ขณะนี้มีการแพร่ระบาดของกลโกง มิจฉาชีพใช้ FaceTime ปลอมตัวเป็นพนักงานธนาคาร เพื่อหลอกล่อให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลและดูดเงินออกจากบัญชีธนาคาร
ระวัง! มิจฉาชีพใช้ FaceTime ปลอมตัวเป็นพนักงานธนาคาร เพื่อหลอกขโมยรหัสผ่านบัญชี
ตามรายงานของ Ash-Har Quraishi ผู้สื่อข่าวของ CBS News ระบุว่า มิจฉาชีพจะโน้มน้าวให้ผู้บริโภคเชื่อว่าจำเป็นต้องให้ข้อมูลบางอย่างเพื่อยืนยันตัวตนของบัญชีธนาคาร
โดยเริ่มแรก เหยื่อจะได้รับข้อความ SMS เกี่ยวกับกิจกรรมในบัญชีที่เกี่ยวข้องกับธนาคารหรือบัตรเครดิต และถูกขอให้โทรไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่แนบมาในข้อความนั้น หรือในบางกรณี มิจฉาชีพอาจเป็นฝ่ายโทรหาเหยื่อโดยตรง และแจ้งว่าต้องการ “การยืนยันตัวตนเพิ่มเติม”

จากนั้นมิจฉาชีพจะเปลี่ยนจากการโทรแบบเสียงเพียงอย่างเดียวเป็นการโทร FaceTime ซึ่งเหยื่อจะถูกหลอกให้แชร์หน้าจอคอมพิวเตอร์ให้มิจฉาชีพเห็น ในขณะที่เหยื่อกำลังล็อกอินเข้าสู่ระบบบัญชีธนาคารออนไลน์ของตนเอง
“มิจฉาชีพจะเฝ้าดูแบบเรียลไทม์ในขณะที่เหยื่อเปิดเผยรหัสผ่าน, หมายเลขบัญชี และแม้กระทั่งรหัสความปลอดภัยแบบใช้ครั้งเดียว (OTP)” Quraishi กล่าว
ทาง Apple ระบุว่า มิจฉาชีพเลือกใช้ FaceTime เนื่องจากผู้บริโภคมักจะเชื่อใจแอปพลิเคชันนี้ และมองว่าเป็นแพลตฟอร์มที่มีความปลอดภัยสูง

อย่างไรก็ตาม Apple แนะนำว่า หากสงสัยว่ากำลังได้รับสาย FaceTime ที่น่าสงสัยจากคนที่แอบอ้างเป็นตัวแทนธนาคาร ให้ทำการจับภาพหน้าจอ (Screenshot) ของการโทรนั้นไว้
โดยให้แตะที่ปุ่ม “ข้อมูล (info)” ข้างสายที่โทรมา จากนั้นกด “ถ่ายภาพสด (take live photo)” แล้วส่งรูปภาพดังกล่าวไปที่อีเมล [email protected]
นอกจากนี้ ยังมีคำแนะนำอื่นๆ ที่ผู้ใช้ควรปฏิบัติตามเพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของกลโกง FaceTime ดังนี้:
- ห้ามแชร์หน้าจอ กับใครก็ตามที่โทรมาโดยไม่ได้นัดหมาย โดย Apple ย้ำว่าบริษัทจะไม่มีวันขอรหัสผ่าน, Passcode หรือรหัสยืนยันตัวตนสองชั้น (2FA) จากลูกค้าอย่างเด็ดขาด
- ความเร่งรีบคือสัญญาณเตือน หากใครกดดันให้คุณโอนเงินหรือทำธุรกรรมทางการเงินทันที ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าน่าสงสัย ให้วางสายและติดต่อธนาคารของคุณโดยตรงทันที
- อย่าโทรกลับเบอร์ใน SMS หากได้รับข้อความที่ดูน่าสงสัย อย่าโทรไปยังหมายเลขที่ระบุในข้อความนั้น แต่ให้ใช้หมายเลขโทรศัพท์ที่อยู่ด้านหลังบัตรธนาคารของคุณในการติดต่อธนาคารแทน
ที่มา: CBS News
