พาดู iPhone Duo จอพับเครื่องแรกของ Apple ตั้งแต่ดีไซน์ หน้าจอ 7.6 นิ้ว การใช้ 2 แอปพร้อมกัน ไปจนถึงกล้องและฟีเจอร์ถ่ายภาพที่ใช้ประโยชน์จากจอพับ
รีวิว iPhone Duo จอพับเครื่องแรกของ Apple
iPhone Duo รวมการใช้งานแบบ iPhone และ iPad ในเครื่องเดียว
iPhone Duo เป็นสมาร์ตโฟนจอพับเครื่องแรกของ Apple ที่เน้นการพกพาเมื่อพับและพื้นที่ใช้งานขนาดใหญ่เมื่อกาง โดยมีแนวคิดการออกแบบดังนี้:
- ขนาดเมื่อพับได้รับแรงบันดาลใจจากพาสปอร์ตและสมุดจดโน้ต เพื่อให้พกพาและใส่กระเป๋าได้สะดวก
- เมื่อกางจะได้หน้าจอขนาด 7.6 นิ้ว สำหรับเล่นเกม ทำงาน อ่านหนังสือ ดูภาพยนตร์ และเปิด 2 แอปพร้อมกัน
- ดีไซน์ไม่สมมาตร ด้านหนึ่งเป็นขอบเหลี่ยม ส่วนอีกด้านเป็นขอบมน โดย Apple อธิบายว่าต้องการชวนให้หยิบมาเปิดใช้งาน
- มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Star White และ Night Sky โดย Star White เป็นสีที่ขายดี
เครื่องวางมาแบบกางหน้าจอและมี iOS 27.1 ให้อัปเดต
การเริ่มใช้งานมีทั้งเรื่องรอยพับ ซอฟต์แวร์ และการติดตั้งเคสที่ควรรู้ ดังนี้:
- ตัวเครื่องในกล่องวางมาแบบกางหน้าจอ ไม่ได้พับไว้
- เมื่อแกะกล่องครั้งแรกไม่เห็นรอยพับกลางจอ แต่หลังพับประมาณ 1–2 ครั้ง รอยพับเริ่มเห็นได้ชัดขึ้น
- หลังตั้งค่าเครื่องมี iOS 27.1 ให้อัปเดตเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ จึงแนะนำให้อัปเดตก่อนใช้งาน
- เคส MagSafe แบ่งเป็น 2 ชิ้น มีแถบกาวด้านในช่วยยึดเคสกับตัวเครื่อง โดยต้องเก็บส่วนกาวสำหรับยึดเครื่องไว้
ตัวเครื่องหนา 5.2 มม. เมื่อกาง ใช้กรอบไทเทเนียมเกรด 5
ตำแหน่งปุ่ม วัสดุ และขนาดตัวเครื่องมีรายละเอียดดังนี้:
- ด้านข้างมีปุ่ม Power พร้อม Touch ID และปุ่ม Camera Control ส่วนปุ่มเพิ่มเสียงและลดเสียงอยู่ด้านบน
- มีพอร์ต USB-C พร้อมลำโพงด้านบนและด้านล่าง
- กรอบเครื่องใช้ไทเทเนียมเกรด 5 ขึ้นรูปอย่างแม่นยำและขัดเงาแบบกระจก แต่เกิดรอยนิ้วมือได้ง่าย จึงต้องเช็ดเป็นระยะ
- เมื่อพับหนา 11.4 มม. และเมื่อกางหนา 5.2 มม. เป็น iPhone ที่บางที่สุดของ Apple เทียบกับ iPhone Air รุ่นก่อนหน้าที่หนา 5.6 มม.
- น้ำหนักประมาณ 254 กรัม มากกว่า iPhone 18 Pro Max ที่หนัก 249 กรัม
โครงสร้างเสริมแรงและกระจกด้านนอกรองรับการใช้งานแบบจอพับ
วัสดุรอบตัวเครื่องและหน้าจอเลือกใช้แตกต่างกันตามตำแหน่ง ดังนี้:
- ฝาครอบบานพับผลิตจากไทเทเนียมเกรด 5 ด้วยการพิมพ์ 3 มิติ เป็นชิ้นส่วนพิมพ์ 3 มิติที่ใหญ่ที่สุดที่ Apple ใช้ใน iPhone
- ฝาครอบบานพับใช้พื้นผิวด้านแบบ micro-blasted ต่างจากกรอบเครื่องที่ขัดเงา
- โครงสร้างตรงกลางมีซี่เสริมแรง ส่วนช่องแบ่งเสาอากาศมีชิ้นแทรกเส้นใยเซรามิกที่แข็งแรงกว่าไทเทเนียมเกรด 5 ถึง 3 เท่า
- หน้าจอด้านนอกใช้ Ceramic Shield 2 ส่วนกระจกด้านหลังใช้ Ceramic Shield
- หน้าจอด้านในใช้พื้นผิว nano-texture แบบด้าน ช่วยลดแสงสะท้อนและทำให้รอยพับสังเกตได้ยากขึ้น
- รองรับมาตรฐาน IP68 โดย Apple ทดสอบการจมน้ำลึก 6 ม. นาน 30 นาที
บานพับใช้ชิ้นส่วนมากกว่า 100 ชิ้นและตั้งได้หลายมุม
กลไกบานพับช่วยทั้งการเปิดปิดและการตั้งเครื่องใช้งาน โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- ประกอบด้วยชิ้นส่วนขนาดเล็กมากกว่า 100 ชิ้น ใช้ระบบแรงบิดแบบแปรผันควบคุมแรงต้านขณะพับและกาง
- เมื่อเริ่มเปิดหรือใกล้พับปิดจะมีแรงช่วยส่ง ทำให้ไม่ต้องออกแรงตลอดการเคลื่อนของบานพับ
- ชุดแม่เหล็กภายในช่วยให้พับปิดแนบสนิท และชิ้นส่วนภายในผ่านกระบวนการเพิ่มความแข็งผิวเพื่อรักษาคุณสมบัติระยะยาว
- Apple ใช้อัลกอริทึม AI จับคู่บานพับกับโครงสร้างตัวเครื่องแต่ละชิ้น เพื่อให้จัดแนวได้เหมาะสมทั้งตอนกางและพับ
- ตั้งเครื่องได้หลายมุม ทั้งแบบเต็นท์และแบบมุมฉาก โดยไม่ต้องกางราบเสมอไป
หน้าจอนอก 5.4 นิ้วและจอใน 7.6 นิ้วรองรับ ProMotion 120Hz
หน้าจอทั้งสองใช้เทคโนโลยีพื้นฐานเดียวกัน แต่มีพื้นที่สำหรับการใช้งานต่างกัน ดังนี้:
- จอนอกเป็น Super Retina XDR ขนาด 5.4 นิ้ว อัตราส่วน 1:1.4 โดย Apple เปรียบเทียบว่ามีพื้นที่แสดงผล 90% ของ iPhone 18 Pro
- จอนอกใช้ดูข้อความ ถ่ายภาพ ดูข้อมูลนำทาง ใช้แอปทั่วไป และเล่นเกมบางเกมได้
- จอในเป็น Super Retina XDR ขนาด 7.6 นิ้ว เล็กกว่า iPad mini ที่มีหน้าจอ 8.3 นิ้ว แต่เป็นหน้าจอ iPhone ที่ใหญ่ที่สุดของ Apple
- Apple ระบุว่าจอในใหญ่กว่า iPhone 18 Pro Max ราว 50% และใหญ่กว่า iPhone 18 Pro ประมาณ 80% พร้อมขอบหน้าจอบางและใช้งานได้ทั้งแนวตั้งกับแนวนอน
- ทั้งสองจอรองรับ ProMotion 120Hz ความสว่างกลางแจ้งสูงสุด 3,000 นิต และ Always-On Display
- หน้าจอทั้งสองใช้อัตราส่วนเดียวกันเพื่อให้การแสดงผลต่อเนื่องเมื่อพับและกาง ส่วนการดูวิดีโอมีทั้งเนื้อหา 16:9 และ 4:3 ซึ่งอาจเห็นขอบดำ
- กล้อง FaceTime ใต้หน้าจอด้านในยังสังเกตเห็นได้ โดยการใช้งานพบว่าเห็นยากบนพื้นหลังสว่าง และเห็นชัดขึ้นบนพื้นหลังมืด
Touch ID ใช้ได้ทั้งตอนพับและกางเครื่อง
การยืนยันตัวตนใช้ปุ่มด้านข้างร่วมกับทางเลือกปลดล็อกผ่าน Apple Watch ดังนี้:
- Touch ID อยู่บนปุ่ม Power และใช้งานได้ทั้งหน้าจอนอกกับหน้าจอใน
- บันทึกลายนิ้วมือได้หลายนิ้ว เพื่อรองรับทั้งมือซ้าย มือขวา และท่าจับเครื่องที่ต่างกัน
- แนะนำให้บันทึกนิ้วชี้กับนิ้วโป้งของทั้งสองมือ เพื่อไม่ต้องเอื้อมนิ้วเมื่อหมุนเครื่องหรือดูวิดีโอ
- เปิดการตั้งค่าปลดล็อกด้วย Apple Watch ได้ จากนั้นปลุกหน้าจอ มอง Apple Watch และปัดเปิดใช้งาน
iOS 27 ปรับหน้าตาตามการกาง พับ และหมุนเครื่อง
แม้บางหน้าจะมีรูปแบบคล้าย iPad แต่ iPhone Duo ใช้ iOS โดยมีการจัดวางดังนี้:
- เครื่องที่ใช้งานเป็น iOS 27.1 ไม่ใช่ iPadOS
- เมื่อกางหน้าจอ Dock อยู่บริเวณมุมขวา และเรียก Control Center เพื่อดูแบตเตอรี่ Wi-Fi รวมถึงเซลลูลาร์หรือ eSIM ได้
- หน้าจอด้านในหมุนได้ทั้งแนวนอนและแนวตั้ง รวมถึงปรับเนื้อหาเมื่อพับครึ่ง
- หน้าการตั้งค่าแนวนอนแบ่งรายการเมนูด้านซ้ายและเนื้อหาด้านขวา ส่วนแนวตั้งปรับเป็นรูปแบบที่ใกล้กับ iPhone ทั่วไป
- หน้าจอโฮมด้านนอกไม่หมุนเป็นแนวนอน แต่เมื่อเข้าแอปที่รองรับ เช่น Apple Music จะใช้งานแนวนอนได้
- การพับและกางมีแอนิเมชันเฟดบริเวณด้านข้าง เพื่อส่งต่อเนื้อหาระหว่างหน้าจอ
หน้าจอโฮมด้านในแสดง 2 หน้าคู่กันและปรับ Dynamic Island
พื้นที่หน้าจอที่กว้างขึ้นทำให้การจัดหน้าจอล็อก หน้าจอโฮม และข้อมูลสถานะเปลี่ยนไป ดังนี้:
- ทางลัดไฟฉายและกล้องบนหน้าจอล็อกย้ายมาอยู่มุมล่างขวา พร้อมข้อมูลสถานะแบตเตอรี่ Wi-Fi และ Dynamic Island
- ปรับภาพพื้นหลัง ขยายนาฬิกา และสร้างฉากเชิงมิติได้ รวมถึงย้ายนาฬิกาไปด้านบนเพื่อลดการบดบังภาพ
- หน้าจอโฮมด้านในเป็นหน้าจอโฮม 2 หน้าวางคู่กัน ต่างจาก iPadOS ที่แสดงหน้าจอโฮมเดียวในแต่ละครั้ง
- จัดวางวิดเจ็ตขนาดใหญ่และไอคอนแอปในพื้นที่แต่ละฝั่งได้
- Dynamic Island ด้านในแสดงบริเวณกล้อง FaceTime ส่วนจอนอกอยู่ตำแหน่งเดียวกัน และกดค้างเพื่อดูข้อมูล เช่น ตัวนับถอยหลังได้
คีย์บอร์ดแยกซ้ายขวาได้ด้วยเมนูหรือการพับหน้าจอ
คีย์บอร์ดปรับตามพื้นที่และท่าจับเครื่องได้หลายรูปแบบ ดังนี้:
- เมื่อกางหน้าจอใช้คีย์บอร์ดแบบเต็มพื้นที่ ส่วนจอนอกใช้คีย์บอร์ดที่ปรับตามขนาดหน้าจอ
- แยกคีย์บอร์ดซ้ายขวาได้จากเมนูจุด 3 จุด แล้วเลือกแยกออก
- พับหน้าจอเล็กน้อยเพื่อให้คีย์บอร์ดแยกออกได้เช่นกัน ช่วยลดระยะเอื้อมถึงแป้นกลางจอ
- ใช้งานแนวตั้งหรือพับเครื่องแล้ววางพิมพ์ได้ตามความถนัด
- การใช้งานพบว่าตัวอักษรภาษาไทยบนคีย์บอร์ดด้านในมีขนาดเล็กกว่าภาษาอังกฤษ
แอปของ Apple ปรับพื้นที่แสดงผลให้เข้ากับจอพับ
แอปติดเครื่องหลายตัวรองรับทั้งพื้นที่ขนาดใหญ่และการใช้งานต่อบนจอนอก ดังนี้:
- แอปสภาพอากาศมีแถบด้านข้างสำหรับเลือกพื้นที่ เช่น สันทราย และเปิดข้อมูลอย่างปริมาณฝนแบบเต็มหน้าจอได้
- แอปแผนที่แสดงรายละเอียดสถานที่ด้านซ้าย เช่น Domino’s Pizza และพับเครื่องเพื่อใช้จอนอกนำทางต่อได้
- แอป Watch ปรับหน้าการตั้งค่าให้มีรูปแบบสอดคล้องกับหน้าการตั้งค่าของ iPhone Duo
- Safari แสดงเว็บได้ทั้งแนวนอน แนวตั้ง และขณะพับหน้าจอ
- Apple TV แสดงวิดีโอเต็มจอได้ และเมื่อพับครึ่งจะย้ายวิดีโอไปด้านบน พร้อมแผงควบคุมและแถบเลื่อนด้านล่าง
- เมื่อพับปิดเครื่องยังดูวิดีโอต่อผ่านจอนอกได้
StandBy ใช้ได้โดยไม่ต้องเสียบชาร์จ
StandBy เป็นฟีเจอร์ที่มีอยู่แล้ว แต่บน iPhone Duo ใช้รูปทรงจอพับช่วยตั้งเครื่องได้ดังนี้:
- ตั้งแบบเต็นท์และอยู่ที่หน้าจอล็อกเพื่อแสดงนาฬิกา สภาพอากาศ หรือมุมมองอื่น โดยไม่ต้องชาร์จเหมือนเงื่อนไขของ iPhone รุ่นก่อนหน้า
- ปัดเปลี่ยนมุมมอง StandBy ได้หลายแบบ
- รองรับการแสดงผลทั้งหน้าจอนอกและหน้าจอใน รวมถึงมุมมองที่มีรูปภาพกับนาฬิกา
- เมื่อตั้งปลุกและใช้งานในห้องมืด หน้าจอจะค่อย ๆ สว่างขึ้นขณะเสียงปลุกดัง
Split View เปิด 2 แอปได้ แต่ยังปรับสัดส่วนหน้าต่างไม่ได้
การทำงานหลายแอปใช้พื้นที่หน้าจอ 7.6 นิ้ว โดยมีวิธีใช้และข้อจำกัดดังนี้:
- เปิดแอปแรก กดค้างบริเวณด้านล่างแล้วลากไปฝั่งซ้ายหรือขวา จากนั้นเลือกแอปที่ต้องการเปิดคู่กัน
- เวอร์ชันที่ทดสอบยังปรับขนาดพื้นที่แต่ละฝั่งไม่ได้ การลากตัวแบ่งไปจนสุดจะทำให้อีกแอปออกจากหน้าจอ
- Safari เปิด 2 หน้าต่างของแอปเดียวกันได้ เช่น เปิดเว็บ Apple คู่กับ iMoD เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลหรือสินค้า
- การเปิดแอปเดียวกัน 2 หน้าต่างรองรับเฉพาะบางแอป โดย YouTube ที่ทดสอบยังทำไม่ได้
- ลากสลับตำแหน่งแอปซ้ายและขวาได้ แอปที่รองรับมีทางลัดเพิ่มเติม ส่วน YouTube อาจยังรองรับรูปแบบของ iPhone Duo ไม่เต็มที่
- บันทึกคู่แอปโดยกดค้างตรงกลางจนมีรอยเชื่อม แล้วเรียกกลับจาก Multitasking ได้
- สร้างคู่แอปได้หลายชุด เช่น Safari คู่กับแอปกีฬา และ App Store คู่กับนาฬิกา โดยไม่ต้องจัดใหม่ทุกครั้ง
PiP ล็อกวิดีโอด้านบนและลากข้อมูลข้ามแอปได้
การแบ่งพื้นที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะการเปิดแอปคู่กัน แต่ยังใช้งานร่วมกันได้ดังนี้:
- เปิดวิดีโอเป็นหน้าต่าง PiP และเมื่อถือแนวตั้งสามารถล็อกวิดีโอไว้ด้านบน พร้อมเลื่อนดูเนื้อหาด้านล่าง
- ดูวิดีโอพร้อมใช้งาน Facebook ได้ และพับครึ่งเครื่องเพื่อแยกวิดีโอด้านบนกับ Facebook ด้านล่างได้เช่นกัน
- ลากภาพจาก Safari ไปใส่ในแอปโน้ตขณะเปิดคู่กันได้
- เปิดแอปกล้องคู่กับแอปรูปภาพ เพื่อให้ภาพที่เพิ่งถ่ายปรากฏในคลังอีกฝั่ง โดยไม่ต้องแตะภาพตัวอย่างในแอปกล้องทุกครั้ง
กล้องหลัง 48 ล้านพิกเซล 2 ตัว รองรับวิดีโอ 4K 120 fps
ชุดกล้องหลังมีทั้งกล้องหลักและ Ultra Wide โดยความสามารถสำคัญมีดังนี้:
- Fusion Main Camera ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ครอปพิกเซลเพื่อถ่ายระยะ 2 เท่าได้ แต่ไม่มีรูรับแสงปรับได้เหมือน iPhone 18 Pro
- Fusion Ultra Wide Camera ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ใช้ถ่ายมุมกว้างทั้งกลางวันและกลางคืน รวมถึงภาพมาโคร
- ไม่มีกล้อง Telephoto แยก โดยใช้การครอปจากกล้องหลักสำหรับระยะ 2 เท่า
- กล้องหลังรองรับวิดีโอ 4K 120 fps
- ถ่ายวิดีโอพื้นฐานแล้วเพิ่มเอฟเฟ็กต์โหมดภาพยนตร์ภายหลังได้ เช่นเดียวกับ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max
- โหมดภาพยนตร์รองรับ 120 fps เพื่อนำไปทำ slow motion ได้
กล้องหน้าด้านนอก 12 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องด้านในรองรับวิดีโอ 1080p
กล้องด้านหน้าทั้งสองตำแหน่งรองรับรูปแบบการใช้งานต่างกัน ดังนี้:
- กล้องหน้าด้านนอกอยู่มุมซ้ายบน ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รองรับ Center Stage
- Center Stage ช่วยจัดคนให้อยู่กลางเฟรม และปรับมุมให้เหมาะกับการถ่ายภาพหมู่
- กล้อง FaceTime ด้านในอยู่ใต้หน้าจอ รองรับวิดีโอ 1080p และใช้วิดีโอคอลขณะกางหรือตั้งเครื่องเป็นมุมฉากได้
- การทดลองถ่ายภาพนิ่งด้วยกล้องด้านในพบว่าภาพไม่คมชัดนัก ส่วนการใช้งานวิดีโอคอลยังทำได้
Duo FaceTime ใช้กล้องด้านในและกล้องหลังพร้อมกัน
การสนทนาผ่าน FaceTime ใช้ประโยชน์จากกล้องและหน้าจอสองฝั่งได้ดังนี้:
- ใช้กล้องด้านในแสดงใบหน้าผู้ใช้ พร้อมเปิดกล้องหลังให้คู่สนทนาเห็นวัตถุหรือคนที่อยู่ด้านหน้า
- หน้าจอแสดงทั้งผู้ใช้ ภาพจากกล้องหลัง และคู่สนทนาปลายสายได้พร้อมกัน
- ระหว่างการสาธิตปรับกล้องหลังได้ที่ 4x, 0.5x และ 1x
- เปิด Duo Preview เพื่อให้จอนอกแสดงคู่สนทนาปลายสาย คนที่อยู่ฝั่งจอนอกจึงร่วมคุยกับผู้ใช้และปลายสายได้ รวมเป็น 3 คน
Duo Preview ให้ตัวแบบเห็นภาพจากกล้องหลังบนจอนอก
การถ่ายภาพและวิดีโอด้วยกล้องหลังใช้หน้าจอนอกเป็นภาพตัวอย่างให้ตัวแบบได้ดังนี้:
- กางเครื่อง เปิดแอปกล้อง แล้วเลือก Duo Preview จากเมนูบริเวณมุมบนของหน้าจอ
- จอนอกแสดงภาพจากกล้องหลัง เพื่อให้ตัวแบบตรวจเสื้อผ้า หน้าผม และจัดท่าทางก่อนถ่าย
- ขณะถ่ายควรมองกล้องหลัง ไม่ใช่กล้องหน้าหรือภาพบนจอนอก เพื่อให้สายตาตรงกับกล้องที่ใช้งาน
Kid Cue แสดงการ์ตูนดึงสายตาเด็กบนจอนอก
Kid Cue ใช้หน้าจอด้านนอกช่วยดึงความสนใจระหว่างถ่ายภาพเด็ก โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- เปิดเมนูมุมบนซ้ายในแอปกล้อง แล้วเลือกดึงดูดสายตาเด็ก
- หน้าจอนอกแสดงการ์ตูน เช่น Snoopy เพื่อช่วยให้เด็กหันมามองขณะถ่ายภาพหรือวิดีโอ
- การทดลองกับลูกชายพบว่าเด็กยิ้มและสนใจตัวการ์ตูน ทำให้จับจังหวะถ่ายภาพได้ง่ายขึ้น
- ข้อสังเกตคือเด็กอาจมองหน้าจอแทนกล้อง ทำให้สายตาไม่ตรงกับเลนส์
Smart Take ถ่ายอัตโนมัติเมื่อโพสท่า แต่ใช้กับโหมดบุคคลไม่ได้
Smart Take ช่วยถ่ายภาพเมื่อตั้งเครื่องไว้ โดยมีความสามารถและเงื่อนไขดังนี้:
- ใช้ A20 Pro วิเคราะห์ท่าทางของคนในเฟรม เมื่อโพสท่าอยู่นิ่ง ระบบจะถ่ายภาพให้โดยไม่ต้องวิ่งไปกดชัตเตอร์หรือตั้งเวลาทุกครั้ง
- รองรับทั้งกล้องหลังและกล้องหน้าด้านนอก
- เปิดได้ในโหมดภาพถ่ายปกติผ่านตัวเลือกถ่ายภาพอัจฉริยะ แต่ไม่รองรับโหมดภาพถ่ายบุคคล
- การสาธิตด้วยกล้องหลังถ่ายต่อเนื่องตามการเปลี่ยนท่าได้ แต่ตัวแบบไม่เห็นหน้าตัวเองในรูปแบบการตั้งเครื่องดังกล่าว
- เมื่อใช้กล้องหน้าด้านนอก 12 ล้านพิกเซล สามารถขยายมุมและสลับภาพแนวตั้งกับแนวนอนได้ พร้อมการรองรับ Center Stage
เซลฟีด้วยกล้องหลังได้ทั้งกล้องหลักและ Ultra Wide
จอนอกยังใช้เป็นช่องมองภาพสำหรับถ่ายตัวเองด้วยกล้องหลังได้ดังนี้:
- ใช้ Duo Preview เพื่อดูภาพตัวเองบนหน้าจอนอกขณะถ่ายภาพหรือวิดีโอด้วยกล้องหลัง
- เลือกใช้ได้ทั้งกล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล และ Ultra Wide 48 ล้านพิกเซล
- การสาธิตใช้โหมดภาพถ่ายบุคคล และเลือกระยะ 1x หรือ 2x ได้
ข้อดีของ iPhone Duo อยู่ที่พื้นที่จอและการใช้สองฝั่งร่วมกัน
จุดที่ใช้ประโยชน์ได้จากความสามารถที่สาธิตมีดังนี้:
- หน้าจอใน 7.6 นิ้วเพิ่มพื้นที่อ่านเนื้อหา ดูภาพยนตร์ และใช้งาน 2 แอปพร้อมกัน
- หน้าจอทั้งสองรองรับ ProMotion 120Hz ความสว่างกลางแจ้งสูงสุด 3,000 นิต และ Always-On Display เหมือนกัน
- Split View รองรับการลากภาพข้ามแอป และบันทึกคู่แอปไว้เรียกใช้ซ้ำได้
- บานพับตั้งได้หลายมุม และใช้ StandBy โดยไม่ต้องเสียบชาร์จ
- Duo Preview, Kid Cue และ Smart Take ใช้จอพับช่วยทั้งการจัดท่าทาง ดึงความสนใจเด็ก และถ่ายอัตโนมัติ
- เซลฟีด้วยกล้องหลังได้ทั้งกล้องหลักและ Ultra Wide โดยใช้จอนอกดูภาพ
ข้อสังเกตมีทั้งน้ำหนัก ข้อจำกัด Split View และกล้องด้านใน
เงื่อนไขการใช้งานที่ควรรู้มีดังนี้:
- น้ำหนักประมาณ 254 กรัม มากกว่า iPhone 18 Pro Max ที่หนัก 249 กรัม และกรอบขัดเงาเกิดรอยนิ้วมือได้ง่าย
- หลังพับใช้งานเริ่มเห็นรอยพับได้ แม้พื้นผิว nano-texture จะช่วยให้สังเกตยากขึ้น
- Split View เวอร์ชันที่ทดสอบยังปรับสัดส่วนไม่ได้ และการเปิดแอปเดียวกัน 2 หน้าต่างขึ้นอยู่กับการรองรับของแต่ละแอป
- กล้อง FaceTime ใต้จอด้านในยังมองเห็นได้ และภาพนิ่งจากการทดลองไม่คมชัดนัก
- ไม่มีกล้อง Telephoto แยก และกล้องหลักไม่มีรูรับแสงปรับได้เหมือน iPhone 18 Pro
- Smart Take ใช้กับโหมดภาพถ่ายบุคคลไม่ได้ ส่วน Kid Cue อาจทำให้เด็กมองหน้าจอแทนเลนส์กล้อง