FDA อนุมัติ Libre Duo CGM ตัวแรกของโลก วัดน้ำตาล-คีโตนได้พร้อมกัน ช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนอันตรายในผู้ป่วยโรคเบาหวาน
FDA อนุมัติ Libre Duo CGM ตัวแรกของโลก วัดน้ำตาล-คีโตนได้พร้อมกัน
องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ได้อนุมัติอุปกรณ์สวมใส่ชิ้นแรกที่สามารถติดตามทั้งระดับคีโตนและระดับน้ำตาลในเลือดไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งทางองค์กรกล่าวว่านี่คือ “ความก้าวหน้าครั้งสำคัญเพื่อความปลอดภัยของเด็กและผู้ใหญ่ที่ใช้ชีวิตอยู่กับโรคเบาหวาน”

อุปกรณ์ดังกล่าวคือ Libre Duo 10 Day โดยจะสวมใส่ที่แขนเพื่อเป็นเครื่องติดตามน้ำตาลในเลือดอย่างต่อเนื่อง (CGM:Continuous Glucose Monitoring) ซึ่งจะให้ข้อมูลอัปเดตระดับน้ำตาลแบบนาทีต่อนาทีส่งไปยังสมาร์ตโฟน นอกจากนี้ยังติดตามระดับคีโตนและแจ้งเตือนหากระดับสูงเกินเกณฑ์ที่กำหนด
สำหรับผู้ที่สามารถใช้งานได้ Libre Duo 10 Day ได้รับการอนุมัติให้ใช้ในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไปที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน โดยตัวอุปกรณ์เป็นเซนเซอร์ขนาดเล็กที่วัดระดับน้ำตาลและคีโตนในของเหลวใต้ผิวหนัง ผลิตโดย Abbott Diabetes Care ซึ่งในขณะนี้ยังมีรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับตัวเครื่องเพียงไม่กี่จุด แต่ศักยภาพของมันนั้นมหาศาลมาก
ในการอนุมัติ Libre Duo 10 Day นี้ ความตั้งใจของ FDA คือเพื่อช่วยป้องกันภาวะเลือดเป็นกรดจากคีโตน (Diabetic Ketoacidosis หรือ DKA) ซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายเริ่มใช้ไขมันแทนน้ำตาลเพื่อเป็นพลังงาน ส่งผลให้เกิดการผลิตคีโตนมากเกินไป และ DKA อาจกลายเป็นเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ที่อันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษา

หนึ่งในข้อดีของ Libre Duo 10 Day คือสามารถติดตามระดับคีโตนได้แบบเรียลไทม์ แทนที่จะใช้ชุดทดสอบแยกต่างหากที่ให้ข้อมูลเพียงช่วงเวลาเดียวของสถานการณ์ในขณะนั้น อุปกรณ์สวมใส่ของ Libre สามารถแสดงแนวโน้มตามช่วงเวลา และแจ้งเตือนหากระดับคีโตนกำลังเพิ่มขึ้นหรือลดลง ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ทราบข้อมูลได้ดียิ่งขึ้นว่าความเสี่ยงต่อภาวะ DKA กำลังเปลี่ยนแปลงหรือไม่
การที่อุปกรณ์รวมการติดตามคีโตนเข้ากับการวิเคราะห์น้ำตาลในเลือด หมายความว่าคุณไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์แยกสองตัวเพื่อควบคุมโรคเบาหวาน การมีอุปกรณ์สวมใส่เพียงชิ้นเดียวช่วยให้ขั้นตอนต่าง ๆ ง่ายขึ้น
ปัจจุบันยังไม่ทราบว่า Libre Duo 10 Day จะเริ่มวางจำหน่ายเมื่อใด โดยในเว็บไซต์ของผู้ผลิตระบุเพียงว่า “เร็ว ๆ นี้” ซึ่งเมื่อเปิดตัว มันอาจช่วยให้กระบวนการติดตามคีโตนและน้ำตาลในเลือดง่ายขึ้นสำหรับชาวอเมริกัน 2.1 ล้านคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ซึ่งภาวะ DKA ถือเป็นภัยคุกคามที่แท้จริง
ที่มา: TechRadar
