Google ปรับโควตา Gemini ใหม่ ไปใช้แบบ Compute-Used หลังผู้ใช้บ่นว่าโควตาหมดเร็วเกินไปสำหรับ Gemini 3.1 Pro พร้อมเปิดให้ Gemini 3.1 Flash-Lite ใช้งานฟรีไม่นับรวมในโควตา และผู้ใช้ Google AI Ultra ได้ Omni เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า
Google ปรับโควตา Gemini ใหม่ หลังผู้ใช้บ่นใช้ได้น้อยเกินไป
ในงาน Google I/O 2026, Google ปรับระบบโควตา Gemini เปลี่ยนมาใช้ระบบจำกัดการใช้งานแบบคิดตามหน่วยประมวลผล (Compute-based) และหลังจากได้รับเสียงตอบรับว่าผู้ใช้ “ใช้งานได้ถึงขีดจำกัดเร็วเกินไป” Google จึงประกาศปรับเปลี่ยนบางอย่างในวันที่ 28 พ.ค. 2026

ระบบ Compute-Used แบบใหม่จะรีเฟรชทุก 5 ชั่วโมงจนกว่าจะถึงขีดจำกัดรายสัปดาห์ โดยคำนึงถึงความซับซ้อนของ Prompt เครื่องมือที่ใช้ และความยาวของการสนทนา
Google ระบุว่า “Prompt แบบข้อความธรรมดาใช้หน่วยประมวลผลน้อยกว่า Prompt วิดีโอ หรือ การเขียนโค้ดที่ซับซ้อนมาก” ในอนาคต Google จะให้ผู้ใช้แอป Gemini ซื้อเครดิต AI แบบเติมเงินตามการใช้งานได้
Josh Woodward หัวหน้าทีม Gemini เปิดเผยว่า Google กำลังจำกัดปริมาณโควตาที่ “หนึ่ง Prompt” สามารถใช้ได้สำหรับ Gemini 3.1 Pro เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากโมเดล Pro โดยการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นการตอบสนองต่อปัญหา Prompt ที่ซับซ้อนพร้อมไฟล์ขนาดใหญ่ทำให้โควตาหมดเร็ว
Google ยืนยันว่าข้อผิดพลาดต่าง ๆ จะไม่ถูกนับรวมในขีดจำกัดการใช้งาน “หากคำขอไม่สำเร็จ คุณจะไม่ถูกเรียกเก็บ ความผิดพลาดของระบบเราไม่ใช่ของคุณ โควตาของคุณจะใช้เฉพาะเมื่อคำขอสำเร็จเท่านั้น”

Prompt ที่ใช้ Gemini 3.1 Flash-Lite ตอนนี้ “ฟรี และไม่นับรวมในโควตา” ส่วนงานหนักอย่าง Deep Research ที่ต้องใช้หน่วยประมวลผลมากขึ้น Google จะแสดงรายละเอียดการใช้งาน และการแจ้งเตือนที่ละเอียดขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้ใช้จัดการขีดจำกัดได้ดีขึ้น
นอกจากนี้ Google ยังแก้ไขบั๊กที่ทำให้ “วิดีโอ Omni เพียงหนึ่ง หรือ สองคลิป” ทำให้โควตาของผู้ใช้บางรายหมดลง โดยผู้ใช้ Google AI Ultra จะได้รับจำนวนการสร้าง Omni เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า
ที่มา: 9to5Google
