, , , ,

การช่วยการเข้าถึง (Accessibility) มีอะไรใหม่ ใน iOS 11


What New Accessibility In Ios 11

หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับเมนูการช่วยการเข้าถึง (Accessibility) ว่าสามารถตั้งค่าอะไรได้บ้าง ลองมาชมโหมดที่น่าสนใจใหม่ของเมนูตัวช่วยการเข้าถึงใน iOS 11 ว่ามีประโยชน์ในการใช้งานอย่างไร

6 สิ่งใหม่ที่น่าสนใจของการช่วยการเข้าถึงใน iOS 11

1. โหมดกลับสีอัจฉริยะ (Smart Invert)

Accessibility Smart Invert 1

Smart Invert เป็นการปรับสีหน้าจอให้เป็นโทนสีดำ ยกเว้น รูปภาพ วิดีโอและบางแอปพลิเคชันที่มีโทนดำอยู่แล้ว Smart Invert จะกลับสีพื้นหลังของแอปเป็นสีดำและสีตัวหนังสือก็จะเปลี่ยน ซึ่งต่างจาก Classic Invert ที่กลับสีทั้งหมดใน iOS ให้เป็นสีตรงข้าม เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อผู้มีปัญหาทางสายตาที่สามารถอ่านหรือดูได้ง่ายขึ้นหรือบางคนที่ดูหน้าจอในที่แสงน้อยๆ ก็สามารถดูได้สบายตากว่า (คล้ายกับการแสดง Dark Mode)

ไปที่ Setting > General > Accessibility > Display Accommodations > Invert Colors > เปิด Smart Invert

Accessibility Color Invert Setting

หากเปิด Smart Invert แล้ว โหมด Night Shift จะปิดการใช้งานทันที เพราะหน้าจออยู่ในโหมดการแสดงผลสำหรับที่มืดอยู่แล้ว

2. โหมดปรับแสงอัตโนมัติ (Auto-Brightness)

Accessibility Color Auto Brightness

เดิมทีโหมด Auto-Brightness ใน iOS 10 อยู่ในเมนู Display & Brightness แต่ใน iOS 11 ถูกย้ายมาอยู่ใน Accessibility แทน เพื่อจัดกลุ่มเมนูที่ช่วยเหลือด้านการมองเห็น เมื่อเปิดโหมด Auto-Brightness ความสว่างของหน้าจอจะถูกปรับตามแสงรอบข้างอย่างเหมาะสม ช่วยประหยัดแบตเตอรี่และป้องกันแสงที่สว่างมากเกินไปกระทบกับดวงตาเมื่อแสงรอบข้างเปลี่ยนกระทันหัน ดูวิธีการตั้งค่า Auto-Brightness

3. ปรับปรุงระบบตรวจจับข้อความ

Accessibility Detect Text By Voice Over

ใน iOS 11 มีการปรับปรุงระบบตรวจจับข้อความให้ดีขึ้น โดย VoiceOver สามารถตรวจจับรูปภาพแล้วอ่านหรือบรรยายภาพนั้นได้ฉลาดมากขึ้น รวมถึงการอ่านออกเสียงข้อความในภาพได้ เช่น เมื่อเราเปิดแอปรูปภาพ แล้วแตะฟังหรืออ่านดูว่าในรูปภาพมีการแสดงอะไรบ้าง VoiceOver ก็จะบรรยายลักษณะ ท่าทางในรูปภาพนั้นเป็นเสียงหรือข้อความให้เราฟัง เพิ่มความสะดวกในการใช้งานให้กับผู้มีพิการทางสายตาได้ดียิ่งขึ้น

ไปที่ Setting > General > Accessibility > VoiceOver > เปิด Voice Over

Accessibility Over Voice Setting

4. การปรับขนาดอักษรให้ใหญ่ขึ้น

Accessibility Large Text

โหมด Large text จะเปลี่ยนการแสดงผลตัวอักษรในหน้าจอให้ใหญ่ขึ้น ผู้ใช้สามารถปรับขนาดของตัวอักษรเองได้ตามความต้องการ เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้ผู้ที่ปัญหาสายตายาวสามารถอ่านข้อความใน iPhone ได้สะดวกขึ้นและ Apple ก็ได้เปิด APIs ให้ผู้พัฒนาแอปพลิชันสามารถใช้งานตัวอักษรใหญ่ในแอปของตนเองได้ หมายความว่าเมื่อเราเปิดแอปขึ้นมา การแสดงผลขนาดตัวอักษรก็จะใหญ่ตามการตั้งค่า

ไปที่ Setting > General > Accessibility > Larger Text > เปิด Larger Accessibility Sizes > ปรับขนาดตัวอักษรด้านล่าง

Accessibility Large Text Setting

5. พิมพ์ตอบโต้กับ Siri

Accessibility Type To Siri

สำหรับฟังก์ชันการพิมพ์ตอบโต้กับ Siri เหมาะกับการใช้งานในสถานที่ที่เราไม่ต้องการให้มีเสียง เช่น ห้องเรียน ห้องประชุม เป็นต้น และเป็นตัวช่วยที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้พิการทางการได้ยิน สามารถพิมพ์ตอบโต้กับ Siri เพียงแค่กดปุ่ม Home อย่างที่เราเคยทำเท่านั่นเอง

ไปที่ Setting > General > Accessibility > Siri > เปิด Type to Siri

จากนั้นก็กดปุ่ม Home ค้าง เพื่อเรียกใช้งาน Siri

Accessibility Type To Siri Setting

6. Drag and Drop ด้วย VoiceOver

Accessibility Drack And Drop By Voice Over

เราสามารถใช้งาน Drag and Drop โดยสั่งผ่าน VoiceOver ได้แล้วใน iOS 11 เหมาะสำหรับผู้พิการทางสายตาที่ต้องการลากรายการจากตำแหน่งหนึ่งไปยังอีกตำแหน่งหนึ่ง หลักการทำงานก็คือเลือกแอปที่ต้องการย้ายแล้วสั่งให้ VoiceOver นำแอปนั้นไปวางไว้ยังปลายทางทีต้องการ

ทั้งหมดนี้ก็เป็นฟีเจอร์ใหม่ในเมนูการช่วยการเข้าถึง (Accessibility) ที่มาพร้อมกับ iOS 11 ใหม่ มีฟังก์ชันที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้มีปัญหาทางสายตาและการได้ยิน การช่วยการเข้าถึงยังมีอีกหลายฟีเจอร์ที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์กับผู้ใช้ หากมีอะไรใหม่ๆ ทีมงานจะแนะนำให้ทราบกันต่อไปนะคะ

ขอบคุณ iMore.com

หัวข้ออื่นที่น่าสนใจ

Written by Zakura Kim

Bachelor degree of science, Software engineering major, Payap University