ใน ,

แอป Health บน iOS 27 เตรียมปรับโฉมครั้งใหญ่ รวมฟีเจอร์ใหม่ที่จะมาในปี 2026

Apple เตรียมปรับโฉมแอปสุขภาพครั้งใหญ่ เพิ่มคำแนะนำจาก Apple Intelligence, Readiness, Health Age, ผลตรวจเลือด และการประเมินสุขภาพที่บ้าน

แอป Health บน iOS 27 เตรียมปรับโฉมครั้งใหญ่ รวมฟีเจอร์ใหม่ที่จะมาในปี 2026

Apple เตรียมออกแบบแอปสุขภาพ (Health) บน iPhone และ iPad ใหม่ครั้งใหญ่ พร้อมเพิ่มฟีเจอร์จำนวนมาก โดยบริษัทประกาศรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงภายในงานเปิดตัว iPhone เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2026

การอัปเดตแอปสุขภาพเกิดขึ้นหลังจาก Apple ยกเครื่องเซ็นเซอร์ใน Apple Watch Series 12 และ Apple Watch Ultra 4 พร้อมเปิดตัว Health Sensing System ซึ่งมีการปรับปรุงหลัก 3 ด้าน ได้แก่

  • เพิ่มพื้นที่ผิวของขั้วไฟฟ้า เพื่อให้สัมผัสผิวหนังได้ดีขึ้นขณะตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจด้วย ECG
  • ออกแบบโฟโตไดโอดใหม่ และจัดเรียงเป็นวงแหวน เพื่อรับแสงสำหรับการตรวจจับแบบออปติคัลได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  • ใช้ไฟ LED สีเขียวที่ประหยัดพลังงาน สำหรับเก็บข้อมูลอัตราการเต้นของหัวใจอย่างต่อเนื่อง

Apple Watch รุ่นใหม่จะตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจทุก 5 วินาทีตลอดทั้งวัน รวมถึงตรวจวัดความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ หรือ HRV บ่อยขึ้น 24 เท่าหากเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งไปยังแอปสุขภาพบน iPhone

Apple ระบุว่า จากการศึกษาที่เปรียบเทียบโดยตรงกับอุปกรณ์สวมใส่อื่น ๆ และใช้สายคาดหน้าอก ECG เป็นข้อมูลอ้างอิง Apple Watch รุ่นใหม่สามารถตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจได้แม่นยำที่สุด

Apple Intelligence เปลี่ยนข้อมูลสุขภาพเป็นคำแนะนำเฉพาะบุคคล

แอปสุขภาพจะนำข้อมูลและค่าต่าง ๆ ที่รวบรวมได้มาสร้างเป็นคำแนะนำเฉพาะบุคคล ผ่านการทำงานร่วมกับ Apple Intelligence พร้อมเพิ่มส่วนใหม่หลายรายการ ได้แก่

 

  • Insights: แท็บ Insights จะแสดงข้อมูลสรุปที่สร้างโดย Apple Intelligence เช่น ค่าการนอนหลับล่าสุด หรือค่า VO2 max ที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ ภายในส่วน For You ผู้ใช้ยังสามารถรับคำแนะนำเฉพาะด้านเกี่ยวกับความพร้อมของร่างกาย การออกกำลังกาย สุขภาพหัวใจ และหัวข้ออื่น ๆ ได้
  • Personal Guidance: คำแนะนำเฉพาะบุคคลเป็นส่วนหนึ่งของแท็บ Insights โดยระบบจะเรียนรู้ว่าสิ่งใดสำคัญต่อผู้ใช้ และเสนอคำแนะนำที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้กำลังฝึกความแข็งแรงของระบบหัวใจ ระบบอาจแนะนำให้เพิ่มการวิ่งแบบสลับช่วงเข้าไปในการวิ่งตอนเช้า คำแนะนำจะปรับตามผู้ใช้และข้อมูลของแต่ละคน
  • Readiness: Apple Watch รุ่นใหม่จะคำนวณคะแนนความพร้อมของร่างกายจากกิจกรรมล่าสุด ค่าสัญญาณชีพ และคะแนนการนอนหลับ โดยแสดงคะแนนตั้งแต่ 0–10 พร้อมคำแนะนำเกี่ยวกับระดับการทำกิจกรรม ผลลัพธ์แบ่งเป็น Recover, Pace Yourself, Ready และ Go For It ข้อมูลจะแสดงบน Apple Watch, แอป Fitness และแท็บ Insights ภายในแอปสุขภาพ
  • Fitness: Insights จะนำข้อมูลกิจกรรมประจำวันมาใช้ และอัปเดตข้อมูลตลอดทั้งวัน
  • Vitals: ส่วน Vitals ในแอปสุขภาพเพิ่มมุมมองข้อมูลช่วงกลางคืน และกลางวัน พร้อมนำ HRV มาใช้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัด เพื่อแสดงให้เห็นความสามารถในการฟื้นตัวจากความเครียดได้ดีขึ้น โดยตรวจวัดทั้ง HRV โดยรวมและ Recovery HRV
  • Longevity: แอปสุขภาพจะเพิ่มแท็บ Longevity ซึ่งใช้ข้อมูลจาก iPhone และ Apple Watch เพื่อประเมินสุขภาพโดยรวม ครอบคลุมสุขภาพหัวใจ การนอนหลับ สุขภาวะทางจิต การเคลื่อนไหว สุขภาพด้านการเผาผลาญ การได้ยิน และโภชนาการ ระบบจะแสดงว่าผู้ใช้มีผลลัพธ์ในแต่ละหมวดเป็นอย่างไร และแต่ละค่าอยู่ในระดับใดเมื่อเทียบกับแนวทางทางคลินิกล่าสุด
  • Health Age: Health Age เป็นส่วนหนึ่งของแท็บ Longevity โดยใช้ข้อมูลอย่าง VO2 max, อัตราการเต้นของหัวใจขณะพัก, HRV, การนอนหลับ และตัวบ่งชี้ทางชีวภาพจากผลตรวจเลือด เพื่อเปรียบเทียบสุขภาพของผู้ใช้กับอายุจริง ฟีเจอร์นี้จะช่วยให้เห็นว่าพฤติกรรมใดส่งผลต่อสุขภาพมากที่สุด และควรปรับปรุงสุขภาพได้อย่างไร

เพิ่มผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ

Health Age และ Longevity จะมีประโยชน์มากขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยผู้ใช้สามารถอัปโหลดผลตรวจด้วยตนเอง หรือซิงก์ข้อมูลจากเวชระเบียนได้

Apple ยังร่วมมือกับ Quest เพื่อเปิดให้ผู้ใช้ในสหรัฐฯ ซื้อชุดตรวจเลือดแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งครอบคลุมตัวบ่งชี้ทางชีวภาพมากกว่า 50 รายการ ในราคา 119 ดอลลาร์ โดยสามารถซื้อผ่านแอปสุขภาพได้โดยตรง

ผู้ใช้จะต้องเดินทางไปยังศูนย์ตรวจของ Quest จากนั้นผลตรวจจะถูกนำมารวมกับข้อมูลจาก Apple Watch และวิเคราะห์บน iPhone นอกจากนี้ Apple ระบุว่าผู้ใช้จะได้รับวิดีโอจากผู้เชี่ยวชาญทางคลินิกที่เกี่ยวข้องกับผลตรวจของตนเองด้วย

Quest ระบุว่าชุดตรวจดังกล่าวจะให้ข้อมูลเชิงป้องกันด้านสุขภาพ และรวมตัวบ่งชี้สำหรับประเมินสุขภาพระบบหัวใจและการเผาผลาญ รวมถึงการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ

ชุดตรวจยังมีการวัดข้อมูลทางกายภาพ ได้แก่ ความดันโลหิต ส่วนสูง น้ำหนัก รอบเอว และรอบสะโพก อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบริการนี้ยังไม่เปิดให้ใช้งานในแอปสุขภาพ จึงยังไม่มีรายชื่อทั้งหมดว่าครอบคลุมการตรวจรายการใดบ้าง

Oura ซึ่งเป็นคู่แข่งของ Apple มีบริการตรวจผ่าน Quest ในลักษณะคล้ายกัน โดยชุดตรวจราคา 99 ดอลลาร์ ครอบคลุมตัวบ่งชี้ทางชีวภาพมากกว่า 50 รายการ และมีการจัดโปรโมชั่นลดราคาเป็นระยะ

Quest มีศูนย์ให้บริการประมาณ 2,000 แห่งทั่วสหรัฐฯ และผลตรวจจะปรากฏในแอปสุขภาพหลังจากเข้ารับการตรวจไม่นาน

เพิ่มการประเมินการเคลื่อนไหว และสุขภาพที่บ้าน

Apple จะเพิ่มแบบประเมินสุขภาพรูปแบบใหม่ที่ผู้ใช้สามารถทำได้เองที่บ้าน เช่น การทดสอบ VO2 max ซึ่งใช้กล้องของ iPhone ติดตามการเคลื่อนไหว ขณะที่ผู้ใช้ทำตามท่าทางและคำแนะนำจากผู้ฝึกสอน พร้อมให้คำแนะนำผ่านเสียงและภาพแบบเรียลไทม์

นอกจาก VO2 max ยังมีการประเมินทางกายภาพเชิงลึกสำหรับวัดความยืดหยุ่น ความแข็งแรง การทรงตัว และกลไกการเคลื่อนไหว

Apple ระบุว่าแบบทดสอบเหล่านี้ช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบว่าร่างกายเคลื่อนไหวได้ดีเพียงใด หรือติดตามความคืบหน้าระหว่างการฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บได้

การประมวลผลแบบทดสอบทั้งหมดจะเกิดขึ้นบนอุปกรณ์ โดยไม่มีการบันทึกหรือจัดเก็บวิดีโอ และผู้ใช้จะได้รับแผนการออกกำลังกายหลังทำแบบทดสอบเสร็จ

Cycle Tracking รองรับช่วงก่อน และหลังหมดประจำเดือน

Apple จะเพิ่มการรองรับภาวะก่อนหมดประจำเดือน (Perimenopause) และวัยหมดประจำเดือน (Menopause) ให้กับฟีเจอร์ Cycle Tracking ภายในแอปสุขภาพ

เงื่อนไขด้านอุปกรณ์

ผู้ใช้ Apple Watch ที่มี iPhone ซึ่งรองรับ Apple Intelligence จะได้รับแอปสุขภาพเวอร์ชันใหม่เมื่อเปิดให้ใช้งาน

อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์ Readiness, การตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ถี่ขึ้น และการตรวจวัด HRV ที่ถี่ขึ้น จะต้องใช้ Apple Watch Series 12 หรือ Apple Watch Ultra 4

กำหนดเปิดให้ใช้งาน

Apple ระบุว่าแอปสุขภาพเวอร์ชันใหม่จะเปิดให้ใช้งานในช่วงปลายปี 2026 แต่ยังไม่ประกาศวันที่อย่างเจาะจง

ในช่วงเปิดตัวจะรองรับเฉพาะภาษาอังกฤษแบบสหรัฐฯ ก่อน และจะเพิ่มภาษาอื่น ๆ ในภายหลัง

ที่มา: MacRumors 

 

ความคิดเห็น - Like เพจ iPhoneMod.net

เขียนโดย Nattida Suriyodara

Writer and Content Creator from iMod