ใน

10 จุดเด่น iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มีอะไรใหม่ น่าซื้อไหม?

รวม 10 จุดเด่น iPhone 18 Pro และ Pro Max จากการลองใช้งาน ทั้งแบตเตอรี่ ระบบระบายความร้อน ชิป A20 Pro และฟีเจอร์กล้องใหม่

10 จุดเด่น iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มีอะไรใหม่ น่าซื้อไหม?

iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max วางจำหน่ายแล้วในราคาเริ่มต้น 48,900 บาท และ 52,900 บาท ตามลำดับ แม้รูปลักษณ์โดยรวมใกล้เคียงกับรุ่นก่อน แต่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งดีไซน์ด้านหลัง แบตเตอรี่ ประสิทธิภาพ และการถ่ายภาพ

หลังลองใช้งานมาระยะหนึ่ง เรารวบรวม 10 จุดเด่นที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ พร้อมข้อสังเกตที่พบระหว่างใช้งานจริง

1. ดีไซน์ด้านหลังและสีใหม่

iPhone 18 Pro และ Pro Max ยังคงรูปทรงใกล้เคียง iPhone 17 Pro และ Pro Max แต่ด้านหลังเปลี่ยนมาใช้โทนสีที่ดูกลืนกันมากขึ้น มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ เงิน ดำ ธารน้ำแข็ง และเบอร์กันดี

สีเงินดูสว่างขึ้น ส่วนสีดำเป็นโทนดำเข้มที่ Apple ระบุว่าเข้มที่สุดเท่าที่เคยทำใน iPhone รุ่น Pro สีธารน้ำแข็งเป็นฟ้าโทนสว่าง ขณะที่เบอร์กันดีเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นสำหรับคนอยากได้สีใหม่

ข้อสังเกตคือด้านหลังเครื่องเกิดรอยวงจากการใช้งาน MagSafe ได้ค่อนข้างง่าย ผู้ที่กังวลเรื่องรอยอาจพิจารณาใส่เคสหรือติดฟิล์มใสด้านหลัง

2. Dynamic Island เล็กลง

Apple ย้ายเซนเซอร์อินฟราเรดส่วนหนึ่งไปไว้ใต้หน้าจอ ทำให้ Dynamic Island เล็กลง บังเนื้อหาน้อยกว่าเดิม และแสดงไอคอน Live Activities ได้สูงสุด 3 รายการ จากเดิม 2 รายการ

มีรายงานปัญหาในบางสถานการณ์ เช่น เปิดกล้องหน้าหรือวิดีโอคอลอยู่แล้วรีโมตแอร์ทำงานไม่ติด ซึ่งคาดว่าอาจเกี่ยวกับสัญญาณอินฟราเรด หากพบอาการนี้ อาจลองยก iPhone ออกจากแนวรีโมตก่อนกดอีกครั้ง ส่วนแนวทางแก้ไขผ่านซอฟต์แวร์ยังต้องติดตาม

3. แบตเตอรี่ความจุเพิ่มขึ้น

Apple ระบุว่า iPhone 18 Pro ใช้งานแบตเตอรี่ได้นานใกล้เคียง iPhone 17 Pro Max ส่วน iPhone 18 Pro Max มีระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่นานที่สุดเท่าที่ Apple เคยทำใน iPhone

ข้อมูลความจุแบตเตอรี่จากการแกะเครื่องที่กล่าวถึงในซับมีดังนี้

รุ่น iPhone 18 รุ่นก่อนหน้า
Pro รุ่นใส่ซิม 4,056 mAh 3,988 mAh
Pro รุ่น eSIM 4,288 mAh 4,252 mAh
Pro Max รุ่นใส่ซิม 5,391 mAh 4,823 mAh
Pro Max รุ่น eSIM 5,567 mAh ราว 5,000 mAh

ความจุของ Pro Max เพิ่มขึ้นชัดเจน โดยเฉพาะรุ่นใส่ซิมที่จำหน่ายในไทย จึงเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับคนให้ความสำคัญกับระยะเวลาใช้งานต่อวัน

4. ชาร์จเร็วขึ้น

ตามสเปกที่ Apple ระบุ iPhone 18 Pro และ Pro Max ชาร์จจาก 0% ถึง 50% ได้ใน 15 นาที เมื่อใช้หัวชาร์จ 60W แบบ AVS

การทดสอบเบื้องต้นของ iMoD พบกำลังไฟขณะชาร์จราว 40–50W ขณะที่การทดสอบอื่นบางส่วนวัดได้เกิน 50W ตัวเลขจริงอาจเปลี่ยนไปตามหัวชาร์จ สาย และระดับแบตเตอรี่ในขณะทดสอบ

5. Vapor Chamber ขนาดใหญ่ขึ้น

ระบบระบายความร้อน Vapor Chamber มีพื้นที่แผ่นใหญ่ขึ้น 3 เท่า และปรับการจัดวางให้สัมผัสกับแผ่นโลหะโดยตรง จากการใช้งาน เครื่องยังร้อนได้เมื่อถ่ายภาพกลางแจ้งต่อเนื่องเป็นเวลานาน และแอปกล้องอาจเริ่มทำงานช้าลง แต่หลังพักเครื่องสักครู่ก็กลับมาตอบสนองได้เร็วขึ้น

การเปลี่ยนแปลงนี้จึงช่วยเรื่องการระบายความร้อนและรักษาประสิทธิภาพระหว่างใช้งานต่อเนื่อง มากกว่าจะทำให้เครื่องไม่ร้อนเลย

6. ชิป A20 Pro อัปเกรดทั้ง CPU, GPU และ AI

iPhone 18 Pro ทั้งสองรุ่นใช้ชิป A20 Pro ที่ผลิตด้วยกระบวนการ 2 นาโนเมตร มี CPU แบบ 6 คอร์ โดยความเร็วสูงสุดที่กล่าวถึงเพิ่มจาก 4.6GHz เป็น 4.99GHz

GPU เพิ่มจาก 6 คอร์เป็น 7 คอร์ โดยตัวเลขประสิทธิภาพกราฟิกที่กล่าวถึงอยู่ที่สูงขึ้นสูงสุด 40% ส่วน Neural Engine มี 32 คอร์ เพื่อรองรับงาน AI บนอุปกรณ์ รวมถึง Siri และ Apple Intelligence การทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้นและระบบระบายความร้อนใหม่เป็นอีกส่วนที่ช่วยให้ใช้งานหนักได้ต่อเนื่องขึ้น

7. กล้องหลักปรับรูรับแสงได้

กล้องหลัก Fusion ความละเอียด 48 ล้านพิกเซลสามารถปรับรูรับแสงได้ตั้งแต่ f/1.48 ถึง f/4 ต่างจากรุ่นก่อนที่ใช้ค่ารูรับแสงคงที่ ผู้ใช้เลือกให้รับแสงมากขึ้นเมื่อถ่ายในที่มืด หรือหรี่รูรับแสงเพื่อให้เข้ากับภาพที่ต้องการได้

จากการลองใช้งาน ฟีเจอร์นี้เพิ่มทางเลือกในการถ่ายภาพ เช่น ปรับไปที่ f/4 เมื่อถ่ายฉากที่มีแสงไฟเพื่อสร้างเอฟเฟกต์ไฟเป็นแฉก หากไม่ต้องการตั้งค่าเองก็สามารถใช้โหมดอัตโนมัติได้

8. Pro Camera Control เพิ่มเครื่องมือในแอปกล้อง

Pro Camera Control ช่วยให้ล็อกค่ารูรับแสงและ White Balance รวมถึงดูฮิสโตแกรมระหว่างถ่ายภาพหรือวิดีโอได้จากแอปกล้อง โดยไม่ต้องลงแอปเสริม

ฮิสโตแกรมมีประโยชน์เมื่อความสว่างหน้าจอทำให้ประเมินภาพคลาดเคลื่อน เช่น ถ่ายกลางแจ้งแล้วเร่งหน้าจอสว่างมาก หรือใช้ฟิล์ม Privacy ที่ทำให้จอดูมืดกว่าภาพจริง

9. เพิ่มเอฟเฟกต์ Cinematic หลังถ่ายวิดีโอ

ฟีเจอร์วิดีโอใหม่ช่วยให้ถ่ายวิดีโอทั่วไปก่อน แล้วค่อยเพิ่มเอฟเฟกต์แบบ Cinematic ภายหลังได้ จากเดิมที่ต้องเลือกโหมดภาพยนตร์ก่อนเริ่มถ่าย จึงยืดหยุ่นขึ้นในจังหวะที่ต้องหยิบเครื่องมาบันทึกภาพทันที

10. Smart Subject Tracking ติดตามวัตถุในวิดีโอ

Smart Subject Tracking ช่วยล็อกเป้าหมายอย่างคนหรือสัตว์ระหว่างถ่ายวิดีโอ แม้วัตถุจะออกจากเฟรมแล้วกลับเข้ามา ระบบก็สามารถติดตามเป้าหมายเดิมต่อได้ เหมาะกับฉากที่ตัวแบบเคลื่อนไหวและจัดเฟรมได้ยาก

โดยรวม iPhone 18 Pro และ Pro Max เหมาะกับคนที่ต้องการแบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้น ประสิทธิภาพต่อเนื่อง และเครื่องมือถ่ายภาพวิดีโอที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม โดยรุ่น Pro Max เด่นเป็นพิเศษในด้านแบตเตอรี่ ส่วนผู้ที่ใช้ iPhone 17 Pro อยู่แล้วควรพิจารณาว่าฟีเจอร์เหล่านี้ตรงกับการใช้งานมากพอสำหรับการเปลี่ยนเครื่องหรือไม่

ความคิดเห็น - Like เพจ iPhoneMod.net

เขียนโดย Thitirath Kinaret

เต้นท์ iMoD : ป.ตรี วิศวกรรมซอฟต์แวร์ ป.โท บริหารธุรกิจ ม.พายัพ ชอบความสวยงามแบบเรียบง่าย ตามแบบฉบับของ Apple @Contact : facebook.com/tentzy