Mark Zuckerberg เผย Meta เข้าสู่เฟสใหม่กับ Muse ตั้งเป้าสร้างรายได้ต่อผู้ใช้สูงกว่า Facebook และ Instagram
Mark Zuckerberg เผย Meta เข้าสู่เฟสใหม่กับ Muse คาดสร้างรายได้แซงหน้าแอปเดิม
หลังจากที่ Meta เปิดตัว Muse ได้เพียงไม่กี่สัปดาห์ ผู้ช่วยส่วนตัว (Personal Agent) รายนี้ได้กลายมาเป็นหัวใจสำคัญในแผนการสร้างรายได้จากการลงทุนมหาศาลด้าน AI ของบริษัท

โดย Mark Zuckerberg ซีอีโอของ Meta เปิดเผยว่าบริษัทกำลังดำเนินการสร้างรายได้จากผู้ช่วยดังกล่าว และคาดว่า Muse จะสามารถสร้างรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ได้สูงกว่า Facebook และ Instagram ในท้ายที่สุด
ผู้ใช้งานแตะ 10 ล้านรายอย่างรวดเร็ว
แม้ว่า Muse จะเปิดให้บริการเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา แต่ Meta พบว่า มีอัตราการเริ่มใช้งานอย่างมีนัยสำคัญ โดย Zuckerberg ระบุว่ามีผู้คนมากกว่า 10 ล้านคนเริ่มใช้งาน Muse นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อช่วงต้นเดือน ก.ย. และเสริมระหว่างการรายงานผลประกอบการไตรมาสที่สามของบริษัทว่า เมื่อ Muse เข้ากับความต้องการของตลาดอย่างชัดเจนแล้ว บริษัทจึงกำลังเข้าสู่เฟสใหม่ที่เป็นขั้นตอนการดำเนินงานเพื่อมุ่งเน้นการขยายขนาด โดยคาดหวังว่าจะขยาย Muse ให้รองรับผู้ใช้งานหลายพันล้านคน

โมเดลสร้างรายได้จากอีคอมเมิร์ซและการสมัครสมาชิก AI
ต้นทุนการให้บริการ Muse สูงกว่าบริการอื่นๆ ของ Meta อย่างเห็นได้ชัด ซึ่ง Zuckerberg กล่าวว่าบริษัทกำลังวางแผนหารายได้ โดย Meta วางแผนสร้างเครื่องมือสำหรับการค้าที่จะช่วยให้สามารถเก็บค่าธรรมเนียมจากธุรกิจต่าง ๆ สำหรับธุรกรรมที่ทำผ่าน Muse ทั้งนี้ การซื้อสินค้าเป็นรูปแบบการใช้งานที่พบบ่อยที่สุดในปัจจุบัน และผู้ใช้มียอดการใช้จ่ายเฉลี่ย 200 ดอลลาร์ (ประมาณ 6,800 บาท) ต่อการซื้อหนึ่งครั้ง นอกจากนี้ Meta ยังจะรวมระบบสมัครสมาชิก AI สำหรับผู้ใช้ทั่วไปและเจ้าของธุรกิจที่มีการใช้งานอย่างหนักเข้ามาด้วย
คาดรายได้ต่อผู้ใช้ในสหรัฐฯ จะสูงกว่ากลุ่มแอปเดิม
Zuckerberg คาดการณ์ว่ารายได้จาก Muse อาจแซงหน้ารายได้ที่บริษัทได้รับจากกลุ่มแอปในปัจจุบันในบางมิติ โดยระบุว่ารายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกาจากกลุ่มแอปที่มีอยู่เดิมอยู่ที่หลายร้อยดอลลาร์ต่อปี และคาดว่า Muse จะแตะระดับที่สูงกว่านั้นได้เมื่อเวลาผ่านไป จากปริมาณการค้าที่เริ่มเกิดขึ้นจริงแล้วในปัจจุบัน

เชื่อมโยงแว่นตาอัจฉริยะเพื่อผลักดันการสมัครสมาชิกแบบพรีเมียม
Muse ยังเป็นหัวใจสำคัญในแผนสร้างรายได้เพิ่มเติมจากแว่นตา AI ของ Meta ซึ่งแม้ปัจจุบันบริษัทไม่ได้ทำกำไรจำนวนมากจากฮาร์ดแวร์ที่จำหน่าย แต่การเพิ่ม Muse ลงในผลิตภัณฑ์จะช่วยให้ Meta ขายแพ็กเกจสมัครสมาชิก AI ได้มากขึ้น โดย Meta ได้แสดงตัวอย่าง Muse บนแว่นตาอัจฉริยะในงาน Connect เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งผู้ใช้สามารถพูดคุยกับผู้ช่วยได้ในลักษณะเดียวกับ Meta AI พร้อมตรวจสอบงานหรือเพิ่มรายการในสิ่งที่ต้องทำ
แม้ Meta จะไม่ได้ระบุว่าการใช้งาน Muse บนแว่นตาจะต้องสมัครสมาชิกแยกต่างหากหรือไม่ แต่จากที่ Zuckerberg กล่าว ชี้ว่าฟีเจอร์บางส่วนของ Muse บนแว่นตาจะถูกจำกัดไว้เฉพาะผู้ที่จ่ายเงิน เช่นเดียวกับที่บริษัทเคยพิจารณาคิดค่าบริการเพิ่มเติมสำหรับฟีเจอร์อื่น ๆ ของแว่นตา รวมถึงความสามารถในการช่วยฟังที่กำลังจะมาถึง ทั้งนี้ Muse จะพร้อมใช้งานบนแว่นตาของ Meta ในเดือนหน้า
ที่มา: engadget
