OpenAI จับมือ อว. เปิดโครงการ AI Accelerator ระยะเวลา 8 สัปดาห์ สนับสนุน 10 สตาร์ทอัพไทยด้านสุขภาพและการศึกษา พัฒนาต้นแบบสู่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานจริง
OpenAI จับมือ อว. เปิด AI Accelerator ปั้น 10 สตาร์ทอัพไทยสู่การใช้งานจริง
OpenAI และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว. หรือ MHESI) ประกาศเปิดตัวโครงการ OpenAI x MHESI AI Accelerator ในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2026 เพื่อช่วยให้สตาร์ทอัพไทยเปลี่ยนต้นแบบที่มีศักยภาพให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่พร้อมใช้งาน และเติบโตในโลกจริง
โครงการนี้มีระยะเวลา 8 สัปดาห์ ครอบคลุมสตาร์ทอัพ 10 รายที่พัฒนาเทคโนโลยีด้านการแพทย์ สุขภาพ และการศึกษา ถือเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และเอกชนครั้งแรกของ OpenAI กับรัฐบาลไทยที่มุ่งสนับสนุนสตาร์ทอัพในประเทศโดยเฉพาะ
โครงการยังได้รับความร่วมมือจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA), มหาวิทยาลัยมหิดล และ Techsauce
จากต้นแบบ AI สู่ผลิตภัณฑ์ที่เชื่อถือได้
OpenAI ระบุว่า การสร้างตัวอย่างสาธิต AI ที่น่าสนใจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่การพัฒนาให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้ใช้เชื่อถือได้นั้นยากกว่า เพราะต้องผ่านการทดสอบอย่างรอบคอบ รับความคิดเห็นจากผู้ใช้จริง มีมาตรการด้านความปลอดภัยที่แข็งแรง และมีโมเดลธุรกิจที่รองรับการเติบโต
องค์ประกอบเหล่านี้สำคัญเป็นพิเศษในอุตสาหกรรมสุขภาพและการศึกษา ซึ่งเป็นงานที่มีความเสี่ยงสูงและต้องให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือ
ตลอดระยะเวลา 8 สัปดาห์ ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพจะได้ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจาก OpenAI รวมถึงชุมชนเทคโนโลยี งานวิจัย และสตาร์ทอัพในประเทศไทย เพื่อเชื่อมช่องว่างระหว่างการพัฒนาต้นแบบกับการนำผลิตภัณฑ์ไปใช้งานจริง
ประเทศไทยติด Top 20 ด้านการใช้งาน ChatGPT และ Codex
ข้อมูลภายในของ OpenAI ระบุว่า ประเทศไทยติดอันดับ 20 ประเทศที่มีผู้ใช้งาน ChatGPT รายสัปดาห์มากที่สุดในโลก
นับตั้งแต่ต้นปี 2026 จำนวนผู้ใช้งาน Codex รายสัปดาห์ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นมากกว่า 350 เท่า ส่งผลให้ไทยติดอันดับ 20 ประเทศที่มีการใช้งาน Codex สูงที่สุดในโลกเช่นกัน
การเติบโตดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าผู้คนในประเทศไทยกำลังนำ AI มาใช้เขียนซอฟต์แวร์ พัฒนาผลิตภัณฑ์ และทำงานที่มีความหมายมากขึ้น ขั้นต่อไปคือการช่วยให้แนวคิดเหล่านี้ก้าวข้ามการเป็นต้นแบบระยะแรก และกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้คนสามารถใช้งานและเชื่อถือได้
คัดเลือก 10 สตาร์ทอัพด้านสุขภาพและการศึกษา
สตาร์ทอัพรุ่นแรกของโครงการประกอบด้วยบริษัทด้าน AI สำหรับการแพทย์และสุขภาพ 5 ราย และบริษัทด้านการศึกษาอีก 5 ราย ได้แก่
- CARIVA
- Wello Food
- Dietz
- Precisionize
- FitSloth
- Curico
- insKru
- Floaino
- EasyKids Robotics
- Globish
สตาร์ทอัพทั้ง 10 รายได้รับการคัดเลือกร่วมกับ NIA กระทรวงศึกษาธิการ และเครือข่ายนวัตกรรมของ อว. โดยบางทีมเคยเข้าร่วมการแข่งขัน AIAT × OpenAI Codex Hackathon Bangkok เมื่อต้นปี 2026

OpenAI มองว่าสุขภาพและการศึกษาเป็นสองด้านที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศไทยในระยะยาว และเหมาะกับการนำ AI มาผสานกับความรู้ความเชี่ยวชาญในท้องถิ่น
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย ทำให้ความต้องการแนวทางใหม่ด้านการดูแลสุขภาพ การป้องกันโรค และการใช้ชีวิตอย่างอิสระเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน การยกระดับผลลัพธ์ทางการศึกษาและการเตรียมความพร้อมเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลก็มีความสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต
สนับสนุนเครดิต API พร้อมผู้เชี่ยวชาญดูแลรายทีม
OpenAI จะมอบเครดิต API มูลค่า 2,000 ดอลลาร์สหรัฐให้แต่ละทีม พร้อมคำแนะนำทางเทคนิคแบบตัวต่อตัว การเข้าถึงโมเดล Frontier รุ่นล่าสุดของ OpenAI และที่ปรึกษาประจำทีมตลอดโครงการ
กิจกรรมรายสัปดาห์จะครอบคลุมหัวข้อต่าง ๆ ได้แก่
- การออกแบบผลิตภัณฑ์
- วิศวกรรม
- การทดสอบอัตโนมัติ
- การประเมินผล
- การพัฒนา AI อย่างรับผิดชอบ
- ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย
- การจัดการต้นทุน
- การเติบโตทางธุรกิจ
- การระดมทุน
อว. จะช่วยเชื่อมโยงแต่ละทีมเข้ากับเครือข่ายงานวิจัยและบุคลากรของประเทศไทย ส่วน NIA จะเชื่อมต่อกับระบบนิเวศด้านเงินทุนและการเติบโต ขณะที่มหาวิทยาลัยมหิดลจะสนับสนุนองค์ความรู้ทางวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ
สตาร์ทอัพแต่ละรายจะกำหนดเป้าหมายด้านผลิตภัณฑ์ โครงการนำร่อง การประเมินผล หรือการดำเนินธุรกิจสำหรับโครงการ 8 สัปดาห์นี้
เมื่อสิ้นสุดโครงการ แต่ละทีมต้องนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริงหรือได้รับการอัปเกรดอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมหลักฐานจากกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นตัวแทน ผลการประเมินเบื้องต้น และแนวทางที่น่าเชื่อถือสำหรับนำผลิตภัณฑ์ไปใช้งานจริง
CARIVA พัฒนา Voice Agent สำหรับสายโทรศัพท์โรงพยาบาล
CARIVA กำลังพัฒนา Voice Agent หลายภาษาสำหรับให้บริการผ่านสายโทรศัพท์ของโรงพยาบาล ระบบสามารถสื่อสารด้วยภาษาที่ผู้ป่วยต้องการ ช่วยจัดการคำขอทั่วไป เช่น การนัดหมาย และตรวจจับกรณีที่ผู้โทรอาจกำลังแจ้งเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์
ระหว่างโครงการ CARIVA จะทำงานร่วมกับ OpenAI เพื่อพัฒนาวิธีประเมินผลและกลยุทธ์ควบคุมโมเดลเสียงแบบเรียลไทม์ โดยตั้งเป้านำความสามารถแรกไปทดลองใช้กับระบบรับสายจริงของโรงพยาบาลนำร่องภายในวัน Demo Day
Curico นำ AI ช่วยเด็ก ครอบครัว และครู
Curico กำลังพัฒนาเครื่องมือการเรียนรู้ที่ขับเคลื่อนด้วย AI สำหรับเด็ก ครอบครัว และบุคลากรทางการศึกษา
ภายในวัน Demo Day บริษัทตั้งเป้าทดลองใช้แพลตฟอร์มในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของกรุงเทพมหานคร และวางแนวทางขยายบริการให้ครอบคลุมมากกว่า 200 แห่ง
Curico ยังมีแผนอบรมครูมากกว่า 200 คนผ่านเวิร์กช็อปหนังสือนิทาน AI ร่วมกับสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทดลองระบบช่วยตรวจงานด้วย AI ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาโครงการนำร่องในโรงเรียนร่วมกับ อว. และกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานแพลตฟอร์มการเรียนรู้สำหรับครอบครัวเป็นมากกว่า 1,000 คนต่อเดือน
เตรียมจัด Demo Day เดือน พ.ย. 2026
โครงการจะสิ้นสุดลงด้วยกิจกรรม Demo Day ที่กรุงเทพฯ ในเดือน พ.ย. 2026 โดยสตาร์ทอัพที่เข้าร่วมจะนำเสนอสิ่งที่พัฒนาขึ้น แสดงข้อมูลจากผู้ใช้และผลการประเมินผลิตภัณฑ์ พร้อมนำเสนอแผนการนำไปใช้งานและการเติบโตในอนาคต
งานดังกล่าวจะรวบรวมนักลงทุน หน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล โรงเรียน ลูกค้าที่มีศักยภาพ และองค์กรอื่น ๆ ที่สามารถช่วยผลักดันต้นแบบที่ประสบความสำเร็จให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง
OpenAI ระบุว่าสตาร์ทอัพรุ่นแรกเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความพยายามในระยะยาว โดยมีเป้าหมายสร้างโมเดลที่สามารถนำไปใช้ซ้ำได้ ผ่านความร่วมมือระหว่างรัฐบาล มหาวิทยาลัย สตาร์ทอัพ นักลงทุน และพันธมิตรด้านเทคโนโลยี เพื่อช่วยผู้ก่อตั้งชาวไทยพัฒนาผลิตภัณฑ์ AI ที่น่าเชื่อถือ และนำโซลูชันที่สร้างในประเทศไทยออกสู่ตลาดโลก
ที่มา: OpenAI
