Google Research พัฒนาโมเดล AI ที่สามารถตรวจจับสัญญาณภาวะความดันโลหิตสูงผ่านสมาร์ตวอตช์ทั่วไปได้สำเร็จ โดยไม่ต้องพึ่งพาปลอกแขนวัดความดันเพื่อเทียบค่ามาตรฐาน
Google พัฒนา AI ตรวจจับภาวะความดันโลหิตสูงผ่านสมาร์ตวอตช์ทั่วไป โดยไม่ต้องใช้สายรัดแขน
Google Research ได้พัฒนา AI ที่สามารถตรวจจับสัญญาณของภาวะความดันโลหิตสูงโดยใช้เพียงสมาร์ตวอตช์ทั่วไป โดยไม่จำเป็นต้องใช้ปลอกแขนวัดความดัน (Cuff) ในการปรับเทียบค่า โดยระบบ AI นี้ทำงานผ่านเซ็นเซอร์ 2 ตัวที่มีอยู่แล้วในสมาร์ตวอตช์ยุคปัจจุบัน ได้แก่ เซ็นเซอร์วัดชีพจรและเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว ตามข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านบล็อกของ Google และได้รับการตีพิมพ์ผลการศึกษาลงในวารสาร Nature

การทำงานของโครงข่ายประสาทเทียมผ่านข้อมูลเซ็นเซอร์
ระบบโครงข่ายประสาทเทียม (Neural Network) ได้เรียนรู้จากข้อมูลเซ็นเซอร์เกือบ 500,000 ชั่วโมง โดยการเปรียบเทียบข้อมูลช่วงสั้น ๆ เพื่อระบุว่าข้อมูลใดเป็นของบุคคลเดียวกัน ทำให้ระบบสามารถตรวจจับรูปแบบของชีพจรและการเต้นของหัวใจทั่วไปได้โดยไม่ต้องอาศัยข้อมูลการวินิจฉัยโรคชี้นำ จากนั้นระบบจะนำรูปแบบเหล่านี้มาหาค่าเฉลี่ยตลอดหลายวัน แล้วจึงคำนวณความน่าจะเป็นของการเกิดภาวะความดันโลหิตสูง ทั้งนี้โมเดลด้านสุขภาพ SensorFM ของ Google ก็เรียนรู้จากข้อมูลของสมาร์ตวอตช์ในลักษณะนี้เช่นกัน
ผลการทดสอบทางคลินิกและการนำไปใช้งาน
จากการศึกษากลุ่มตัวอย่างจำนวน 196 คน ในศูนย์วิจัย 5 แห่งทั่วสหรัฐอเมริกา พบว่าสมาร์ตวอตช์สามารถตรวจจับภาวะความดันโลหิตสูงได้ใกล้เคียงกับปลอกแขนวัดความดันแบบเดิม โดยสามารถระบุผู้มีภาวะความดันโลหิตสูงได้ถึง 65.8% เมื่อเทียบกับการตรวจวัดมาตรฐานในสถานพยาบาลที่ทำได้ 55.3%
สำหรับผลการศึกษานี้ Google ระบุว่าได้นำไปผสานรวมเข้ากับฟีเจอร์แนวโน้มความดันโลหิต (Blood Pressure Trends) ภายในแอป Google Health แล้ว อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้ยังคงอยู่ในขั้นโครงการวิจัยและไม่ได้เข้ามาแทนที่การวินิจฉัยทางการแพทย์ โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเตือนให้ผู้ใช้งานไปรับการตรวจสุขภาพ เนื่องจากข้อมูลของ Google ระบุว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงมักไม่ทราบว่าตนเองมีภาวะดังกล่าว

ที่มา: THE DECODER
