MacRumors แชร์ผล จำกัดการชาร์จ iPhone ที่ 80% นาน 3 ปี โดย iPhone 17 Pro Max ใช้ครบปีเหลือสุขภาพแบตเตอรี่ 97% แต่ยังสรุปไม่ได้ว่าเกิดจากการจำกัดชาร์จเพียงอย่างเดียว
MacRumors เผยผลทดสอบ จำกัดชาร์จ iPhone ที่ 80% นาน 3 ปี
แปลจากบทความประสบการณ์ และความคิดเห็นจาก Juli Clover แห่ง MacRumors
ตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา iPhone รุ่นใหม่ของ Apple มีตัวเลือกจำกัดการชาร์จไว้ที่ 80% สำหรับผู้ที่ต้องการยืดอายุแบตเตอรี่ โดยแนวคิดคือ การชาร์จไม่เต็ม 100% จะช่วยลดภาระที่แบตเตอรี่ต้องรับ และอาจช่วยให้เสื่อมช้าลง
Juli Clover ผู้เขียน MacRumors ใช้การตั้งค่านี้มาตลอด 3 ปี เริ่มจาก iPhone 15 Pro Max ตามด้วย iPhone 16 Pro Max และล่าสุดคือ iPhone 17 Pro Max พร้อมนำผลสุขภาพแบตเตอรี่ของแต่ละเครื่องมาเล่าให้ฟัง
iPhone 17 Pro Max ใช้ครบปี เหลือความจุสูงสุด 97%
หลังใช้ iPhone 17 Pro Max เป็นเวลา 12 เดือน โดยจำกัดการชาร์จสูงสุดไว้ที่ 80% เครื่องของ Clover ยังมีความจุสูงสุดของแบตเตอรี่ 97% และมีจำนวนรอบชาร์จ 277 รอบ ซึ่งเป็นผลดีที่สุดที่ Clover เคยได้จากการเปิดใช้ตัวเลือกนี้

เมื่อเทียบกับเครื่องก่อนหน้า iPhone 16 Pro Max มีความจุสูงสุด 94% หลังใช้งาน 12 เดือน ส่วน iPhone 15 Pro Max ก็มีความจุสูงสุด 94% เมื่อครบปีในปี 2024 เช่นกัน
ตัวเลขความจุสูงสุดเหล่านี้เป็นค่าที่ใช้สะท้อนสุขภาพแบตเตอรี่ ส่วน 80% คือระดับที่ตั้งให้เครื่องหยุดชาร์จ จึงเป็นตัวเลขคนละความหมายกัน
ชาร์จผ่าน USB-C มากขึ้น และความร้อนลดลง อาจมีส่วนต่อผลลัพธ์
ในปีที่ใช้ iPhone 16 Pro Max, Clover พยายามไม่ปล่อยให้แบตเตอรี่ลดต่ำกว่า 20% และทำเช่นเดียวกันกับ iPhone 17 Pro Max แต่เพิ่มการชาร์จผ่าน USB-C ให้มากกว่าการชาร์จไร้สายด้วย Qi2 หรือ MagSafe
Clover ยังไม่แน่ใจว่าการเปลี่ยนวิธีชาร์จช่วยให้ได้ผลดีขึ้นหรือไม่ อีกปัจจัยหนึ่งคือ iPhone 17 Pro Max เปลี่ยนมาใช้วัสดุอะลูมิเนียม และเพิ่มระบบระบายความร้อนแบบ vapor chamber โดย Clover รู้สึกว่าเครื่องใช้เวลาอยู่ในสภาพร้อนจนไม่สบายมือน้อยกว่า iPhone 16 Pro Max
จึงเป็นไปได้ว่าระบบระบายความร้อนมีส่วนสำคัญที่สุด และการลดการชาร์จไร้สายอาจไม่ได้ส่งผลมากนัก อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้เป็นข้อสังเกตจากการใช้งานส่วนตัว ยังไม่สามารถแยกได้ว่าปัจจัยใดทำให้สุขภาพแบตเตอรี่ต่างกัน
ผลระยะยาวของ iPhone ทั้ง 3 รุ่น
แม้ iPhone 15 Pro Max และ iPhone 16 Pro Max จะไม่ได้เป็นเครื่องหลักแล้ว Clover เผยว่ายังใช้ทั้งสองเครื่องเป็นอุปกรณ์ทดสอบทุกวัน และยังเปิดการจำกัดชาร์จที่ 80% ไว้ โดยผลล่าสุดเป็นดังนี้
| รุ่น | ระยะเวลาที่ติดตาม | ความจุสูงสุดของแบตเตอรี่ | จำนวนรอบชาร์จสะสม |
|---|---|---|---|
| iPhone 15 Pro Max | 36 เดือน | 88% | 369 รอบ |
| iPhone 16 Pro Max | 24 เดือน | 93% | 343 รอบ |
| iPhone 17 Pro Max | 12 เดือน | 97% | 277 รอบ |
ในช่วงปี 2025–2026 iPhone 16 Pro Max สูญเสียความจุเพิ่มเพียง 1 จุดเปอร์เซ็นต์ ส่วน iPhone 15 Pro Max ไม่มีความจุลดลงเพิ่มเติมเลย
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองเครื่องมีรอบชาร์จเพิ่มขึ้นเพียง 44 รอบและ 17 รอบตามลำดับในช่วงปีที่ผ่านมา จึงมีการใช้งานแบตเตอรี่น้อยกว่าเดิม แม้บางช่วงจะถูกปล่อยให้แบตเตอรี่หมด และไม่ได้ชาร์จอยู่ระยะสั้น ๆ แต่ยังรักษาความจุไว้ได้
แบตเตอรี่ใหญ่ขึ้น ทำให้ข้อจำกัด 80% ใช้งานง่ายกว่าเดิม
เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ของปีก่อน iPhone 16 Pro Max ของ Clover มีรอบชาร์จสะสม 299 รอบ ส่วน iPhone 17 Pro Max ปีนี้มี 277 รอบ แม้จะรายงานผลช้ากว่าช่วงเวลาปกติเกือบ 2 สัปดาห์ ทำให้ Clover มองว่าแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้นทำให้ต้องชาร์จน้อยลง
iPhone 17 Pro Max ยังชาร์จได้เร็วกว่า iPhone 16 Pro Max ทำให้การใช้ชีวิตโดยจำกัดชาร์จไว้ที่ 80% ไม่ลำบากเท่าในอดีต และ Clover เผยว่าแทบไม่เจอปัญหาแบตเตอรี่หมด แต่ยังพกแบตเตอรี่สำรองไปด้วยเกือบทุกที่
แบตเตอรี่สำรองที่ Clover ชอบในช่วงนี้เป็นรุ่นที่มีสาย USB-C ในตัว โดยเฉพาะรุ่นที่ติดกับ iPhone ด้วยแม่เหล็ก แต่ชาร์จผ่านสาย USB-C เพื่อให้ชาร์จได้เร็ว และยังใช้งานสะดวก รวมถึงรุ่นบางมากที่เพิ่มขนาดและน้ำหนักให้เครื่องเพียงเล็กน้อย
Clover ยังไม่แน่ใจว่าการเสียระดับชาร์จไป 20% คุ้มค่าหรือไม่
สำหรับ iPhone 15 Pro Max และ iPhone 16 Pro Max, Clover ไม่คิดว่าการยอมเสียระดับชาร์จสูงสุดไปหนึ่งในห้าคุ้มกับสุขภาพแบตเตอรี่ที่ได้ และโดยรวมยังมีความเห็นเช่นเดิม
แม้ iPhone 17 Pro Max จะเหลือความจุสูงสุด 97%, Clover ก็คาดว่าตัวเลขนี้อาจไม่ได้ต่างจากเครื่องที่ไม่ได้เปิดจำกัดการชาร์จมากนัก แต่ยังไม่มีข้อมูลเปรียบเทียบที่จะยืนยันข้อสันนิษฐานนี้
Clover มองว่าทางเลือกที่จัดการง่ายที่สุดคือ Optimized Battery Charging ซึ่งช่วยลดเวลาที่แบตเตอรี่อยู่ในระดับ 100% แต่ยังชาร์จเต็มได้
อีกทางเลือกคือจำกัดไว้ที่ 80% แล้วปิดข้อจำกัดในวันที่ต้องการแบตเตอรี่เต็ม 100% ซึ่งอาจช่วยรักษาความจุในระยะยาวได้ ส่วนตัวเลือกจำกัดชาร์จที่ 90% หรือ 95% ของ Apple ก็อาจเหมาะกับบางคนมากกว่า
ที่มา: MacRumors
