แชร์เทคนิคใช้งาน iPhone กับ iPad ร่วมกันให้คุ้ม สำหรับคนที่ตั้งใจซื้อ iPad มาใช้เสริมจาก iPhone ตั้งแต่ฟีเจอร์พื้นฐาน
แชร์เทคนิคใช้งาน iPhone กับ iPad ร่วมกันให้คุ้ม
โดยเงื่อนไขหลักในการใช้งาน ฟีเจอร์ต่าง ๆ ระหว่าง iPhone กับ iPad สิ่งที่ต้องมีคือต้องใช้ Apple ID เดียวกัน และต้องเปิด Bluetooth กับ Wi-Fi ไว้ทั้งสองเครื่อง ถึงจะใช้งานร่วมกันได้อย่างราบรื่น
ส่ง AirDrop หาตัวเอง
เวลาที่ต้องการส่งรูปหรือไฟล์ไปที่เครื่องตัวเอง ให้กดแชร์ผ่าน AirDrop แล้วเลือกอุปกรณ์ของคุณได้เลย ไฟล์จะถูกส่งเข้าเครื่องปลายทางทันทีโดยที่หน้าจอปลายทางไม่ต้องกดยอมรับ ทำให้รวดเร็วกว่าส่งให้คนอื่น
Copy-Paste ข้ามอุปกรณ์ (Universal Clipboard)
สามารถคัดลอกข้อความ รูปภาพ หรือไฟล์ข้ามเครื่องได้ โดยทำได้ 3 วิธี
- วิธีปกติ: กด Copy ที่เครื่องแรก แล้วไปกด Paste ที่อีกเครื่อง
-
ใช้ปุ่มลัด (Shortcut): ใช้ 3 นิ้วแตะลงบนหน้าจอพร้อมกัน จะมีเมนูลัดโผล่ขึ้นมาด้านบน (มีย้อนกลับ, ตัด, คัดลอก, วาง) ให้กดไอคอนคัดลอก แล้วไปใช้ 3 นิ้วแตะอีกเครื่องเพื่อกดวาง
- ใช้ท่าทาง (Gestures): ใช้ 3 นิ้ว “หยิบหรือหุบเข้า” บนหน้าจอเพื่อคัดลอก แล้วไปที่อีกเครื่องใช้ 3 นิ้ว “ถ่างออก” เพื่อวาง
การใช้งานต่อเนื่องข้ามอุปกรณ์ (Handoff)
หากเปิดอ่านหน้าเว็บใน Safari บน iPhone ค้างไว้ แล้วอยากไปอ่านต่อจอบน iPad ให้สังเกตที่แถบ Dock ของ iPad จะมีไอคอน Safari ที่มีสัญลักษณ์มือถือเล็กๆ ติดอยู่ พอกดเข้าไป ระบบจะเปิดหน้าเว็บเดียวกับที่ดูค้างไว้บน iPhone ทันที
การซิงค์ข้อมูลผ่าน iCloud
แนะนำให้เปิดซิงค์ข้อมูลแอปพลิเคชันพื้นฐาน เช่น Notes (โน้ต) และ Reminders (เตือนความจำ) ไว้ในตั้งค่า iCloud โดยหากพิมพ์รายการสิ่งที่ต้องทำลงในแอป Reminders บน iPhone ข้อมูลนั้นจะไปเด้งอัปเดตบน iPad ทันที เมื่อทำเสร็จแล้วกดติ๊กถูกจากเครื่องไหน อีกเครื่องก็จะอัปเดตสถานะตามไปด้วย
สร้างอัลบั้มแชร์รูป (Shared Albums)
-
เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้ส่งรูปข้ามเครื่องโดยไม่ต้องเซฟลงเครื่องให้เปลืองพื้นที่
-
เข้าไปที่แอปรูปภาพ (Photos) สร้าง Shared Album ใหม่ ตั้งชื่ออัลบั้ม และสามารถตั้งค่าให้เป็นอัลบั้มชั่วคราว (ลบรูปอัตโนมัติใน 30 วัน) ได้ จากนั้นลากรูปลงไป ทั้ง iPhone และ iPad ก็จะเห็นรูปในอัลบั้มนี้เหมือนกัน
ซิงค์โหมดโฟกัส (Focus Mode)
-
เข้าไปที่ Settings > Focus แล้วเปิด “Share Across Devices” (แชร์ข้ามอุปกรณ์)
-
เมื่อคุณเปิดโหมดห้ามรบกวน (Do Not Disturb) หรือโหมดการนอน (Sleep) บน iPhone ตัว iPad ก็จะเข้าสู่โหมดนั้นด้วยอัตโนมัติ ทำให้ไม่มีการแจ้งเตือนดังรบกวนจากอุปกรณ์ใดเลย
ตั้งค่าให้ iPad รับสายและ SMS จาก iPhone ได้
-
สำหรับโทรศัพท์: ไปที่ Settings บน iPhone > เลือกแอป Phone (โทรศัพท์) > Calls on Other Devices (โทรบนอุปกรณ์อื่น) แล้วเปิดอนุญาตให้ iPad รับสายได้
-
สำหรับ SMS: ไปที่ Settings บน iPhone > Messages (ข้อความ) > Text Message Forwarding (การส่งต่อข้อความ) แล้วเลือกเปิดที่ iPad
เวลาที่เล่น iPad อยู่แล้วมีรหัส OTP ส่งเข้ามือถือ รหัสนั้นจะเด้งโชว์บนหน้าจอ iPad ด้วย ทำให้พิมพ์รหัสได้เลยไม่ต้องวาง iPad ไปหยิบมือถือ
ใช้ iPhone เป็นรีโมทควบคุม iPad
ไปตั้งค่าที่ Settings บน iPhone > Accessibility (การช่วยการเข้าถึง) > Control Nearby Devices (ควบคุมอุปกรณ์ใกล้เคียง) แล้วเลือก iPad
หลังจากนั้นหน้าจอ iPhone จะมีปุ่มเมนูเด้งขึ้นมาให้คุณสั่งการ iPad ได้ เช่น เปิด Control Center, เรียก Siri, กดเล่น/หยุดวิดีโอ, เปลี่ยนเพลง หรือลด/เพิ่มเสียง
ควบคุมสไลด์พรีเซนต์ด้วย iPhone (ผ่านแอป Keynote)
เปิดแอป Keynote ทั้ง 2 เครื่อง บน iPhone ให้เปิด Keynote เช่นกัน แล้วกดไอคอนรูปมือถือที่มีปุ่ม Play มุมขวาบน เพื่อเชื่อมต่อกัน จะสามารถใช้ iPhone ปัดสไลด์ไปหน้าถัดไป หรือใช้ลากเส้น/ วงกลมเน้นข้อความบนจอมือถือ แล้วเส้นนั้นจะไปปรากฏบนหน้าจอ iPad ได้เลย ทำให้ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น
ใช้ iPad เป็นจอมอนิเตอร์กล้องให้ iPhone
โดยใช้แอป Balck Magic ดาวน์โหลดลงทั้ง 2 เครื่อง
-
ตั้งค่าบน iPad: ในแอปเข้าไปที่ Settings > Remote Camera Control > เลือก iPad เป็น Controller
-
ตั้งค่าบน iPhone: ในแอปเข้าไปที่ Settings > Remote Camera Control > เลือก iPhone เป็น Remote Camera (ตั้งรหัสผ่านด้วย)
สามารถนำ iPhone ไปตั้งกล้องถ่ายรูป/วิดีโอ (เพราะกล้องชัดกว่า) แล้วมานั่งดูภาพพรีวิว ดูสถานะแบตเตอรี่ ดูพื้นที่จัดเก็บข้อมูล และกดสั่งถ่ายจากหน้าจอใหญ่ๆ ของ iPad ได้
ชาร์จแบตฉุกเฉินให้ iPhone ผ่าน iPad
หากอยู่นอกบ้านแล้วแบตมือถือหมด ไม่มีพาวเวอร์แบงค์ คุณสามารถนำสายชาร์จหัว Type-C (เช่น สายของ iPad Air หรือสายของ iPhone 15 ขึ้นไป) เสียบเชื่อมระหว่าง iPad และ iPhone ได้เลย การทำงานเป็นการดึงแบตเตอรี่จากฝั่ง iPad มาชาร์จเข้า iPhone ให้โดยอัตโนมัติ
สำหรับฟีเจอร์เหล่านี้ ก็เป็นเพียงฟีเจอร์เบื้องต้น ถ้าใครมีวิธีอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ก็สามารถมาคุยแลกเปลี่ยนกันได้
ที่มา: iMoD