Apple มีมูลค่าตลาดทะลุ 5.1 ล้านล้านดอลลาร์ และแซงหน้า Nvidia ขึ้นเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกชั่วคราวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (23 ต.ค. 2026)
Apple มีมูลค่าตลาดทะลุ 5.1 ล้านล้านดอลลาร์ (แซง Nvidia ชั่วคราว)
Nvidia ครองตำแหน่งบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกมานานหลายเดือน และเป็นบริษัทแรกที่มีมูลค่าตลาดแตะระดับ 5 ล้านล้านดอลลาร์ โดยชิปประมวลผลของ Nvidia กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความสำคัญที่สุดในตลาดปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (23 ต.ค. 2026) Apple ได้ก้าวขึ้นมาแซงหน้า Nvidia ชั่วคราว ด้วยมูลค่าตลาดที่สูงกว่า 5.1 ล้านล้านดอลลาร์ แม้หลังจากนั้น Nvidia จะสามารถทวงตำแหน่งคืนได้อย่างรวดเร็ว แต่เหตุการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในโลกมีความสูสีกันมากขึ้น
ความผันผวนของหุ้นกลุ่ม AI ส่งผลกระทบต่อ Nvidia
สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ Apple สามารถขยับขึ้นมาท้าทายตำแหน่งได้ เกิดจากการที่หุ้นของ Nvidia ปรับตัวลดลงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยได้รับผลกระทบจากผลประกอบการของ Meta ที่น่าผิดหวังจนส่งผลสะเทือนต่อหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีทั้งหมด

แม้ Nvidia จะยังคงเป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และได้รับการประเมินในเชิงบวกจากนักวิเคราะห์ใน Wall Street อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังสร้างผลงานดีที่สุดเป็นอันดับสองในกลุ่ม Magnificent Seven ในปีนี้โดยเอาชนะดัชนี S&P 500 แต่ตัวบริษัทก็ยังคงอ่อนไหวต่อความกังวลในตลาด AI ไม่ว่าจะเป็นภาระหนี้สิน การจัดหาเงินทุน รายจ่ายฝ่ายทุน (capex) ที่อาจสูงหรือต่ำจนเกินไป ตลอดจนการที่ยังไม่เห็นผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรมชัดเจน ซึ่งเมื่ออยู่ในฐานะศูนย์กลางของกระแส AI จึงหลีกเลี่ยงผลกระทบจากความผันผวนเหล่านี้ได้ยาก
ปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของ Apple ช่วยดึงดูดนักลงทุน
การขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของ Apple ไม่ได้เกิดจากความผันผวนของ Nvidia เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่ Apple มีทิศทางการเติบโตที่มั่นคงควบคู่ไปกับกระแส AI โดยอาศัยปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ทั้ง Ecosystem ของผู้บริโภคที่มีความภักดีต่อแบรนด์ ธุรกิจบริการที่เติบโตต่อเนื่อง และปริมาณเงินสดสำรองที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ของตลาด ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจจาก Wall Street ในช่วงที่นักลงทุนมองหาหุ้นคุณภาพที่สามารถรับมือกับการชะลอตัวของกระแส AI ได้

แม้ Apple จะมีแผนพัฒนาเทคโนโลยี AI ของตนเอง แต่บริษัทไม่จำเป็นต้องเร่งสร้างรายได้จาก AI หรือเอาชนะในการแข่งขันด้านศูนย์ข้อมูลเพื่อผลักดันให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น ส่งผลให้ Apple กลายเป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการถือหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่แต่ต้องการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาอุตสาหกรรม AI เพียงอย่างเดียว
การปรับตัวขึ้นของราคาหุ้นจึงสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนยังคงให้ความสำคัญกับบริษัทที่สร้างการเติบโตด้วยการจำหน่ายสินค้าที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค
ที่มา: businessinsider
