดิม
Apple ยังไม่ระบุวันสั่งซื้อ และวันจำหน่าย iPad mini 8 ในไทย
ที่มา: MacRumors
