Anthropic เผยใช้ AI มากขึ้น สัดส่วนการจ้างพนักงานระดับเริ่มต้นลดลง ขณะที่พนักงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่กลับต้องใช้เวลาประชุมเพิ่มขึ้น 20%
Anthropic เผยใช้ AI มากขึ้น จ้างพนักงานน้อยลง แต่ใช้เวลาประชุมเพิ่มขึ้น 20%
Anthropic บริษัทผู้พัฒนา AI Claude เปิดเผยรายงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานภายในองค์กรตลอดปีที่ผ่านมา พบว่าบริษัทมีสัดส่วนพนักงานระดับเริ่มต้นลดลงอย่างชัดเจน ขณะที่พนักงานใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานมากขึ้น แต่กลับต้องใช้เวลาในการประชุมและประสานงานเพิ่มขึ้นด้วย
รายงานดังกล่าวเผยแพร่เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2569 โดย Anthropic ระบุว่า เนื่องจากบริษัทนำ AI มาเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการทำงาน แนวโน้มที่เกิดขึ้นภายในองค์กรจึงอาจสะท้อนให้เห็นว่า AI จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน การจ้างงาน และความต้องการแรงงานในภาคธุรกิจอย่างไรในอนาคต แม้ว่าบริษัทอื่นอาจไม่ได้ใช้ AI ในระดับเดียวกันก็ตาม

Anthropic จ้างพนักงานระดับเริ่มต้นน้อยลงอย่างชัดเจน
ข้อมูลจากรายงานระบุว่า ตั้งแต่ต้นปี 2568 สัดส่วนพนักงานระดับเริ่มต้น (Junior) ในฝ่ายเทคนิคของ Anthropic ลดลงจาก 21% เหลือ 14% และสัดส่วนจากการจ้างงานใหม่ในฝ่ายเทคนิค ลดลงมากกว่านั้น จาก 27% เหลือเพียง 9%
นอกจากนี้ สัดส่วนพนักงานฝ่ายเทคนิคเมื่อเทียบกับพนักงานทั้งหมดของบริษัท ยังลดลงจาก 61% เหลือ 56%
Anthropic อธิบายว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดจากการขยายตัวของฝ่ายธุรกิจตามการเติบโตของบริษัท รวมถึงเครื่องมือเขียนโค้ดด้วย AI ที่ช่วยให้พนักงานซึ่งไม่ได้มีพื้นฐานด้านเทคนิคสามารถพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วยตัวเองได้มากขึ้น
พนักงานเปลี่ยนจากลงมือทำงาน มาเป็นผู้จัดการ AI
รายงานยังสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงบทบาทของพนักงานภายในบริษัท โดยพนักงานรายหนึ่งอธิบายว่า Anthropic มีแรงกดดันอย่างต่อเนื่องให้ทุกคนทำงานเร็วที่สุด และใช้ Claude กับทุกสิ่งที่ทำ
จากผลสำรวจพนักงานเมื่อเดือน เม.ย. 2026 พบว่า
-
27% ระบุว่าตัวเองทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นจากการใช้ Claude
-
20% ระบุว่าหน้าที่การทำงานเปลี่ยนจากการลงมือทำงานด้วยตัวเอง มาเป็นการบริหารจัดการ Claude หลายตัวแทน
วิศวกรรายหนึ่งเปรียบเทียบการทำงานลักษณะนี้กับการดูแลเด็ก เพราะ Claude แต่ละตัวต่างมีเรื่องที่ต้องการให้มนุษย์ช่วยพิจารณา และเรียกร้องความสนใจในระดับใกล้เคียงกัน
รายงานจึงชี้ให้เห็นว่า ความสามารถในการให้ความสนใจและใช้วิจารณญาณของมนุษย์ (Human Attention and Judgement) กำลังกลายเป็นข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพการทำงาน เนื่องจาก Claude สามารถสร้างข้อความจำนวนมหาศาลที่พนักงานต้องอ่าน ตรวจสอบ และจัดระเบียบต่อไป
AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ไม่ได้หมายความว่าผลงานจะดีขึ้นเสมอไป
Anthropic ระบุว่าการนำ AI มาใช้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบริษัทในหลายด้าน เช่น
-
พนักงานเขียนโค้ดได้มากขึ้นต่อคน
-
พนักงานฝ่ายขายปิดการขายได้มากขึ้น
-
บริษัทสามารถประมวลผลและจัดการสัญญาได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม Anthropic ยอมรับว่าการเขียนโค้ดได้มากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าโค้ดจะมีคุณภาพดีขึ้น หรือสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้มากขึ้นเสมอไป แม้จะมีข้อจำกัดในการประเมินประสิทธิภาพจากปริมาณงาน แต่บริษัทยังไม่พบสัญญาณที่บ่งชี้ว่าคุณภาพของโค้ดลดลงจากการใช้ AI
ใช้ AI มากขึ้น แต่พนักงานกลับต้องประชุมมากขึ้น 20%
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ แม้ Anthropic จะใช้ AI เพื่อช่วยลดภาระงาน แต่ข้อมูลจากปฏิทินของพนักงานกลับพบว่า เวลาที่ใช้ในการประชุมเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยแบ่งเป็น
-
พนักงานโดยรวม ใช้เวลาประชุมเพิ่มขึ้น 20%
-
พนักงานฝ่ายเทคนิคที่ลงมือปฏิบัติงานโดยตรง ใช้เวลาประชุมเพิ่มขึ้น 16%
Anthropic อธิบายว่า การทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์ยังมีความสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องความไว้วางใจและความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ของงาน พนักงานหลายคนยังยืนยันว่า การประสานงานแบบพบหน้ากันเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ แม้ AI จะสามารถช่วยจัดการงานจำนวนมากได้แล้วก็ตาม
รายงานนี้จึงสะท้อนว่า แม้ AI จะช่วยเพิ่มปริมาณงานและเปลี่ยนบทบาทของพนักงานได้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความจำเป็นในการสื่อสาร การตัดสินใจ และการประสานงานระหว่างมนุษย์ลดลงเสมอไป
ที่มา: TechCrunch, Anthropic
