ผลทดสอบ iPhone 18 Pro เบื้องต้น เผยชิป A20 Pro มี CPU เร็วขึ้นสูงสุด 28% และ GPU เร็วขึ้นสูงสุด 40% เมื่อเทียบกับ A19 Pro
ผลทดสอบ iPhone 18 Pro เผยชิป A20 Pro แรงขึ้น CPU สูงสุด 28% และ GPU สูงสุด 40%
ผลทดสอบประสิทธิภาพเบื้องต้นของชิป A20 Pro ใน iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ปรากฏบนฐานข้อมูล Geekbench 6 เมื่อช่วงเช้าวันที่ 10 ก.ย. 2026 เผยให้เห็นประสิทธิภาพด้าน CPU และกราฟิกของอุปกรณ์ ก่อนเริ่มส่งมอบให้ลูกค้า

อย่างไรก็ตาม ผลทดสอบชุดนี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน โดยชิป A20 Pro ใน iPhone รุ่น Pro ดูเหมือนจะมีประสิทธิภาพ Single-core เร็วกว่าชิป A19 Pro ใน iPhone 17 Pro ประมาณ 21% ถึง 23% ส่วนประสิทธิภาพ Multi-core เร็วขึ้นประมาณ 27% ถึง 28% ถือเป็นการเพิ่มขึ้นที่ค่อนข้างมาก
คะแนน Geekbench ของ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max
ผลทดสอบของ iPhone 18 Pro ระบุคะแนน Single-core ที่ 4,719 คะแนน และ Multi-core ที่ 12,677 คะแนน
ส่วน iPhone 18 Pro Max ทำคะแนนได้ใกล้เคียงกัน โดยมีคะแนน Single-core อยู่ที่ 4,725 คะแนน และ Multi-core อยู่ที่ 12,575 คะแนน

ผลทดสอบของทั้งสองรุ่นระบุว่าชิป A20 Pro ใช้ CPU แบบ 6-core ซึ่งทำงานด้วยความเร็วประมาณ 4.93GHz
GPU แบบ 7-core เร็วกว่า A19 Pro สูงสุด 40%
ด้านประสิทธิภาพกราฟิก ชิป A20 Pro ก็มีการพัฒนาขึ้นอย่างชัดเจนเช่นกัน จากคะแนน Metal เบื้องต้นบนฐานข้อมูล Geekbench 6 ซึ่งยังไม่ได้รับการยืนยัน พบว่า GPU แบบ 7-core รุ่นเต็มที่ใช้ใน iPhone 18 Pro มีประสิทธิภาพเร็วกกว่า GPU แบบ 6-core ของชิป A19 Pro ประมาณ 38% ถึง 40%
ผลทดสอบดังกล่าวโดยรวมสอดคล้องกับข้อมูลที่ Apple ระบุไว้ในข่าวประชาสัมพันธ์และหน้าผลิตภัณฑ์ iPhone 18 Pro ว่า ชิป A20 Pro มีประสิทธิภาพ CPU เร็วกว่าชิป A19 Pro ใน iPhone 17 Pro สูงสุด 20% ขณะที่ GPU แบบ 7-core ใหม่มีประสิทธิภาพเร็วกว่าสูงสุด 40%
ผลิตด้วยกระบวนการ 2 นาโนเมตร
ชิป A20 Pro ผลิตด้วยกระบวนการขนาด 2 นาโนเมตร มาพร้อม CPU แบบ 6-core ที่มี Neural Accelerators รวมอยู่ภายใน และมีแบนด์วิดท์หน่วยความจำมากกว่าชิปรุ่นก่อนหน้า 50%
Apple ยังระบุว่าแพ็กเกจชิปแบบใหม่และระบบ Vapor Chamber ที่ออกแบบใหม่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานต่อเนื่องได้สูงสุด 40% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม ผลทดสอบที่ปรากฏในครั้งนี้เป็นการทดสอบเพียงไม่กี่รายการและยังไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างอิสระ จึงยังไม่สามารถบอกได้ว่าอุปกรณ์จะมีประสิทธิภาพอย่างไรเมื่อต้องเล่นเกมหรือประมวลผลงานหนักเป็นเวลานาน เนื่องจากคะแนน Benchmark และประสิทธิภาพในการใช้งานจริงอาจไม่สอดคล้องกันทั้งหมด
ที่มา: MacRumors
