ใน

เปรียบเทียบสเปก iPhone 17 Pro กับ iPhone 18 Pro

เปรียบเทียบสเปก iPhone 17 Pro กับ iPhone 18 Pro มากกว่า 35 จุด ครบทั้งชิป กล้อง ดีไซน์ แบตเตอรี่ การชาร์จ ความจุ และราคา

เปรียบเทียบสเปก iPhone 17 Pro กับ iPhone 18 Pro

Apple เปิดตัว iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มีการอัปเกรดสำคัญทั้งชิป A20 Pro, กล้อง Fusion Main ความละเอียด 48MP พร้อมรูรับแสงแบบปรับได้, ระบบ Vapor Chamber ที่ออกแบบใหม่ และ Dynamic Island ที่มีขนาดเล็กลง

น้ำหนัก และดีไซน์

iPhone 17 Pro (2025) iPhone 18 Pro (2026)
น้ำหนักรุ่น Pro 206 กรัม 211 กรัม
น้ำหนักรุ่น Pro Max 233 กรัม 249 กรัม
Dynamic Island รองรับ Live Activities พร้อมกันสูงสุด 2 รายการ Dynamic Island มีขนาดเล็กลง รองรับ Live Activities พร้อมกันสูงสุด 3 รายการ
สี Silver, Deep Blue และ Cosmic Orange Silver, Black, Glacier และ Burgundy

ชิป ประสิทธิภาพ และการเชื่อมต่อ

iPhone 17 Pro (2025) iPhone 18 Pro (2026)
ชิป A19 Pro A20 Pro
กระบวนการผลิต TSMC N3P ขนาด 3 นาโนเมตร TSMC N2 ขนาด 2 นาโนเมตร เป็นชิปสมาร์ตโฟนขนาด 2 นาโนเมตรรุ่นแรกของ Apple
CPU CPU แบบ 6-core แบ่งเป็น Performance Core 2-core และ Efficiency Core 4-core CPU แบบ 6-core แบ่งเป็น Super Core 2-core และ Efficiency Core 4-core
แบนด์วิดท์หน่วยความจำ มากกว่า A19 Pro 50%
GPU GPU แบบ 6-core พร้อม Neural Accelerators GPU แบบ 7-core พร้อม Neural Accelerators เร็วกว่า A19 Pro สูงสุด 40%
Neural Engine 16-core Neural Engine Neural Engine แบบคู่ 16-core รวมทั้งหมด 32-core
ระบบระบายความร้อน Vapor Chamber Vapor Chamber เจเนอเรชันใหม่ มีพื้นที่ผิวมากกว่า iPhone 17 Pro ถึง 3 เท่า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานต่อเนื่องสูงสุด 40%
แพ็กเกจชิป แพ็กเกจชิปแบบใหม่ วาง Silicon Die ไว้ข้างหน่วยความจำ ทำให้เชื่อมต่อกับ Vapor Chamber ได้โดยตรง
โมเด็ม Qualcomm X80 Apple C2

กล้องหลัง

iPhone 17 Pro (2025) iPhone 18 Pro (2026)
กล้องหลัก กล้อง Fusion Main 48MP พร้อมรูรับแสงคงที่ ƒ/1.78 กล้อง Fusion Main 48MP พร้อมรูรับแสงแบบปรับได้ 4 ระดับ ได้แก่ ƒ/1.48, ƒ/1.8, ƒ/2.8 และ ƒ/4.0 ใช้ใบรูรับแสงที่ตัดด้วยเลเซอร์ 6 ใบ
การควบคุมผ่านแอปอื่น มี API ให้นักพัฒนาควบคุมช่วงรูรับแสงภายในแอปของตนเอง
Night Mode Night Mode ทำงานเร็วขึ้นด้วยเลนส์รูรับแสงแบบปรับได้
การควบคุมระดับ Pro ปรับรูรับแสง ความเร็วชัตเตอร์ สมดุลแสงขาว และดู Histogram ได้ด้วยตนเองในแอปกล้อง
เซ็นเซอร์และการประมวลผลภาพ ใช้เซ็นเซอร์และกระบวนการ Computational Imaging ใหม่ ถ่ายในที่แสงน้อยดีขึ้นประมาณ 50% และเก็บรายละเอียดบุคคลแถวหลังในภาพหมู่ได้มากขึ้น
Photographic Styles Photographic Styles 2 ปรับโทนและสี Photographic Styles 3 เพิ่มการควบคุมพื้นผิวและเกรน นอกเหนือจากโทนและสี
การติดตามโฟกัส Smart Focus Tracking
Cinematic Mode สูงสุด 4K Dolby Vision ที่ 30 fps สูงสุด 4K Dolby Vision ที่ 60 fps
เอฟเฟ็กต์ Cinematic Mode ใส่เอฟเฟ็กต์หลังบันทึกวิดีโอได้ รองรับวิดีโอสูงสุด 60 fps
วิดีโอในที่แสงน้อย ปรับปรุงการถ่ายวิดีโอในที่แสงน้อย
Time-lapse บันทึกวิดีโอ Time-lapse พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว สูงสุด 4K Dolby Vision
การยืนยันภาพถ่าย Apple Reference Image สำหรับกล้อง Fusion Main เป็นฟีเจอร์ที่ผู้ใช้เลือกเปิดได้ โดยจะลงนามข้อมูลจากเซ็นเซอร์เพื่อให้ตรวจสอบความถูกต้องของภาพในภายหลัง
Audio Mix Audio Mix Audio Mix พร้อมอัลกอริทึมใหม่ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพเสียงพูด และแยกเสียงดนตรีได้

กล้องหน้า

iPhone 17 Pro (2025) iPhone 18 Pro (2026)
Photographic Styles Photographic Styles 2 ปรับโทนและสี Photographic Styles 3 เพิ่มการควบคุมพื้นผิวและเกรน นอกเหนือจากโทนและสี
การติดตามโฟกัส Smart Focus Tracking
Cinematic Mode ใส่เอฟเฟ็กต์ Cinematic Mode หลังบันทึกได้
วิดีโอในที่แสงน้อย ปรับปรุงการถ่ายวิดีโอในที่แสงน้อย
Time-lapse บันทึกวิดีโอ Time-lapse พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว สูงสุด 4K Dolby Vision

แบตเตอรี่และการชาร์จ

iPhone 17 Pro (2025) iPhone 18 Pro (2026)
เล่นวิดีโอ รุ่น Pro สูงสุด 33 ชั่วโมง และสตรีมวิดีโอสูงสุด 30 ชั่วโมง สูงสุด 36 ชั่วโมง และสตรีมวิดีโอสูงสุด 33 ชั่วโมง
เล่นวิดีโอ รุ่น Pro Max สูงสุด 39 ชั่วโมง และสตรีมวิดีโอสูงสุด 35 ชั่วโมง สูงสุด 45 ชั่วโมง และสตรีมวิดีโอสูงสุด 40 ชั่วโมง
ชาร์จผ่านสาย ชาร์จสูงสุด 50% ภายใน 20 นาที เมื่อใช้อะแดปเตอร์ 40W ขึ้นไป ชาร์จสูงสุด 50% ภายในประมาณ 15 นาที เมื่อใช้อะแดปเตอร์ที่รองรับกำลังไฟ 60W พร้อม Adjustable Voltage Supply
ชาร์จผ่าน MagSafe ชาร์จสูงสุด 50% ภายใน 30 นาที เมื่อใช้ MagSafe Charger คู่กับอะแดปเตอร์ 30W ขึ้นไป ชาร์จสูงสุด 50% ภายใน 30 นาที เมื่อใช้ MagSafe Charger คู่กับอะแดปเตอร์ 35W ขึ้นไป

ความจุและราคา

iPhone 17 Pro (2025) iPhone 18 Pro (2026)
ความจุรุ่น Pro 256GB, 512GB และ 1TB 256GB, 512GB, 1TB และ 2TB
ความจุรุ่น Pro Max 256GB, 512GB, 1TB และ 2TB 256GB, 512GB, 1TB และ 2TB
ราคาเปิดตัวรุ่น Pro 256GB — ฿43,900
512GB — ฿51,900
1TB — ฿59,900
256GB — ฿48,900
512GB — ฿56,900
1TB — ฿72,900
2TB — ฿96,900
ราคาเปิดตัวรุ่น Pro Max 256GB — ฿48,900
512GB — ฿56,900
1TB — ฿64,900
2TB — ฿80,900
256GB — ฿52,900
512GB — ฿60,900
1TB — ฿76,900
2TB — ฿100,900
สถานะการวางจำหน่าย Apple เลิกจำหน่ายแล้ว (ตัวแทนยังจำหน่ายอยู่) Apple กำลังจำหน่าย

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ

ชิป และระบบระบายความร้อน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพต่อเนื่อง

Vapor Chamber ที่ออกแบบใหม่ และชิป A20 Pro ที่เปลี่ยนมาใช้กระบวนการผลิตขนาด 2 นาโนเมตรของ TSMC เป็นการอัปเกรดภายในที่สำคัญของ iPhone 18 Pro โดยทั้งสองส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานต่อเนื่อง และทำให้แบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้น

ระยะเวลาการเล่นวิดีโอของ iPhone 18 Pro เพิ่มจาก 33 ชั่วโมงเป็น 36 ชั่วโมง ส่วน iPhone 18 Pro Max เพิ่มจาก 39 ชั่วโมงเป็น 45 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นการเพิ่มระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ครั้งใหญ่ที่สุดที่ Apple เคยทำบน iPhone

การชาร์จผ่านสายก็เร็วขึ้นเช่นกัน โดยสามารถชาร์จแบตเตอรี่ถึง 50% ภายในประมาณ 15 นาที เมื่อใช้อะแดปเตอร์ที่รองรับกำลังไฟ 60W เทียบกับ 20 นาทีของรุ่นก่อนหน้า

Dynamic Island เล็กลง แต่แสดง Live Activities ได้มากขึ้น

Dynamic Island เป็นการเปลี่ยนแปลงภายนอกที่มองเห็นได้ชัดที่สุด โดยมีขนาดเล็กลง แต่เพิ่มจำนวน Live Activities ที่แสดงพร้อมกันได้จาก 2 เป็น 3 รายการ

ผู้ใช้จึงสามารถติดตามเที่ยวบิน เส้นทางใน Maps และตัวจับเวลาไปพร้อมกัน โดยไม่ต้องสลับแอป

กล้อง Fusion Main เพิ่มรูรับแสงแบบปรับได้ 4 ระดับ

การอัปเกรดครั้งสำคัญที่สุดอยู่ที่กล้อง Fusion Main ซึ่งเปลี่ยนจากรูรับแสงคงที่ ƒ/1.78 บน iPhone 17 Pro มาเป็นรูรับแสงแบบปรับได้ 4 ระดับ ตั้งแต่ ƒ/1.48 ถึง ƒ/4.0

ระบบกล้องใหม่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายภาพในที่แสงน้อยประมาณ 50% และทำให้ช่างภาพควบคุมระยะชัดลึกในเชิงออปติคัลได้ ซึ่งเป็นความสามารถที่ iPhone ไม่เคยมีมาก่อน

เมื่อทำงานร่วมกับเครื่องมือระดับ Pro ที่ให้ผู้ใช้ปรับรูรับแสง ความเร็วชัตเตอร์ และสมดุลแสงขาวด้วยตนเอง รวมถึง Photographic Styles 3 ที่เพิ่มตัวเลื่อนพื้นผิวและเกรน ตลอดจน Apple Reference Image สำหรับตรวจสอบความถูกต้องของภาพ ระบบกล้องจึงเป็นส่วนที่สะท้อนความเป็นรุ่น Pro ได้ชัดเจนที่สุดในการอัปเดตครั้งนี้

iPhone 17 Pro ควรอัปเกรดหรือไม่

iPhone 18 Pro มุ่งเป้าไปที่ช่างภาพ และครีเอเตอร์อย่างชัดเจน แต่ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ที่นานขึ้น การชาร์จที่เร็วขึ้น และ Dynamic Island ที่ทำได้มากกว่าเดิม ก็เป็นความแตกต่างที่ผู้ใช้ทั่วไปสังเกตเห็นได้

เมื่อเทียบกับการปรับดีไซน์ครั้งใหญ่ด้วยโครงสร้างอะลูมิเนียมแบบ Unibody เมื่อปีที่แล้ว รุ่นใหม่นี้เป็นการอัปเกรดเฉพาะด้านมากกว่าการปรับโฉมใหม่ทั้งหมด โดยเน้นการพัฒนาชิป กล้อง และแบตเตอรี่

สำหรับเจ้าของ iPhone 17 Pro หรือ iPhone 17 Pro Max เดิม ไม่มีเหตุผลทั่วไปที่จำเป็นต้องอัปเกรดเป็นรุ่นใหม่ เนื่องจากดีไซน์หลัก ขนาดหน้าจอ และประสบการณ์การใช้กล้องในชีวิตประจำวันยังคงใกล้เคียงเดิม อีกทั้งรุ่นใหม่มีราคาเพิ่มขึ้นประมาณ 4,000 บาท เมื่อเทียบกับ iPhone 17 Pro รุ่นที่มีระดับเดียวกัน

การอัปเกรดจะคุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการรูรับแสงแบบปรับได้และเครื่องมือควบคุมกล้องระดับ Pro โดยเฉพาะ รวมถึงผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพต่อเนื่องสำหรับการเล่นเกมหรืองาน AI บนอุปกรณ์ ซึ่งจะเห็นประโยชน์จากระบบระบายความร้อนและ Neural Engine ของ A20 Pro ได้ชัดเจนกว่า อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้กลุ่มนี้น่าจะมีจำนวนไม่มากนัก

สำหรับผู้ซื้อใหม่ที่เปลี่ยนมาจาก iPhone 16 Pro หรือรุ่นเก่ากว่า iPhone 18 Pro เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับการใช้งานระยะยาวมากกว่า เนื่องจากมีชิปและระบบกล้องรุ่นใหม่ แต่หากพบ iPhone 17 Pro ในราคาที่ต่ำกว่ามาก รุ่นปีที่แล้วก็อาจเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่า

Apple จะเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้า iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ในวันเสาร์ที่ 12 ก.ย. และเริ่มวางจำหน่ายวันศุกร์ที่ 18 ก.ย. 2026

ที่มา: MacRumors

ความคิดเห็น - Like เพจ iPhoneMod.net

เขียนโดย Thitirath Kinaret

เต้นท์ iMoD : ป.ตรี วิศวกรรมซอฟต์แวร์ ป.โท บริหารธุรกิจ ม.พายัพ ชอบความสวยงามแบบเรียบง่าย ตามแบบฉบับของ Apple @Contact : facebook.com/tentzy