Apple ปล่อย iOS 26.3.1 (a) ให้ผู้ใช้อัปเดต โดยรายการอัปเดตนี้เป็นอัปเดตแบบเบื้องหลัง เน้นอัปเดตความปลอดภัย แนะนำให้ผู้ใช้อัปเดต
iOS 26.3.1 (a)
มาพร้อม Build Number: 23D771330a

สิ่งใหม่
เวอร์ชันนี้เป็นรายการอัปเดตแบบ Background Security Improvement (BSI) อย่างเป็นทางการ แทน Rapid Security Response เดิม
ในเวอร์ชันนี้มาพร้อมการแก้ช่องโหว่สำคัญใน WebKit ที่เสี่ยงถูกโจมตีผ่านเว็บ (เกี่ยวกับ Same Origin Policy)
นอกจากนั้นยังมีอัปเดตย่อยสำหรับ iPadOS 26.3.1 และ macOS Tahoe 26.3.1 รวมถึง macOS Tahoe 26.3.2 เวอร์ชันพิเศษสำหรับ MacBook Neo ด้วย
แนะนำว่าผู้ใช้อุปกรณ์ที่รองรับควรอัปเดตเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
iPhone รุ่นรองรับ
สำหรับ iPhone รุ่นรองรับ มีดังนี้
- iPhone 17e
- iPhone 17
- iPhone Air
- iPhone 17 Pro
- iPhone 17 Pro Max
- iPhone 16e
- iPhone 16
- iPhone 16 Plus
- iPhone 16 Pro
- iPhone 16 Pro Max
- iPhone 15
- iPhone 15 Plus
- iPhone 15 Pro
- iPhone 15 Pro Max
- iPhone 14
- iPhone 14 Plus
- iPhone 14 Pro
- iPhone 14 Pro Max
- iPhone 13
- iPhone 13 mini
- iPhone 13 Pro
- iPhone 13 Pro Max
- iPhone 12
- iPhone 12 mini
- iPhone 12 Pro
- iPhone 12 Pro Max
- iPhone 11
- iPhone 11 Pro
- iPhone 11 Pro Max
- iPhone SE (รุ่นที่ 3)
- iPhone SE (รุ่นที่ 2)
การอัปเดต
ผู้ใช้ iPhone รุ่นรองรับ สามารถกดอัปเดตได้ โดยไปที่การตั้งค่า > รายการอัปเดตซอฟต์แวร์ จากนั้นกดอัปเดตได้เลย
หรือผู้ใช้จะเชื่อมต่อ iPhone เข้ากับคอมพิวเตอร์ (Mac/PC) เพื่อกดอัปเดต หรือจะดาวน์โหลดไฟล์ IPSW เพื่อไปอัปเดตเองก็ทำได้เช่นกัน
ก่อนอัปเดตผู้ใช้ควรสำรองรองข้อมูล (Backup) ตัวเครื่องไว้ก่อน จะสำรองผ่าน iCloud หรือคอมพิวเตอร์ก็ได้ เผื่อในกรณีที่มีปัญหาการอัปเดต หรืออัปเดตไปแล้วอยาก Downgrade กลับมา การกู้คืนข้อมูลก็จะทำได้ง่ายขึ้น
