in ,

ปี 2023 ซื้อ iPhone รุ่นไหนดี ? แบ่งตามงบและการใช้งาน อัปเดตปลายปี 2023)

ช่วงปลายปีแบบนี้ เชื่อว่าหลายคนมีแผนจะซื้อ iPhone เครื่องใหม่ และคงมีคำถามที่ว่า ปี 2023 นี้จะเลือกซื้อiPhone รุ่นไหนดี? ทีมงานสรุปให้แล้วทั้งคนงบน้อยและคนงบเยอะ มาดูกันเลย

ปี 2023 ซื้อ iPhone รุ่นไหนดี ? แบ่งตามงบและการใช้งาน (อัปเดตปลายปี 2023)

Apple เปิดตัว iPhone 15 Series ออกมาเมื่อเดือนกันยายน 2023 ทำให้ตอนนี้มี iPhone หลายรุ่นให้เราเลือกซื้อ ซึ่งจะได้แก่ iPhone 15 Pro, iPhone 15 Pro Max, iPhone 15, iPhone 15 Plus, iPhone 14, iPhone 14 Plus, iPhone 13 และ iPhone SE 3

บางคนก็ถึงเวลาแล้วที่ต้องอัปเกรด iPhone ทำให้มีคำถามว่า ควรซื้อ iPhone รุ่นไหนดี? ทีมงานมีคำตอบมาให้ โดยจะแบ่งให้ตามหัวข้อด้านล่างเลย

  • งบเยอะจัดเต็ม
    • สายเล่นทั้งวัน ชอบแบตเยอะ จอใหญ่ (แนะนำอยู่ 2 รุ่น)
    • สายพรีเมียม ทุกอย่างต้องดีที่สุด ถ่ายรูปสวย เล่นเกมลื่น (แนะนำอยู่ 2 รุ่น)
  • งบน้อยแต่อยากใช้ iPhone เน้นใช้งานทั่วไป (แนะนำอยู่ 2 รุ่น)

iPhone สำหรับคนงบเยอะจัดเต็ม

1.สายเล่นทั้งวัน ชอบแบตเยอะ จอใหญ่

iPhone รุ่นที่แนะนำ : iPhone 15 Pro Max, iPhone 15 Plus

แน่นอนว่าปัจจัยหลัก ๆ ที่ทำให้เราตัดสินใจซื้อสมาร์ตโฟนคือเรื่องของแบตเตอรี ใครที่ติดมือถือ เล่นมือถือตลอดเวลา หรือต้องทำงานผ่านมือถือทั้งวันก็จะต้องใช้ iPhone รุ่นที่มีความจุแบตเตอรีเยอะ ๆ จะได้ไม่ต้องชาร์จบ่อย

iPhone 15 Pro Max, iPhone 15 Plus, iPhone 14 Plus เป็น iPhone รุ่นที่มีความจุแบตเตอรีเยอะที่สุด ตามข้อมูลด้านล่าง (ข้อมูลจาก MacRumors)

  • iPhone 15 Pro Max: 4,422mAh
  • iPhone 15 Plus: 4,383mAh
  • iPhone 14 Plus: 4,325 mAh

เรื่องแบตเตอรี่สำคัญอยู่แล้ว แต่เรื่องอื่น ๆ ก็สำคัญเช่นกัน มาดูจุดเด่นของ iPhone ทั้งสามรุ่นนี้เพื่อใช้ประกอบในการตัดสินใจกันเลย

จุดเด่น iPhone 15 Pro Max (ราคาเริ่มต้น ฿48,900)

  • ดีไซน์ตัวเครื่องแบบเดิมที่ไม่เหมือนเดิม มีความโค้งมนขึ้น และเปลี่ยนวัสดุตัวเครื่องไปใช้วัสดุไทเทเนี่ยม คงทน น้ำหนักเบา แต่ดูหรูหราไม่เบา
  • หน้าจอ Super Retina XDR (OLED) 6.7″ จอใหญ่ที่สุด
  • ความสว่างจอสูงสุด 2000 นิต ที่กลางแจ้ง
  • หน้าจอ Always-on Display 1-120Hz
  • ปุ่ม Action ใช้งานได้หลากหลายกว่าปุ่มเปิด/ปิดเสียงแบบเดิม
  • พอร์ต USB-C ชาร์จ และส่งข้อมูลรวดเร็วกว่าพอร์ต Lightning
  • Dynamic Island ที่ทำอะไรได้มากกว่ารอยบาก
  • กล้องหลัง 3 ตัว กล้องหลักความละเอียด 48MP เลนส์เทโลโฟโต้ซูมได้ไกลที่สุด ซูมออปติคัลได้ 5x
  • HDR อัจฉริยะ 5 สำหรับภาพถ่าย สีและรายละเอียดแน่น สวยงาม โทนสีผิวตรง
  • ชิป A17 Pro เน้นกราฟิกหนัก ๆ ชิปแรงแต่ประหยัดพลังงาน เพราะผลิตด้วยเทคโนโลยีระดับ 3nm
  • รองรับ 5G เชื่อมต่อรวดเร็วขึ้น และประหยัดพลังงานกว่า iPhone 14 เพราะใช้โมเด็ม 5G ของ Qualcomm X70
  • แบตเตอรี่ เล่นวิดีโอได้นานสูงสุด 29 ชั่วโมง
  • ทนน้ำทนฝุ่นระดับ ที่ระดับ IP68 (ความลึกไม่เกิน 6 เมตร ภายในระยะเวลาสูงสุด 30 นาที)
  • Auto Portrait ให้ทันทีหากในกล้องมีคนหรือวัตถุบางอย่างอยู่ในเฟรม
  • ถ่ายภาพมาโคร, Apple ProRAW
  • บันทึกวิดีโอ ProRes สูงสุด 4K ที่ 60 fps/Log
  • การตรวจจับการชนกัน / SOS ฉุกเฉินผ่านดาวเทียม

iPhone 15 Pro Max  มีให้เลือกทั้งหมด 4 สีด้วยกัน ได้แก่ ไทเทเนียมธรรมชาติ ไทเทเนียมน้ำเงิน ไทเทเนียมขาว ไทเทเนียมดำ

🛒 ลิ้งก์สำหรับการสั่งซื้อ iPhone 15 Pro Max : https://www.apple.com/th/shop/buy-iphone/iphone-15-pro

จุดเด่น iPhone 15 Plus (ราคาเริ่มต้น ฿37,900)

  • ดีไซน์ตัวเครื่องแบบเดิม ขอบโค้งมนมากขึ้น กระจกหลังเป็นแบบด้านเหมือน iPhone รุ่น Pro
  • หน้าจอ Super Retina XDR (OLED) 6.7″
  • ความสว่างจอสูงสุด 2000 นิต ที่กลางแจ้ง
  • พอร์ต USB-C ชาร์จ และส่งข้อมูลรวดเร็วกว่าพอร์ต Lightning
  • Dynamic Island ที่ทำอะไรได้มากกว่ารอยบาก
  • กล้องหลัง 2 ตัว กล้องหลักความละเอียด 48MP
  • ชิป A16 Bionic ประหยัดพลังงานขึ้น 20% (เมื่อเทียบกับ iPhone 14) ิ
  • รองรับ 5G เชื่อมต่อรวดเร็วขึ้น และประหยัดพลังงานกว่า iPhone 14 เพราะใช้โมเด็ม 5G ของ Qualcomm X70
  • แบตเตอรี่ เล่นวิดีโอได้นานสูงสุด 26 ชั่วโมง
  • ทนน้ำทนฝุ่นระดับ IP68 ทนน้ำลึกไม่เกิน 6 เมตร ภายในระยะเวลาสูงสุด 30 นาที
  • HDR อัจฉริยะ 5 สำหรับภาพถ่าย สีและรายละเอียดแน่น สวยงาม โทนสีผิวตรง
  • Auto Portrait ให้ทันทีหากในกล้องมีคนหรือวัตถุบางอย่างอยู่ในเฟรม
  • บันทึกวิดีโอระดับ 4K ที่ 24 fps, 25 fps, 30 fps หรือ 60 fps
  • การตรวจจับการชนกัน / SOS ฉุกเฉินผ่านดาวเทียม

iPhone 15 Plus  มีให้เลือกทั้งหมด 5 สีด้วยกัน ได้แก่ สีชมพู เหลือง เขียว ฟ้า ดำ

🛒 ลิ้งก์สำหรับการสั่งซื้อ iPhone 15 Plus : https://www.apple.com/th/shop/buy-iphone/iphone-15

นอกจาก iPhone 15 Plus แล้ว ก็ยังมี iPhone 14 Plus ที่แบตอึดและจอใหญ่ แต่ราคาเร่ิมต้นของ iPhone 14 Plus ต่างจาก iPhone 15 Plus อยู่ 5,000 บาท จึงแนะนำเป็น iPhone 15 Plus มากกว่า

2.สายพรีเมียม ทุกอย่างต้องดีที่สุด ถ่ายรูปสวย เล่นเกมลื่น 

iPhone รุ่นที่แนะนำ : iPhone 15 Pro, iPhone 15 Pro Max

สายพรีเมียมคงหนีไม่พ้น iPhone 15 Pro และ iPhone 15 Pro Max ด้วยสเปคที่แรง เล่นเกมลื่น ถ่ายรูปในหลาย ๆ สถานการณ์ได้สวยที่สุด และมีดีไซน์ที่ดูหรูหรากว่า ไม่เกี่ยงเรื่องเงิน ก็ต้องมองเป็น iPhone ทั้งสองรุ่นนี้เท่านั้น

จุดเด่น iPhone 15 Pro (ราคาเริ่มต้น ฿41,900)

  • ดีไซน์ตัวเครื่องแบบเดิมที่ไม่เหมือนเดิม มีความโค้งมนขึ้น และเปลี่ยนวัสดุตัวเครื่องไปใช้วัสดุไทเทเนี่ยม คงทน น้ำหนักเบา แต่ดูหรูหราไม่เบา
  • หน้าจอ Super Retina XDR (OLED) 6.1″ ขนาดจอกำลังพอดี สำหรับคนไม่ชอบพกเครื่องใหญ่
  • ความสว่างจอสูงสุด 2000 นิต ที่กลางแจ้ง
  • หน้าจอ Always-on Display 1-120Hz
  • ปุ่ม Action ใช้งานได้หลากหลายกว่าปุ่มเปิด/ปิดเสียงแบบเดิม
  • พอร์ต USB-C ชาร์จ และส่งข้อมูลรวดเร็วกว่าพอร์ต Lightning
  • Dynamic Island ที่ทำอะไรได้มากกว่ารอยบาก
  • กล้องหลัง 3 ตัว กล้องหลักความละเอียด 48MP เลนส์เทโลโฟโต้ซูมได้ไกลที่สุด ซูมออปติคัลได้ 3x
  • HDR อัจฉริยะ 5 สำหรับภาพถ่าย สีและรายละเอียดแน่น สวยงาม โทนสีผิวตรง
  • ชิป A17 Pro เน้นกราฟิกหนัก ๆ ชิปแรงแต่ประหยัดพลังงาน เพราะผลิตด้วยเทคโนโลยีระดับ 3nm
  • รองรับ 5G เชื่อมต่อรวดเร็วขึ้น และประหยัดพลังงานกว่า iPhone 14 เพราะใช้โมเด็ม 5G ของ Qualcomm X70
  • แบตเตอรี่ เล่นวิดีโอได้นานสูงสุด 23 ชั่วโมง
  • ทนน้ำทนฝุ่นระดับ ที่ระดับ IP68 (ความลึกไม่เกิน 6 เมตร ภายในระยะเวลาสูงสุด 30 นาที)
  • Auto Portrait ให้ทันทีหากในกล้องมีคนหรือวัตถุบางอย่างอยู่ในเฟรม
  • ถ่ายภาพมาโคร, Apple ProRAW
  • บันทึกวิดีโอ ProRes สูงสุด 4K ที่ 60 fps/Log
  • การตรวจจับการชนกัน / SOS ฉุกเฉินผ่านดาวเทียม

iPhone 15 Pro มีให้เลือกทั้งหมด 4 สีด้วยกัน ได้แก่ ไทเทเนียมธรรมชาติ ไทเทเนียมน้ำเงิน ไทเทเนียมขาว ไทเทเนียมดำ

🛒 ลิ้งก์สำหรับการสั่งซื้อ iPhone 15 Pro : https://www.apple.com/th/shop/buy-iphone/iphone-15-pro

จุดเด่น iPhone 15 Pro Max (ราคาเริ่มต้น ฿48,900)

  • ดีไซน์ตัวเครื่องแบบเดิมที่ไม่เหมือนเดิม มีความโค้งมนขึ้น และเปลี่ยนวัสดุตัวเครื่องไปใช้วัสดุไทเทเนี่ยม คงทน น้ำหนักเบา แต่ดูหรูหราไม่เบา
  • หน้าจอ Super Retina XDR (OLED) 6.7″ จอใหญ่ที่สุด
  • ความสว่างจอสูงสุด 2000 นิต ที่กลางแจ้ง
  • หน้าจอ Always-on Display 1-120Hz
  • ปุ่ม Action ใช้งานได้หลากหลายกว่าปุ่มเปิด/ปิดเสียงแบบเดิม
  • พอร์ต USB-C ชาร์จ และส่งข้อมูลรวดเร็วกว่าพอร์ต Lightning
  • Dynamic Island ที่ทำอะไรได้มากกว่ารอยบาก
  • กล้องหลัง 3 ตัว กล้องหลักความละเอียด 48MP เลนส์เทโลโฟโต้ซูมได้ไกลที่สุด ซูมออปติคัลได้ 5x
  • HDR อัจฉริยะ 5 สำหรับภาพถ่าย สีและรายละเอียดแน่น สวยงาม โทนสีผิวตรง
  • ชิป A17 Pro เน้นกราฟิกหนัก ๆ ชิปแรงแต่ประหยัดพลังงาน เพราะผลิตด้วยเทคโนโลยีระดับ 3nm
  • รองรับ 5G เชื่อมต่อรวดเร็วขึ้น และประหยัดพลังงานกว่า iPhone 14 เพราะใช้โมเด็ม 5G ของ Qualcomm X70
  • แบตเตอรี่ เล่นวิดีโอได้นานสูงสุด 29 ชั่วโมง
  • ทนน้ำทนฝุ่นระดับ ที่ระดับ IP68 (ความลึกไม่เกิน 6 เมตร ภายในระยะเวลาสูงสุด 30 นาที)
  • Auto Portrait ให้ทันทีหากในกล้องมีคนหรือวัตถุบางอย่างอยู่ในเฟรม
  • ถ่ายภาพมาโคร, Apple ProRAW
  • บันทึกวิดีโอ ProRes สูงสุด 4K ที่ 60 fps/Log
  • การตรวจจับการชนกัน / SOS ฉุกเฉินผ่านดาวเทียม

iPhone 15 Pro Max  มีให้เลือกทั้งหมด 4 สีด้วยกัน ได้แก่ ไทเทเนียมธรรมชาติ ไทเทเนียมน้ำเงิน ไทเทเนียมขาว ไทเทเนียมดำ

🛒 ลิ้งก์สำหรับการสั่งซื้อ iPhone 15 Pro Max : https://www.apple.com/th/shop/buy-iphone/iphone-15-pro

งบน้อยแต่อยากใช้ iPhone เน้นใช้งานทั่วไป

iPhone รุ่นที่แนะนำ : iPhone 13, iPhone SE 3

iPhone 13 (ราคาเริ่มต้น ฿24,900)

iPhone 13 ยังคงเป็น iPhone ที่น่าเล่นในปี 2023 ถึงแม้จะเป็นรุ่นที่เปิดตัวออกมา 2 ปีแล้ว แต่ฟีเจอร์ สเปค คุณภาพกล้องก็ยังถือว่าใช้ได้ดีอยู่ พกพาสะดวก ใครที่มีงบสองหมื่นนิด ๆ iPhone 13 ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดี

จุดเด่น iPhone 13

  • ดีไซน์ตัวเครื่องแบบเหลี่ยม
  • หน้าจอ Super Retina XDR (OLED) 6.1″
  • ความสว่างจอสูงสุด 1,200 (HDR)
  • พอร์ตชาร์จและเชื่อมต่อข้อมูล Lightning
  • กล้องหลัง 2 ตัว กล้องหลักความละเอียด 12MP
  • ชิป A15 Bionic ที่ถือว่ายังเร็วอยู่
  • รองรับ 5G เชื่อมต่อรวดเร็ว
  • แบตเตอรี่ เล่นวิดีโอได้นานสูงสุด 19 ชั่วโมง
  • ทนน้ำทนฝุ่นระดับ IP68 ทนน้ำลึกไม่เกิน 6 เมตร ภายในระยะเวลาสูงสุด 30 นาที
  • HDR อัจฉริยะ 4 สำหรับภาพถ่าย เก็บรายละเอียดและสีได้ดี
  • ฟีเจอร์สไตล์ภาพถ่าย
  • บันทึกวิดีโอระดับ 4K ที่ 24 fps, 25 fps, 30 fps หรือ 60 fps
  • SOS ฉุกเฉิน

iPhone 13 มีให้เลือกทั้งหมด 6 สีด้วยกัน ได้แก่ สีเขียว ชมพู น้ำเงิน มิดไนท์ สตาร์ไลท์ และสีแดง PRODUCT RED

🛒 ลิ้งก์สำหรับการสั่งซื้อ iPhone 13 : https://www.apple.com/th/shop/goto/buy_iphone/iphone_13

iPhone SE 3 (ราคาเริ่มต้น ฿17,900) 

iPhone SE เป็น iPhone ที่ยังมีปุ่ม Home อยู่ เป็น iPhone เครื่องเล็ก น้ำหนักเบา สเปคภายในยังถือว่าแรง ใช้งานได้ดี รองรับ 5G ด้วย! อาจจะพกเป็นเครื่องที่สอง หรือใครอยากใช้มือถือที่มีปุ่มอยู่ รุ่นนี้ก็ตอบโจทย์

จุดเด่น iPhone SE 3 

  • ดีไซน์ตัวเครื่องแบบ พร้อมการสแกน Touch ID ที่ปุ่ม Home
  • หน้าจอ Retina HD 4.7″
  • กล้องหลัง 1 ตัว เลนส์ไวด์ความละเอียด 12MP
  • ชิป A15 Bionic (แบบเดียวกันกับ iPhone 13) ให้ประสิทธิภาพที่แรง
  • รองรับ 5G เชื่อมต่อรวดเร็ว
  • แบตเตอรี่ เล่นวิดีโอได้นานสูงสุด 15 ชั่วโมง
  • ทนน้ำทนฝุ่นระดับ IP67 ทนน้ำลึกไม่เกิน 1 เมตร ภายในระยะเวลาสูงสุด 30 นาที
  • มีคุณสมบัติการถ่ายภาพ “สไตล์ภาพถ่าย” (ที่มีอยู่ใน iPhone 13)
  • มี HDR อัจฉริยะ 4 ช่วยในการถ่ายภาพที่ดีขึ้น
  • มี Deep Fusion ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ช่วยเก็บรายละเอียดของรูปภาพ
  • สามารถถ่ายวิดิโอ 4K 60fps ที่กล้องหลังได้ (กล้องหน้าไม่ไม่รองรับ)

iPhone SE 3 มีให้เลือกทั้งหมด 3 สีด้วยกัน ได้แก่ สตาร์ไลท์ มิดไนท์ และสีแดง [PRODUCT RED]

🛒 ลิ้งก์สำหรับการสั่งซื้อ iPhone SE 3 : apple.com/iphonese3

ข้อควรรู้

  • iPhone ทุกรุ่นที่วางขายในตอนนี้ ไม่แถมอะแดปเตอร์และหูฟังมาให้ จะต้องซื้อแยกเอาเอง แนะนำให้ใช้อะแดปเตอร์ USB-C 20W ขึ้นไป
  • iPhone 15 ทุกรุ่น แถมสายชาร์จ USB-C มาให้ในกล่องแล้ว แนะนำให้ใช้อะแดปเตอร์ USB-C 20W ขึ้นไป
ความคิดเห็น - Like เพจ iPhoneMod.net

เขียนโดย Nooknick Yanika

Humanities, English Literature
Chiangmai University