ลองใช้ One UI 9.0 บน Galaxy S26 Ultra เทียบกับ One UI 8.5 พบการปรับแต่งที่ยืดหยุ่นขึ้น ฟีเจอร์ AI และความเป็นส่วนตัวที่ดีกว่าเดิม
One UI 9.0 บน Galaxy S26 Ultra มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง?
สวัสดีครับ อาร์ต iMoD ครับ, หลังจาก Galaxy S26 Ultra ที่ใช้ทดสอบได้รับอัปเดต One UI 9.0 เมื่อวันที่ 30 ก.ย. จากที่ได้ลองเล่นมา เจอสิ่งที่คิดว่าเป็นไฮไลต์ที่น่าสนใจดังนี้ครับ
วิธีตรวจสอบและติดตั้งอัปเดต One UI 9.0
สำหรับเครื่องที่รองรับแต่ยังไม่มีการแจ้งเตือน สามารถเข้าไปที่ การตั้งค่า > อัปเดตซอฟต์แวร์ แล้วตรวจสอบการอัปเดต เมื่อพบ One UI 9.0 จึงดาวน์โหลดและติดตั้งได้
แถบค้นหา Google และ Finder บนหน้าจอหลัก

หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่เห็นหลังอัปเดตคือแถบค้นหา Google และ Finder บริเวณด้านล่างของหน้าจอหลัก ซึ่งเข้ามาแทน Widget ค้นหา Google ที่ผู้ทดสอบใช้อยู่เดิม
แถบใหม่นี้ไม่สามารถลบด้วยการแตะค้างแบบ Widget ทั่วไป แต่เลือกเปิดหรือปิดได้ด้วยการแตะค้างบนหน้าจอหลัก เข้าไปที่การตั้งค่า แล้วเลือกเมนู แสดงการค้นหาบนหน้าจอหลัก
ผู้ใช้สามารถเปิดเฉพาะ Google, เปิดเฉพาะ Finder หรือเปิดทั้งคู่ก็ได้ หากต้องการกลับไปใช้ Widget ค้นหา Google แบบเดิม ให้ปิดแถบค้นหาทั้งสองแล้วเพิ่ม Widget ใหม่
แถบ Google ใช้ค้นหาได้ในลักษณะเดียวกับ Widget เดิม แต่ย้ายตำแหน่งอย่างอิสระไม่ได้ ส่วน Finder ใช้ค้นหาข้อมูลภายในเครื่อง เช่น ไฟล์ รูปภาพ และแอป
จากการทดลองเปลี่ยนวอลเปเปอร์ แถบค้นหายังปรับการแสดงผลให้มองเห็นได้ง่ายขึ้นตามพื้นหลังด้วย ส่วนตัวผมชอบตำแหน่งของแถบใหม่ เพราะเอื้อมแตะได้สะดวกเมื่อใช้งานมือเดียว
Quick Panel ปรับขนาดและตำแหน่งได้ยืดหยุ่นขึ้น

แถบปรับความสว่างหน้าจอและระดับเสียงมีขนาดใหญ่ขึ้น ขณะที่ปุ่มสลับโหมดมืดและโหมดสว่าง รวมถึงปุ่มเสียงและการสั่น ถูกแยกออกจากแถบปรับระดับ ต่างจาก One UI 8.5 ที่แสดงอยู่ในกลุ่มเดียวกัน
ผู้ใช้สามารถปรับความยาว ตำแหน่ง และรูปแบบแนวตั้งหรือแนวนอนได้ รวมถึงย่อองค์ประกอบบางส่วนให้มีขนาด 2 × 1 เพื่อเหลือพื้นที่สำหรับปุ่มควบคุมอื่น แต่จากการทดสอบยังไม่สามารถปรับความหนาของแถบความสว่างและเสียงได้
คลื่นเสียงเปลี่ยนสีตามหน้าปก และย่อแผงมีเดียได้

การแสดงผลมีเดียบน One UI 9.0 มีคลื่นเสียงที่เปลี่ยนสีตามโทนของหน้าปก เช่น หน้าปกโทนม่วงจะแสดงคลื่นเสียงสีชมพูอมม่วง ส่วนหน้าปกโทนฟ้าจะแสดงคลื่นเสียงสีฟ้า ต่างจาก One UI 8.5 ที่ผู้ทดสอบพบว่าแสดงเป็นสีขาวหรือโปร่งใส
ความเปลี่ยนแปลงนี้ปรากฏบนหน้าจอล็อกด้วย ทั้งการฟังเพลงและการรับชมคลิปที่มีการแสดงผลมีเดีย
นอกจากนี้ ยังย่อแผงมีเดียใน Quick Panel ให้เล็กลงได้ เพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับปุ่มที่ใช้บ่อย
เช็กประกันและเข้าถึงบริการดูแลจากการตั้งค่า

One UI 9.0 เพิ่มเมนู การรับประกันและการดูแล ไว้ในการตั้งค่า ช่วยให้ตรวจสอบข้อมูลอุปกรณ์และเข้าถึงบริการได้สะดวกขึ้น จากเดิมที่ผู้ทดสอบต้องเข้าเว็บไซต์และเข้าสู่ระบบหลายขั้นตอน
เมื่อเปิดใช้งานครั้งแรก ระบบจะใช้เวลาสักครู่เพื่อโหลดรายการผลิตภัณฑ์ที่เคยลงทะเบียนไว้ จากนั้นเลือกดูข้อมูลการรับประกันหรือเข้าสู่ขั้นตอนขอความช่วยเหลือได้
ฟีเจอร์เทปใน Samsung Notes ปิดข้อความแล้วแตะเปิดดูได้

เครื่องมือ เทป ใน Samsung Notes ซึ่งอยู่ในหมวดหัวปากกาใกล้กับปากกาไฮไลต์ (ฟีเจอร์นี้ไม่ได้มาพร้อม One UI 9.0 โดยตรง) แต่ผมเพิ่งพบและเห็นว่ามีประโยชน์จึงอยากนำเสนอครับ
ผู้ใช้งานสามารถเลือกรูปแบบ สี และขนาดของเทปได้ จากนั้นใช้ S Pen ลากทับข้อความที่ต้องการปิดไว้ และแตะบนเทปเพื่อแสดงข้อความนั้นอีกครั้ง
เมื่อส่งออกโน้ตเป็นรูปภาพหรือ PDF ผู้รับจะไม่เห็นข้อความที่ปิดไว้ อีกตัวอย่างการใช้งานคือปิดคำตอบในโน้ตสำหรับการเรียน แล้วแตะเปิดเมื่ออยากดูเฉลย
ถ่ายกล้องหน้าและกล้องหลังแบบแบ่งซ้ายขวา

โหมดถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหน้าและกล้องหลังพร้อมกันเพิ่มรูปแบบแบ่งหน้าจอซ้ายขวา จากเดิมที่ผู้ทดสอบพบตัวเลือกเป็นหน้าต่างขนาดเล็กและการแบ่งครึ่งบนล่าง
รูปแบบใหม่แสดงภาพจากกล้องทั้งสองฝั่งละประมาณครึ่งหน้าจอ จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับการถ่าย Vlog หรือรีวิวสินค้า เช่น ให้ฝั่งหนึ่งเห็นผู้พูดและอีกฝั่งเห็นสินค้าที่กำลังอธิบาย
Interpreter มีรูปแบบแสดงบทสนทนาให้เลือกมากขึ้น
Interpreter หรือ ตัวช่วยแปล ปรับรูปแบบการแสดงผล จากเดิมที่เน้นการแบ่งพื้นที่บนล่างและพลิกข้อความให้คู่สนทนาอ่าน มาเป็นตัวเลือกหลายรูปแบบ

หนึ่งในรูปแบบที่สาธิตแสดงข้อความสลับฝั่งคล้ายบทสนทนา ผู้ทดสอบมองว่าช่วยให้ติดตามข้อความระหว่างการแปลได้ง่ายขึ้น
My Fancam ใช้ AI ติดตามคนที่เลือกในวิดีโอ
My Fancam เป็นฟีเจอร์ Galaxy AI ที่ผู้ทดสอบระบุว่ามีมาก่อนบน Galaxy Z8 Series และนำมาลองใช้งานในคลิปนี้
ฟีเจอร์ดังกล่าวให้เลือกบุคคลที่ต้องการติดตามในวิดีโอ พร้อมเลือกอัตราส่วนภาพ เช่น 1:1 หรือ 3:4 จากนั้นระบบจะประมวลผลและปรับเฟรมเพื่อติดตามบุคคลนั้น
เพิ่มขั้นตอนล็อกเครื่องเมื่อเปิดเมนูปิดเครื่อง
เดิม One UI 8.5 มีการขอรหัสเมื่อต้องการปิดเครื่องหรือรีสตาร์ทจากหน้าจอล็อกอยู่แล้ว ส่วน One UI 9.0 มีพฤติกรรมเพิ่มเติมเมื่อเปิดเมนูปิดเครื่องจากหน้าจอหลัก
จากการทดลอง ระบบแสดงข้อความว่าโทรศัพท์จะถูกล็อกเพื่อความปลอดภัย เมื่อออกจากเมนูดังกล่าวจะกลับไปยังหน้าจอล็อกและต้องใส่รหัส PIN

แต่ยังพบข้อจำกัดว่า หากกดปิดเครื่องโดยตรงในเมนู ก็ยังปิดเครื่องได้ จึงไม่ได้ป้องกันการปิดเครื่องได้ทุกกรณี อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ก็เพิ่มความปลอดภัยให้ได้อีกขั้น สำหรับกรณีที่อาจเกิดขึ้นได้ในตอนที่หน้าจอไม่ได้ล็อก
ดูการเข้าถึงกล้อง ไมโครโฟน และตำแหน่งได้ละเอียดขึ้น
การแจ้งเตือนความเป็นส่วนตัวแสดงรายละเอียดมากขึ้น โดยในการทดสอบเปิดแอปกล้อง One UI 9.0 แสดงการเข้าถึงตำแหน่งเพิ่มเติมจากกล้องและไมโครโฟน
ผู้ใช้แตะดูได้ว่าแอปใดกำลังเข้าถึงข้อมูล รวมถึงเข้าไปจัดการสิทธิ์หรือปิดแอปจากหน้าที่สาธิตได้
ส่วนประวัติการเข้าถึงแสดงรายการและเวลาที่แอปใช้งานข้อมูล โดยเลือกดูช่วง 24 ชั่วโมงล่าสุด หรือ 7 วันที่ผ่านมา ได้ ช่วยให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ละเอียดกว่าเดิม
แป้นกดโทรศัพท์จัดกลุ่มตัวเลขให้อ่านง่ายขึ้น
อีกจุดที่ผู้ทดสอบสังเกตคือการแสดงหมายเลขบนแป้นกดโทรศัพท์ จากเดิมที่ตัวเลขติดกัน เปลี่ยนเป็นเว้นระยะระหว่างกลุ่มตัวเลข

หมายเลขตัวอย่าง 10 หลักในคลิปถูกแบ่งเป็นกลุ่ม 3 หลัก, 3 หลัก และ 4 หลักสุดท้าย ทำให้อ่านหมายเลขได้ง่ายขึ้น
เพิ่ม Motion Assist ใน Quick Panel ได้
Motion Assist หรือฟีเจอร์ช่วยลดอาการเมารถ สามารถเพิ่มเป็นปุ่มใน Quick Panel บน One UI 9.0 ได้ ทำให้เปิดหรือปิดได้สะดวกขึ้น
ผู้ทดสอบเปรียบเทียบว่าใน One UI 8.5 ต้องเข้าไปเปิดจากเมนูของระบบ และยังเพิ่มปุ่มในแผงควบคุมแบบที่สาธิตไม่ได้
เมื่อเปิดใช้งาน จะมีจุดสีฟ้าปรากฏบนหน้าจอ โดยผู้ทดสอบระบุว่าผลในการช่วยลดอาการเมารถอาจแตกต่างกันในแต่ละคน
แสดงความเร็วเน็ตผ่าน Good Lock และ QuickStar
ผู้ที่ต้องการดูความเร็วอินเทอร์เน็ตขณะใช้งานสามารถตั้งค่าผ่าน Good Lock โดยเข้าไปที่ QuickStar > Visibility of Indicator Icons แล้วเปิด Network Speed
หลังเปิดใช้งาน ตัวเลขความเร็วเน็ตจะปรากฏบริเวณด้านบนของหน้าจอและเปลี่ยนตามการรับส่งข้อมูล ผู้ทดสอบมองว่าเป็นตัวเลือกที่มีไว้ก็ดี แต่ไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน
Call Brief และบางส่วนของ Now Brief (ยังใช้ไม่ได้เต็มที่ ณ ตอนนี้)
Call Brief ซึ่งใช้ Galaxy AI ช่วยจัดการข้อมูลจากการสนทนา เช่น เรื่องนัดหมาย แต่เมื่อลองทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ยังไม่มีข้อมูลปรากฏขึ้น จึงยังไม่แน่ใจว่าขณะทดสอบรองรับการใช้งานในประเทศไทยเต็มที่แล้วหรือไม่
ส่วน Now Brief มีการ์ดสรุปข้อมูลเพิ่มเติม แต่เมื่อลองสร้างข้อมูลเกี่ยวกับสภาพอากาศ กีฬา และวิดีโอหลายครั้ง พบข้อความแจ้งข้อผิดพลาดหรือยังไม่พร้อมใช้งาน
นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงด้านความปลอดภัย เช่น Scam Detection การรองรับภาษาที่กว้างขึ้น และการเพิ่มการป้องกันด้านไซเบอร์ แต่ไม่ได้สาธิตรายละเอียดทั้งหมดในคลิป
สำหรับลำดับการปล่อยอัปเดต ณ ตอนนี้ปล่อยให้ Galaxy S26 Series ก่อนครับ Galaxy S25 Series หรือ Galaxy Z7 Series และอื่น ๆ จะได้หลังจากนี้ตามลำดับครับ (บางรุ่นอาจไม่รองรับทุกฟีเจอร์)
