Huawei เผย จำเป็นต้องทยอยขึ้นราคาสมาร์ตโฟน หลังต้นทุนหน่วยความจำที่สูงขึ้นกดดันอัตรากำไร พร้อมชี้ว่าการกลับสู่ช่องทางขายผ่านเครือข่ายเป็นแนวทางเพิ่มยอดขายในต่างประเทศ
Huawei เผย จำเป็นต้องทยอยขึ้นราคาสมาร์ตโฟน หลังต้นทุนหน่วยความจำพุ่ง กดดันอัตรากำไร
Richard Yu ประธานธุรกิจผู้บริโภคของ Huawei กล่าวถึงผลกระทบจากต้นทุนหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้น โดยระบุว่าบริษัทจำเป็นต้องปรับราคาผลิตภัณฑ์เช่นเดียวกับแบรนด์อื่น ๆ เพื่อให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน

Yu ระบุว่า หลังราคาหน่วยความจำปรับขึ้นอย่างมาก ต้นทุนของโทรศัพท์แทบทุกเครื่องเพิ่มขึ้นมากกว่า 200 ดอลลาร์สหรัฐ และผลิตภัณฑ์ของ Huawei ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน
Huawei พยายามรับต้นทุนเอง แต่อัตรากำไรลดลงอย่างมาก
Yu มองว่าวิกฤตราคาหน่วยความจำเป็นความท้าทายสำคัญของอุตสาหกรรมสมาร์ตโฟนทั้งหมด แม้ Huawei จะทยอยปรับราคาอย่างช้า ๆ แต่ไม่สามารถหยุดขึ้นราคาได้ทั้งหมด เพราะจะกระทบต่อธุรกิจสมาร์ตโฟนอย่างหนัก
เขาอธิบายว่า บริษัทพยายามรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเอง เพื่อลดภาระของผู้บริโภค แต่อัตรากำไรโดยรวมกำลังลดลงอย่างมาก จึงจำเป็นต้องปรับราคาขึ้นต่อไปในอนาคต
นอกจากนี้ Yu ระบุว่า Huawei ใช้ชิ้นส่วนหน่วยความจำที่มีสเปกสูงกว่าแบรนด์อื่น ๆ จึงทำให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีต้นทุนเพิ่มขึ้นมากกว่า
สมาร์ตโฟนราคาประหยัดเผชิญแรงกดดันมากขึ้น
รายงานระบุว่า การขึ้นราคาสมาร์ตโฟนจากปัญหาหน่วยความจำขาดแคลนจะเพิ่มแรงกดดันให้ตลาดอุปกรณ์ระดับเริ่มต้น โดยแบรนด์ต่าง ๆ อาจหันไปเน้นสมาร์ตโฟนระดับกลางและพรีเมียมมากขึ้น แทนรุ่นราคาประหยัด เพื่อจัดสรรชิ้นส่วนที่มีอยู่
สำหรับ Huawei บริษัทมีผลการดำเนินงานที่ดีในตลาดพรีเมียม จึงมั่นใจว่าจะรักษาตำแหน่งในตลาดได้แม้ต้นทุนเพิ่มขึ้น โดย Yu ยังยืนยันว่าจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้นและมีนวัตกรรมใหม่ให้ผู้บริโภคในอนาคต
ชี้การกลับสู่ช่องทางเครือข่ายเป็นแนวทางเติบโตในต่างประเทศ
เมื่อถูกถามถึงแผนฟื้นการเติบโตในตลาดต่างประเทศ Yu กล่าวถึงกลยุทธ์การขายผ่านผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ
เขาระบุว่า ตลาดอย่างยุโรปจำเป็นต้องอาศัยผู้ให้บริการเครือข่ายในการขายโทรศัพท์ ดังนั้น หาก Huawei ต้องการเพิ่มยอดขายในประเทศพัฒนาแล้ว บริษัทต้องกลับเข้าสู่ช่องทางจำหน่ายผ่านเครือข่ายอีกครั้ง
ที่มา: Huawei Central
