ใน

จัดอันดับราคา iPhone 18 Pro ทั่วโลก ตุรกีแพงที่สุด ส่วนไทยราคาต่ำเป็นอันดับ 10 จาก 35 ตลาด

จัดอันดับราคา iPhone 18 Pro ทั่วโลก ใน 35 ตลาด พบตุรกีแพงที่สุด, สหรัฐฯ ถูกที่สุดก่อนภาษี ส่วนไทยมีราคาต่ำเป็นอันดับ 10

จัดอันดับราคา iPhone 18 Pro ทั่วโลก ตุรกีแพงที่สุด ส่วนไทยราคาต่ำเป็นอันดับ 10 จาก 35 ตลาด

ราคาของ iPhone 18 Pro แตกต่างกันอย่างมากในแต่ละประเทศ โดยมีทั้งภาษี อัตราแลกเปลี่ยน อากรนำเข้า และการกำหนดราคาของ Apple ในแต่ละภูมิภาคเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้ซื้อจ่ายไม่เท่ากัน

Visual Capitalist เปรียบเทียบราคาขายปลีกของ iPhone 18 Pro ความจุ 256GB จาก Apple ใน 35 ตลาด โดยแปลงเป็นดอลลาร์สหรัฐด้วยอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 28 ก.ย. 2026

ทั้งนี้ ราคาของสหรัฐฯ ยังไม่รวมภาษีการขาย จึงต้องคำนึงถึงเงื่อนไขนี้เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่รวมภาษีไว้แล้ว

ตารางราคา iPhone 18 Pro 256GB ใน 35 ตลาด เรียงจากราคาต่ำไปสูงตามภาพ โดยแปลงเป็นดอลลาร์สหรัฐ

อันดับ ประเทศ/ตลาด ราคา (ดอลลาร์สหรัฐ) ราคาเทียบกับสหรัฐฯ
1 สหรัฐอเมริกา 1,199 100%
2 แคนาดา 1,235 103%
3 ฮ่องกง 1,338 112%
4 มาเลเซีย 1,347 112%
5 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1,388 116%
6 ญี่ปุ่น 1,401 117%
7 ไต้หวัน 1,412 118%
8 สวิตเซอร์แลนด์ 1,441 120%
9 นิวซีแลนด์ 1,445 121%
10 ไทย 1,457 122%
11 เกาหลีใต้ 1,465 122%
12 ออสเตรเลีย 1,474 123%
13 สิงคโปร์ 1,486 124%
14 จีน 1,490 124%
15 เวียดนาม 1,501 125%
16 ซาอุดีอาระเบีย 1,519 127%
17 ฟิลิปปินส์ 1,520 127%
18 สหราชอาณาจักร 1,590 133%
19 โปแลนด์ 1,639 137%
20 ออสเตรีย 1,649 138%
21 เยอรมนี 1,649 138%
22 สวีเดน 1,658 138%
23 สเปน 1,671 139%
24 เดนมาร์ก 1,674 140%
25 นอร์เวย์ 1,682 140%
26 เบลเยียม 1,683 140%
27 ฝรั่งเศส 1,683 140%
28 เนเธอร์แลนด์ 1,683 140%
29 เม็กซิโก 1,689 141%
30 ไอร์แลนด์ 1,694 141%
31 อิตาลี 1,694 141%
32 ฟินแลนด์ 1,717 143%
33 อินเดีย 1,874 156%
34 บราซิล 2,307 192%
35 ตุรกี 2,817 235%

หมายเหตุ: ราคาสหรัฐฯ ยังไม่รวมภาษีการขาย คอลัมน์สุดท้ายใช้ราคาสหรัฐฯ เป็นฐาน 100% เช่น ไทย 122% หมายถึงสูงกว่าสหรัฐฯ ประมาณ 22% โดยคงตัวเลขปัดเศษตามภาพ

สหรัฐฯ และแคนาดามีราคาต่ำที่สุดในชุดข้อมูล

สหรัฐฯ เป็นตลาดที่มีราคาต่ำที่สุด โดย iPhone 18 Pro 256GB มีราคา 1,199 ดอลลาร์สหรัฐก่อนภาษีการขาย ตามด้วยแคนาดาที่ 1,235 ดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าประมาณ 3% หลังแปลงสกุลเงิน

นอกจากแคนาดาแล้ว ไม่มีตลาดอื่นในชุดข้อมูลที่มีราคาต่างจากสหรัฐฯ ไม่ถึง 100 ดอลลาร์สหรัฐ

เม็กซิโกมีราคาสูงกว่าสองตลาดนี้อย่างชัดเจน แม้อยู่ในภูมิภาคอเมริกาเหนือเช่นเดียวกัน โดยจำหน่ายที่ 1,689 ดอลลาร์สหรัฐ แพงกว่าสหรัฐฯ ประมาณ 490 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 41%

ราคาเริ่มต้นของ iPhone 18 Pro ในสหรัฐฯ ยังสูงกว่าราคาเปิดตัว iPhone 16 Pro เมื่อสองรุ่นก่อน ซึ่งเริ่มต้นที่ 999 ดอลลาร์สหรัฐ อยู่ 200 ดอลลาร์สหรัฐ

ราคาในเอเชียแตกต่างกันมาก ฮ่องกงต่ำที่สุดในภูมิภาค

ตลาดเอเชียหลายแห่งอยู่ในกลุ่มราคาค่อนข้างต่ำ โดยฮ่องกงมีราคาต่ำที่สุดในภูมิภาคที่ 1,338 ดอลลาร์สหรัฐ ตามด้วยมาเลเซียที่ 1,347 ดอลลาร์สหรัฐ และญี่ปุ่นที่ 1,401 ดอลลาร์สหรัฐ

จีนมีราคา 1,490 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่อินเดียอยู่ที่ 1,874 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ราคาในอินเดียสูงกว่าสหรัฐฯ ประมาณ 56% ส่วนผู้ซื้อในฮ่องกงจ่ายสูงกว่าราคาอ้างอิงของสหรัฐฯ ประมาณ 12% หลังแปลงสกุลเงิน

ไทยราคาต่ำเป็นอันดับ 10 สูงกว่าสหรัฐฯ ประมาณ 22%

ประเทศไทยมีราคา iPhone 18 Pro 256GB เทียบเท่า 1,457 ดอลลาร์สหรัฐ อยู่ในอันดับ 10 เมื่อเรียงจากราคาต่ำที่สุดใน 35 ตลาด หมายความว่ามี 9 ตลาดที่ราคาต่ำกว่าไทย และอีก 25 ตลาดมีราคาสูงกว่า

เมื่อคำนวณจากตัวเลขในชุดข้อมูล ราคาไทยสูงกว่าสหรัฐฯ อยู่ 258 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 21.5% อย่างไรก็ตาม ราคาสหรัฐฯ ยังไม่รวมภาษีการขาย ส่วนต่างนี้จึงยังไม่ใช่ส่วนต่างของยอดชำระจริงหลังภาษี

หากพิจารณาเฉพาะตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ปรากฏในข้อมูล ไทยมีราคาต่ำเป็นอันดับสอง รองจากมาเลเซีย

ตลาด ราคาในหน่วยดอลลาร์สหรัฐ ส่วนต่างเทียบกับไทย
มาเลเซีย 1,347 ต่ำกว่าไทย 110 ดอลลาร์
ไทย 1,457 —
สิงคโปร์ 1,486 สูงกว่าไทย 29 ดอลลาร์
เวียดนาม 1,501 สูงกว่าไทย 44 ดอลลาร์
ฟิลิปปินส์ 1,520 สูงกว่าไทย 63 ดอลลาร์

ส่วนต่างในตารางคำนวณจากราคาที่ Visual Capitalist ระบุ โดยไทยแพงกว่ามาเลเซียประมาณ 8.2% แต่มีราคาต่ำกว่าสิงคโปร์ เวียดนาม และฟิลิปปินส์ทั้งหมด

ในเชิงวิเคราะห์ ไทยจึงอยู่ในกลุ่มตลาดที่มีราคาค่อนข้างต่ำในชุดข้อมูลนี้แม้ไม่ใช่ตลาดที่ถูกที่สุด

อย่างไรก็ตาม อันดับดังกล่าวสะท้อนราคาขายหลังแปลงสกุลเงินเท่านั้น ยังไม่สามารถสรุปว่า iPhone มีราคาที่คนไทยเข้าถึงได้ง่ายกว่าประเทศอื่น เพราะข้อมูลนี้ไม่ได้เปรียบเทียบรายได้หรือกำลังซื้อของประชากร

นอกจากนี้ ข้อมูลไม่ได้แยกว่าภาษี ค่าเงิน หรือการกำหนดราคาของ Apple มีผลต่อราคาไทยมากน้อยเพียงใด จึงยังไม่สามารถระบุสาเหตุเฉพาะที่ทำให้ไทยมีราคาอยู่ในอันดับนี้ได้

ตุรกีแพงที่สุด ตามด้วยบราซิล

ตุรกีเป็นตลาดที่มีราคา iPhone 18 Pro สูงที่สุดในการจัดอันดับ อยู่ที่ 2,817 ดอลลาร์สหรัฐ แพงกว่าสหรัฐฯ ถึง 1,618 ดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนต่างนี้หมายความว่า ผู้ซื้อสามารถซื้อ iPhone 18 Pro ในสหรัฐฯ ได้สองเครื่องด้วยเงินน้อยกว่าการซื้อหนึ่งเครื่องในตุรกี หากยังไม่รวมภาษีการขายของสหรัฐฯ

บราซิลมีราคาสูงเป็นอันดับสองที่ 2,307 ดอลลาร์สหรัฐ หรือสูงกว่าราคาอ้างอิงของสหรัฐฯ ประมาณ 92% โดยภาษี ต้นทุนการนำเข้า สถานการณ์ค่าเงิน และการกำหนดราคาของ Apple ในแต่ละภูมิภาค ล้วนอาจมีส่วนทำให้เกิดช่องว่างดังกล่าว

ในยุโรป สวิตเซอร์แลนด์มีราคาต่ำที่สุดที่ 1,441 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่หลายตลาดในสหภาพยุโรปมีราคาอยู่ประมาณ 1,640–1,720 ดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ราคาขายปลีกในยุโรปโดยทั่วไปจะรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ต่างจากราคาที่แสดงในสหรัฐฯ ซึ่งยังไม่รวมภาษีการขาย จึงเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้ราคาแตกต่างกัน

iPhone 18 Pro อัปเกรดอะไรจาก iPhone 16 Pro

เมื่อเทียบกับ iPhone 16 Pro ทาง Apple ระบุว่า iPhone 18 Pro มีชิปรุ่นใหม่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ระบบกล้องที่ใช้งานได้ยืดหยุ่นขึ้น และกล้องหน้าความละเอียดสูงขึ้น

ด้านแบตเตอรี่ ผลทดสอบที่บทความอ้างถึงพบว่า iPhone 18 Pro ใช้งานได้นานกว่า iPhone 16 Pro มากกว่าสองชั่วโมง และชาร์จได้เร็วกว่าเมื่อใช้เวลาชาร์จเท่ากันที่ 30 นาที

แม้จะมีการปรับปรุงเหล่านี้ แต่ iPhone 18 บางรุ่นก็มีรายงานปัญหาการเชื่อมต่อในสหรัฐฯ โดยบทความอ้างรายงานของ Forbes ว่า Apple พบปัญหาใน iPhone 18 Pro Max จำนวนเล็กน้อยที่ใช้เครือข่าย AT&T ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้สูญเสียการเชื่อมต่อเครือข่ายมือถือ

Apple ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของตลาดสมาร์ตโฟนในปี 2025

บทความยังเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของตลาดสมาร์ตโฟน โดยในปี 2010 Apple อยู่อันดับสามของโลก ด้วยยอดจัดส่ง 47.5 ล้านเครื่อง และส่วนแบ่งตลาด 15.7% ตามหลัง Nokia และ BlackBerry

ในปี 2025 Apple ขึ้นสู่อันดับหนึ่ง ด้วยยอดจัดส่งสมาร์ตโฟน 247.8 ล้านเครื่อง และส่วนแบ่งตลาด 19.7%

Apple และ Samsung เป็นเพียงสองบริษัทที่ยังอยู่ในกลุ่มผู้ผลิตสมาร์ตโฟนรายใหญ่ที่สุดห้าอันดับแรกทั้งในปี 2010 และ 2025 ส่วนอีกสามตำแหน่งในปี 2025 เป็นของ Xiaomi, vivo และ OPPO

ขณะเดียวกัน ยอดจัดส่งสมาร์ตโฟนทั่วโลกเพิ่มจาก 302.6 ล้านเครื่องในปี 2010 เป็น 1,260 ล้านเครื่องในปี 2025

ที่มา: Visual Capitalist

ความคิดเห็น - Like เพจ iPhoneMod.net

เขียนโดย Thitirath Kinaret

เต้นท์ iMoD : ป.ตรี วิศวกรรมซอฟต์แวร์ ป.โท บริหารธุรกิจ ม.พายัพ ชอบความสวยงามแบบเรียบง่าย ตามแบบฉบับของ Apple @Contact : facebook.com/tentzy