Counterpoint Research เผย Apple และ Samsung มีส่วนแบ่งตลาดชิปสมาร์ตโฟน โตสวนทางตลาดรวม ท่ามกลางยอดจัดส่งชิปทั่วโลกที่ลดลง 21% ในไตรมาส 3 ปี 2026
Apple และ Samsung มีส่วนแบ่งตลาดชิปสมาร์ตโฟน โตสวนทางตลาดรวม ที่ลดลง 21% ในไตรมาส 3 ปี 2026
ข้อมูลจาก Counterpoint Research ระบุว่า Apple และ Samsung เป็นผู้ผลิตชิปเซตสมาร์ตโฟนรายใหญ่เพียงสองรายที่สามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดได้ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2026 ขณะที่ยอดจัดส่งชิปทั่วโลกลดลง 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
![]()
ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนชิ้นส่วนหน่วยความจำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยแบรนด์ส่วนใหญ่ได้ปรับขึ้นราคาสินค้ามากกว่าหนึ่งครั้งตลอดทั้งปี
ขณะที่ Apple ชะลอการปรับขึ้นราคา iPhone จนถึงเดือน ก.ย. 2026 พร้อมกับการเปิดตัว iPhone 18 Pro series ทำให้ iPhone ยังคงทำผลงานได้ดีกว่าภาพรวมของตลาดสมาร์ตโฟนที่กำลังเผชิญกับการชะลอตัวลงอย่างชัดเจน
Apple และ Samsung ขยับส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นใน Q3 2026
Apple ยังคงรั้งตำแหน่งอันดับ 3 ในตลาดชิปสมาร์ตโฟนระดับโลกในไตรมาสที่ 3 ของปี 2026 โดยมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 21% จากเดิม 17% ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2025 ทางด้าน Samsung อยู่ในอันดับที่ 5 ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 8% เพิ่มขึ้นจาก 6% ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และผู้ผลิตรายอื่นๆ มีส่วนแบ่งรวมกันเพิ่มจาก 4% เป็น 8%

สำหรับผู้นำตลาดอย่าง MediaTek ยังคงครองอันดับ 1 ด้วยส่วนแบ่ง 28% ซึ่งลดลง 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
ขณะที่ Qualcomm อยู่ในอันดับ 2 ด้วยส่วนแบ่ง 22% ลดลงจากเดิม 25% และ UNISOC อยู่ในอันดับ 4 ด้วยส่วนแบ่ง 13% ลดลงจาก 14% ซึ่งภาพรวมยอดจัดส่งของตลาดทั้งหมดลดลง 21% แต่ไม่ได้ระบุจำนวนตัวเลขยอดจัดส่งที่แน่นอน
การเปิดตัวชิป 2 นาโนเมตร และแนวโน้มตลาดในระยะถัดไป
Shivani Parashar นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Counterpoint Research ระบุว่า ในเดือน ก.ย. 2026 มีการเปิดตัวชิปเซตเรือธงระดับ 2 นาโนเมตร ของ TSMC รวม 3 รุ่น ได้แก่ Apple A20 series, MediaTek Dimensity 9600 Pro และ Qualcomm Snapdragon 8 Elite Gen 6 series ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดจัดส่งชิประดับพรีเมียมในไตรมาสที่ 4 ของปี 2026 ได้ แต่ปริมาณรวมยังคงมีแนวโน้มต่ำกว่าระดับของไตรมาสที่ 4 ในปี 2025
Counterpoint คาดการณ์ว่ายอดจัดส่งชิปสมาร์ตโฟนทั่วโลกจะลดลง 20% ในปี 2026 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และจะลดลงต่ออีก 3% ถึง 4% ในปี 2027 พร้อมประเมินว่าราคาหน่วยความจำจะยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อไปในปีหน้า
ซึ่งสอดคล้องกับที่ Apple ได้ระบุในเซสชันแถลงผลประกอบการไตรมาส 4 ประจำปีงบประมาณ 2026 ว่าสถานการณ์ราคาหน่วยความจำในปัจจุบันอยู่ในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และจะยังคงสร้างแรงกดดันต่ออัตรากำไรในไตรมาสถัดไป
ที่มา: 9to5Mac
